Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5456/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บทเฉพาะกาลแห่งพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัดฯกำหนดให้สภาจังหวัดเป็นสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด โดยมิได้บัญญัติให้มีการเลือกประธานสภาและรองประธานสภาขึ้นใหม่ คงให้เลือกเฉพาะนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเท่านั้นแม้จะมีระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดฯ กำหนดให้มีการเลือกประธานสภาและรองประธานสภาขึ้นใหม่ก็ตามแต่เป็นกรณีมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแล้วเท่านั้น การที่จำเลยที่ 1เรียกประชุมสภาเพื่อเลือกประธานและรองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและการที่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นประธานสภาจังหวัดมิได้ทำหน้าที่ดำเนินการประชุมทั้งที่อยู่ในที่ประชุมจึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ยังผลให้ผู้ที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ในการประชุมครั้งนั้นมิชอบไปด้วย ดังนั้น จำเลยที่ 2จึงยังคงดำรงตำแหน่งประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอยู่ และสามารถเรียกประชุมให้มีการเลือกนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตามกฎหมายได้ การประชุมในครั้งหลังจึงชอบด้วยกฎหมายและหาเป็นโมฆะไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า กระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กำหนดให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลเลือกนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล จำเลยที่ 1 จึงเรียกประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลในวันที่ 16 ธันวาคม 2540 ที่ประชุมได้ลงมติเลือกนายอามีน มันยามีน ให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล และเลือกโจทก์ให้ดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล ต่อมาจำเลยที่ 1 ยกเลิกการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลและมีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 ดำเนินการเลือกนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลใหม่ ทั้งที่โจทก์ยังดำรงตำแหน่งดังกล่าวจำเลยที่ 2 เรียกประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลสมัยวิสามัญ

สมัยที่ 3ในการประชุมดังกล่าวจำเลยที่ 2 ทำหน้าที่ประธาน และที่ประชุมมีมติเลือกจำเลยที่ 2 เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล คำสั่งของจำเลยที่ 1ที่ให้ยกเลิกการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลไม่ชอบด้วยกฎหมายส่วนจำเลยที่ 2 ได้สิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม2540 เมื่อที่ประชุมเลือกนายอามีนให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล จำเลยที่ 2 จึงออกเรียกประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลสมัยวิสามัญมิได้ ดังนั้น การประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลที่มีมติเลือกจำเลยที่ 2 ให้ดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลในวันดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้พิพากษายกเลิกคำสั่งเพิกถอนการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลของจำเลยที่ 1 ฉบับลงวันที่ 4ธันวาคม 2541 ให้ประกาศสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล และหนังสือเชิญสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลทั้งสองฉบับลงวันที่ 8 ธันวาคม2541 โดยจำเลยที่ 2 เป็นโมฆะ ให้การประชุมและมติสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลที่ลงมติให้จำเลยที่ 2 ดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลในวันที่ 11 ธันวาคม 2541 เป็นโมฆะและให้โจทก์ดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลต่อไปจำเลยทั้งสองให้การว่า

พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัดพ.ศ. 2540 มาตรา 22 ใช้บังคับกับกรณีมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขึ้นจริง ๆ แล้วเท่านั้น แต่โจทก์และจำเลยที่ 2 เป็นสมาชิกสภาจังหวัดสตูลตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัดพ.ศ. 2498 จึงนำบทบัญญัติมาตรา 22 มาใช้บังคับไม่ได้ ทั้งพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 มาตรา 82 วรรคสองบัญญัติให้ประธานสภาจังหวัดเป็นประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน2540 เป็นต้นไป และวรรคสามบัญญัติให้สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเลือกเฉพาะนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด มิได้บัญญัติให้เลือกประธานสภาและรองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดด้วย

การประชุมในวันที่ 16ธันวาคม 2540 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ 2 ยังเป็นประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลโดยชอบด้วยกฎหมาย มีอำนาจที่จะเรียกประชุมและดำเนินการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลเพื่อเลือกนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2541 ได้ ขอให้ยกฟ้องระหว่างพิจารณาคู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงว่า ขณะที่พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน2540 จำเลยที่ 2 เป็นประธานสภาจังหวัดสตูลและนายอามีน มันยามีนเป็นรองประธานสภาจังหวัดสตูลตามรายงานการประชุมเอกสารหมาย จ.1เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2540 จำเลยที่ 1 ออกประกาศจังหวัดสตูลและมีหนังสือเรียกประชุมสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลในวันที่ 16 ธันวาคม2540 วันดังกล่าวจำเลยที่ 2 และนายอามีนเข้าร่วมประชุมกับโจทก์ และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลทุกคนเริ่มการประชุมนายสาธิตกลิ่นภักดี ในฐานะเลขานุการเชิญนายอุเส็น

หลีขาว สมาชิกผู้อาวุโสสูงสุดทำหน้าที่ประธานสภาชั่วคราวเพื่อเลือกประธานสภา และรองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล ซึ่งที่ประชุมได้เลือกนายอามีนเป็นประธานสภาเลือกนายสุไลมาน อาดำ และนายรมย์ศรี กะด๊ะ เป็นรองประธานสภาคนที่ 1 และคนที่ 2 ตามลำดับ จากนั้นนายอามีนทำหน้าที่เป็นประธานในการเลือกนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล และที่ประชุมมีมติเลือกโจทก์เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล วันที่ 15 มกราคม2541 มีการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลสมัยวิสามัญ สมัยที่ 1ประจำปี 2541 โดยมีนายอามีนทำหน้าที่ประธานสภาวันที่ 4 ธันวาคม 2541จำเลยที่ 1 มีหนังสือยกเลิกการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2540 และมีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 เรียกประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล เพื่อดำเนินการเลือกนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลใหม่

จำเลยที่ 2 จึงออกประกาศสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล และมีหนังสือเรียกประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลในวันที่ 11 ธันวาคม2541 การประชุมในวันดังกล่าวจำเลยที่ 2 ทำหน้าที่ประธานสภา โจทก์เข้าร่วมประชุมและได้รับการเสนอชื่อเข้ารับเลือกเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลด้วย ที่ประชุมมีมติเลือกจำเลยที่ 2 เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงงดชี้สองสถาน และพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับโจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า

การประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลในวันที่ 16ธันวาคม 2540 และวันที่ 11 ธันวาคม 2541 เป็นการประชุมโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 มาตรา 82ซึ่งเป็นบทเฉพาะกาลบัญญัติว่า "ให้สภาจังหวัดที่มีอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดตามพระราชบัญญัตินี้ให้สมาชิกสภาจังหวัดซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดตามพระราชบัญญัตินี้จนกว่าจะครบวาระตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด พ.ศ. 2498ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดให้สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดตามวรรคหนึ่งดำเนินการเลือกสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดคนหนึ่งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดในระหว่างที่ยังไม่มีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตามวรรคสามให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทำหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดไปพลางก่อน"และมาตรา 85 บัญญัติว่า

"ให้บรรดาข้อบัญญัติจังหวัด กฎ ระเบียบ ข้อบังคับมติ คำสั่ง และประกาศที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด หรือกฎหมายอื่นที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาคงใช้บังคับต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้จนกว่าจะมีการออกข้อบัญญัติ กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ มติ คำสั่ง และประกาศตามพระราชบัญญัตินี้" ดังนั้น จะเห็นได้ว่าบทบัญญัติดังกล่าวมิได้บัญญัติให้มีการเลือกประธานสภาและรองประธานสภาขึ้นมาใหม่ คงให้เลือกเฉพาะนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเท่านั้น ซึ่งเมื่อพิจารณาความเป็นมาของตำแหน่งประธานสภาจังหวัดและรองประธานสภาจังหวัดแล้ว เห็นว่าประธานสภาจังหวัดและรองประธานสภาจังหวัดถูกเลือกตั้งขึ้นมาจากสภาจังหวัด ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด

พ.ศ. 2498 มาตรา 13 จึงเป็นมติที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัดที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งมติดังกล่าวคงมีผลใช้บังคับต่อไปตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 มาตรา 85 ทั้งการเลือกประธานและรองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 มาตรา 17 ก็ให้สภานั้นเป็นผู้เลือกสมาชิกขึ้นมาเป็นเช่นเดียวกัน ฉะนั้น จำเลยที่ 2 ประธานสภาจังหวัดสตูลและนายอามีน มันยามีน รองประธานสภาจังหวัดสตูลจึงยังคงเป็นประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล และรองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด

พ.ศ. 2540มาตรา 82 ประกอบมาตรา 85 ซึ่งจะหมดวาระเมื่อมีการประชุมสามัญประจำปี2540 แม้จะมีระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 ในบทเฉพาะกาล ข้อ 150 กำหนดให้สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเลือกประธานสภา รองประธานสภาขึ้นใหม่ในการประชุมครั้งแรกก็ตาม ระเบียบดังกล่าวจะใช้ในการประชุมครั้งแรกกรณีมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัดพ.ศ. 2540 มาตรา 22 แล้วเท่านั้น มิฉะนั้นจะไม่สอดคล้องกับมาตรา 82และมาตรา 85 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกันนี้ ด้วยเหตุดังกล่าวการที่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลประกาศเรียกประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลในวันที่ 16 ธันวาคม 2540 โดยมีระเบียบวาระการประชุมเกี่ยวกับการเลือกประธาน และรองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และในการประชุมวันที่ 16 ธันวาคม 2540 นั้น

จำเลยที่ 2 ประธานสภาจังหวัดสตูลมิได้ทำหน้าที่ประธานดำเนินการประชุมทั้งที่อยู่ในที่ประชุม การประชุมจึงขัดต่อกฎหมายยังผลให้ผู้ที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ไม่ว่าตำแหน่งใดเป็นการมิชอบไปด้วย โจทก์จึงมิใช่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล นายอามีน นายสุไลมานและนายรมย์ศรีมิใช่ประธานและรองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลการที่นายอามีนเรียกประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลสมัยวิสามัญและสมัยสามัญอันเป็นการทำหน้าที่ในฐานะประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล จึงเป็นการกระทำโดยปราศจากอำนาจ จำเลยที่ 2 ยังคงดำรงตำแหน่งประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล เมื่อจำเลยที่ 2ประกาศเรียกประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลสมัยวิสามัญ และดำเนินการให้มีการประชุมตามประกาศในวันที่ 11 ธันวาคม 2541 เพื่อเลือกนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลใหม่ จึงเป็นการทำหน้าที่ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลโดยชอบด้วยพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด

พ.ศ. 2540 มาตรา 25 ซึ่งโจทก์ก็ได้เข้าร่วมประชุมและได้รับการเสนอชื่อเข้ารับเลือกเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลด้วย จำเลยที่ 2 ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลจากมติของที่ประชุมโดยชอบแล้ว การประชุมและมติของที่ประชุมเมื่อวันที่ 11ธันวาคม 2541 หาเป็นโมฆะไม่

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้วอุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุเทพ เจตนาการณ์กุล · กนก พรรณรักษา · กำพล ภู่สุดแสวง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้