Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 545/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำฟ้องซึ่งกล่าวอ้างถึงเหตุหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1500(2) ในเหตุหมิ่นประมาทนั้น ไม่เหมือนคำฟ้องที่กล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) วรรคสองบัญญัติไว้เป็นพิเศษให้กล่าวถึงถ้อยคำพูดอันเกี่ยวกับข้อหมิ่นประมาทโดยบริบูรณ์ ฉะนั้น เมื่อฟ้องโจทก์บรรยายเหตุหย่าไว้ชัดว่าจำเลยด่าว่าหมิ่นประมาทโจทก์และบิดามารดาโจทก์ซึ่งเป็นการร้ายแรง ครบถ้วนตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1500(2) บังคับไว้ย่อมเป็นการแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 172 หาเป็นฟ้องเคลือบคลุมไม่ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1025/2493)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากัน ให้โจทก์เป็นผู้ปกครองบุตรสองคน และให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร

จำเลยให้การปฏิเสธ และว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม คดีขาดอายุความ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม คดีไม่ขาดอายุความ และเห็นว่าเหตุถึงขนาดฟ้องหย่าได้คงมีเหตุเดียวที่จำเลยกล่าวถ้อยคำหมิ่นประมาทโจทก์และบิดามารดาโจทก์ซึ่งเป็นการร้ายแรงพิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากกัน ให้โจทก์เป็นผู้ปกครองบุตรสองคนและให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีมีประเด็น 3 ข้อ คือ (1) ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ (2) สมควรให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากกันหรือไม่ (3) ถ้ามีการหย่ากัน โจทก์หรือจำเลยสมควรเป็นผู้ปกครองบุตร แล้ววินิจฉัยประเด็นข้อ 1 ว่า โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้ด่าหมิ่นประมาทโจทก์และบิดาโจทก์ซึ่งเป็นการร้ายแรงนั้น มีใจความว่าอย่างไร จำเลยย่อมไม่อาจต่อสู้คดีได้ถูกต้อง เพราะไม่รู้ข้อหา และไม่เข้าใจข้อหาของโจทก์ จึงเป็นฟ้องเคลือบคลุม และไม่จำต้องวินิจฉัยถึงประเด็นข้ออื่นต่อไป พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เหตุหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1500(2) ระบุไว้ว่า "ฯลฯ หมิ่นประมาทอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุพการีของอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งเป็นการร้ายแรง ฯลฯ" ศาลฎีกาได้พิเคราะห์คำฟ้องโจทก์แล้ว โจทก์บรรยายฟ้องว่า "จำเลยด่าว่าหมิ่นประมาทโจทก์และบิดามารดาโจทก์เป็นการร้ายแรงเสมอ ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2512 จำเลยได้พาลหาเหตุทะเลาะด่าว่าหมิ่นประมาทโจทก์และบิดามาราโจทก์" ดังนี้

ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดว่าจำเลยด่าว่าหมิ่นประมาทโจทก์และบิดามารดาโจทก์ซึ่งเป็นการร้ายแรง ครบถ้วนตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1500(2) บังคับไว้ จึงเป็นการแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 แล้ว ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุมศาลฎีกาเห็นว่าคำฟ้องซึ่งกล่าวอ้างถึงเหตุหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1500(2) ในเหตุหมิ่นประมาทนั้น ไม่เหมือนคำฟ้องที่กล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา เพราะประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) วรรค 2 บัญญัติไว้เป็นพิเศษว่า ในคดีหมิ่นประมาทถ้อยคำพูดอันเกี่ยวกับข้อหมิ่นประมาทให้กล่าวไว้โดยบริบูรณ์ในคดีอาญาจึงต้องบรรยายฟ้องว่าข้อความหมิ่นประมาทนั้นมีใจความว่าอย่างไร ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1025/2493 ระหว่าง นางสิม นิลหุล โจทก์ นายเคียง นิลหุล จำเลย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยยังไม่ได้พิจารณาพิพากษาในประเด็นข้ออื่นที่ยังโต้เถียงกัน

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ในประเด็นข้อ 2, 3 ซึ่งยังมิได้วินิจฉัย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ศวิต สมหวัง · สัญชัย สัจจวานิช · แผ้ว ศิวะบวร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้