Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 543/2512

พ.ศ. 2512 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์และจำเลยต่างเป็นผู้รับพินัยกรรมแต่โจทก์เป็นผู้ครอบครองมรดกแต่ผู้เดียวเมื่อจำเลยมิได้ฟ้องร้องคดีเพื่อเรียกร้องเอามรดกตามพินัยกรรมจนพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่จำเลยรู้ถึงสิทธิซึ่งจำเลยมีอยู่ตามพินัยกรรมแล้ว โจทก์ย่อมกล่าวอ้างอายุความหนึ่งปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสอง ขึ้นใช้ยันจำเลย และฟ้องขอให้ห้ามจำเลยมิให้คัดค้านการที่โจทก์ขอรับมรดกได้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1755 เป็นบทบัญญัติถึงเรื่องการใช้อายุความหนึ่งปีขึ้นต่อสู้ว่าต้องเป็นทายาทหรือบุคคลซึ่งชอบที่จะใช้สิทธิของทายาทหรือผู้จัดการมรดก โจทก์เป็นผู้รับพินัยกรรม จึงมีสิทธิกล่าวอ้างอายุความหนึ่งปีขึ้นใช้ยันจำเลยซึ่งเป็นผู้รับพินัยกรรมด้วยกันได้ที่ดินมรดกมีหลายแปลง มีข้อกำหนดตามพินัยกรรมในเรื่องผู้จัดการมรดกเฉพาะที่ดินที่พิพาทกับผู้มีชื่อโดยไม่ได้ระบุว่าที่ดินแปลงใดอันจะเป็นมรดกที่มีผู้จัดการซึ่งมีสิทธิฟ้องเรียกเอาได้เกินหนึ่งปีเมื่อจำเลยจะอ้างประโยชน์จากอายุความเพราะเหตุนี้ภาระการพิสูจน์ย่อมตกแก่จำเลยที่ดินมรดกหลายแปลง แปลงใดที่พินัยกรรมมิได้กำหนดให้มีผู้จัดการมรดก ผู้รับพินัยกรรมจะฟ้องเรียกเอาเกินกว่าหนึ่งปีไม่ได้โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับพินัยกรรมครอบครองที่ดินมรดกมาแต่ผู้เดียวเกินกว่าหนึ่งปีฟ้องขอให้ห้ามจำเลยมิให้เกี่ยวข้องกับมรดกจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ว่ามรดกรายนี้มีผู้จัดการอันจะทำให้มีสิทธิฟ้องร้องเกินหนึ่งปีได้ประเด็นนี้จึงไม่เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเพราะเป็นเรื่องนอกประเด็น

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า พระภิกษุนิด ใจใหญ่ ได้ทำพินัยกรรมยกที่ดิน 4 แปลงเฉพาะส่วนของตนให้แก่โจทก์จำเลยคนละครึ่ง หลังพระภิกษุนิดมรณะโจทก์ได้ครอบครองที่ดินทั้งหมดด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมาแต่ผู้เดียวเป็นเวลา 2 ปีเศษ จำเลยขาดสิทธิรับมรดกแล้ว กลับคัดค้านการที่โจทก์ขอรับมรดก ขอให้ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องคัดค้าน และสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินโอนโฉนดที่ดินทั้ง 4 แปลงใส่ชื่อโจทก์รับมรดกแต่ผู้เดียวจำเลยต่อสู้ว่า จำเลยได้พยายามเรียกร้องเพื่อจะได้กรรมสิทธิ์จากโจทก์เคยฟ้องเรียกโฉนดจากโจทก์ และคัดค้านการยื่นคำขอของโจทก์อายุความเรียกร้องของจำเลยไม่ขาดศาลชั้นต้นเห็นว่า สิทธิของจำเลยขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1755 วรรคสอง

พิพากษาห้ามจำเลยคัดค้านการรับมรดกของโจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เจ้ามรดกกำลังมีคดีพิพาทกับนางยุพินเกี่ยวกับเรื่องที่ดิน 4 แปลงนี้ ถ้าได้ที่ดินคืนมาก็ต้องตั้งให้จำเลย นายเจริญ และโจทก์กับนายพงษ์ เป็นผู้จัดการมรดก แต่ผลแห่งคดีจะเป็นอย่างไร คดีถึงที่สุดหรือยัง ได้ที่ดินคืนมาตามฟ้องหรือไม่ไม่ปรากฏ หากได้คืนมาก็เป็นมรดกที่มีผู้จัดการ ทายาทหรือผู้รับพินัยกรรมไม่ต้องฟ้องภายในกำหนดอายุความ 1 ปี ตามมาตรา 1754, 1755 เพราะอายุความสะดุดหยุดลงตามมาตรา 173 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่า โจทก์เป็นผู้ครอบครองมรดกแต่ผู้เดียว และจำเลยได้รับทราบพินัยกรรมหลังวันเปิดพินัยกรรม 1 เดือน พินัยกรรมเปิดเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2506 จำเลยจึงรู้ถึงสิทธิซึ่งจำเลยมีอยู่ตามพินัยกรรมเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2506

โจทก์ยื่นคำร้องขอรับมรดกตามพินัยกรรมต่อสำนักงานที่ดินวันที่ 4 พฤศจิกายน 2507 จำเลยยื่นคำคัดค้านวันที่ 9 พฤศจิกายน 2507 พ้นกำหนด 1 ปีนับแต่วันที่จำเลยรู้ถึงสิทธิที่จำเลยมีอยู่ตามพินัยกรรม และจำเลยมิได้ครอบครองมรดก ดังนี้ โจทก์ย่อมกล่าวอ้างอายุความหนึ่งปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสอง ขึ้นใช้ยันจำเลย และฟ้องขอให้ห้ามจำเลยมิให้คัดค้านการที่โจทก์ขอรับมรดกได้ที่จำเลยอ้างว่าจำเลยเป็นบุคคลภายนอก จะใช้มาตรา 1754 บังคับไม่ได้ เพราะเป็นบทบัญญัติเฉพาะทายาทเท่านั้น ควรใช้มาตรา 1755 ซึ่งบัญญัติยกเว้นผู้มิใช่ทายาท สิทธิเรียกร้องของจำเลยจึงยังไม่ขาดอายุความนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1755 เป็นบทบัญญัติถึงเรื่องการใช้อายุความหนึ่งปีขึ้นต่อสู้ว่าต้องเป็นทายาท หรือบุคคลซึ่งชอบที่จะใช้สิทธิของทายาทหรือผู้จัดการมรดกและคดีนี้ โจทก์จำเลยต่างเป็นผู้รับพินัยกรรมโจทก์จึงมีสิทธิกล่าวอ้างอายุความ 1 ปี ขึ้นใช้ยันจำเลยได้ว่าจำเลยหมดสิทธิเรียกร้องเอามรดกตามพินัยกรรมแล้ว เพราะจำเลยมิได้ฟ้องร้องคดีเพื่อเรียกร้องเอาภายในกำหนดอายุความ ฎีกาของจำเลยข้อนี้เป็นอันตกไปที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เจ้ามรดกกำลังมีคดีพิพาทเรื่องที่ดินมรดกอยู่กับนางยุพิน และถ้าได้มาก็ต้องตั้งให้จำเลยกับพวกเป็นผู้จัดการมรดก แต่ผลแห่งคดีจะเป็นอย่างไร คดีถึงที่สุดหรือยังได้ที่ดินคืนมาตามฟ้องหรือไม่ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏ

หากได้คืนมาก็เป็นมรดกที่มีผู้จัดการ ทายาทหรือผู้รับพินัยกรรมไม่จำต้องฟ้องร้องภายใน 1 ปี เพราะอายุความสะดุดหยุดลงตามมาตรา 173 นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย เพราะตามคำให้การจำเลยมิได้ต่อสู้ว่าคดีนี้เป็นมรดกที่มีผู้จัดการ อันจะทำให้มีสิทธิฟ้องร้องเกิน 1 ปี ประเด็นนี้จึงไม่เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ยกเอาเหตุนี้ขึ้นวินิจฉัยเอง จึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นอีกประการหนึ่ง 3ข้อกำหนดตามพินัยกรรมในเรื่องผู้จัดการมรดก ก็มีแต่เฉพาะที่ดินที่เป็นคดีพิพาทกับนางยุพิน ไม่ได้รวมถึงที่ดินมรดกแปลงอื่น ฉะนั้นที่ดินมรดกแปลงอื่นจึงไม่เป็นมรดกที่มีผู้จัดการตามพินัยกรรม ผู้รับพินัยกรรมจะฟ้องเรียกร้องเอาเกิน 1 ปีไม่ได้ในพินัยกรรมไม่ได้ระบุว่า ที่ดินแปลงใดที่พิพาทกับนางยุพินอันจะเป็นมรดกที่มีผู้จัดการตามพินัยกรรม ซึ่งมีสิทธิฟ้องเรียกเอาเกิน 1 ปีได้ เมื่อจำเลยจะอ้างประโยชน์จากอายุความเพราะเหตุนี้ภาระการพิสูจน์ย่อมตกแก่จำเลย แต่จำเลยไม่สืบพยาน จึงต้องแพ้คดีอยู่นั่นเองพิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กิตติ สีหนนทน์ · ถาวร หุตะโกวิท · แสวง ลัดพลี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้