Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5428/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บ้านเกิดเหตุมีฝาทึบสูงเกือบถึงฝ้าเพดาน ไม่น่าเชื่อว่าแสงจันทร์จะส่องเข้าไปถึงได้ที่ผู้เสียหายเบิกความว่าเห็นคนร้ายจำได้ว่าเป็นจำเลยขณะที่จำเลยกำลังออกประตูนั้นไม่น่าเชื่อเพราะขณะคนร้ายออกจากประตูบ้านคนร้ายหันหลังให้ผู้เสียหาย ประกอบกับขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางคืนและคนร้ายกำลังหนีซึ่งน่าจะไปด้วยความรีบร้อน โจทก์มีผู้เสียหายเป็นประจักษ์พยานเพียงปากเดียว จำเลยให้การปฏิเสธตลอดมา จึงมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่เข้าไปในบ้านและกระทำชำเราผู้เสียหายหรือไม่ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 227 วรรคสอง ส่วนความผิดในข้อหาบุกรุกนั้น ก. เจ้าของบ้านเบิกความรับว่าเมื่อจำเลยเมาสุราจำเลยจะมานอนบนฉางข้าวเป็นประจำทั้งในวันเกิดเหตุเมื่อ ก. พบจำเลยนอนบนฉางข้าง ก. ก็มิได้ว่ากล่าว จึงเชื่อได้ว่าจำเลยเข้าไปนอนบนฉางข้าวโดยวิสาสะ มิได้มีเจตนาบุกรุก จำเลยจึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 364

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277, 364, 365จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 วรรคสอง, 365(3) ประกอบด้วยมาตรา 364 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 277 วรรคสอง ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 10 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ผู้เสียหายเบิกความเป็นพยานว่า คืนเกิดเหตุเวลาประมาณเที่ยงคืนรู้สึกตัวตื่นเนื่องจากรู้สึกว่ามีอะไรมาถูกอวัยวะเพศ พอลืมตาก็เห็นชายคนหนึ่งนั่งคร่อมอยู่บนตัวผู้เสียหาย เห็นจากแสงจันทร์ซึ่งส่องเข้ามาในบ้านตอนนั้นจำไม่ได้ว่าเป็นใครเพราะเห็นลาง ๆ ระหว่างนั้นได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์ของนายโกศลเข้ามา ชายดังกล่าวได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์ก็ลุกขึ้นสวมเสื้อผ้าแล้วเดินออกไปทางประตู ผู้เสียหายมีโอกาสเห็นหน้าชายดังกล่าวตอนกำลังออกประตูนั้นเอง เห็นได้จากแสงจันทร์ เห็นกันในระยะห่างประมาณ 3 เมตร ชายดังกล่าวรู้จักมาก่อนคือจำเลยเมื่อจำเลยไปแล้วผู้เสียหายนุ่งผ้า พอดีนายโกศลเข้ามา นายโกศลถามว่าทำไมเปิดประตูไว้และทำไมถึงได้ปิดไฟ

เพราะตามปกติที่บ้านผู้เสียหายจะต้องเปิดไฟไว้ทั้งคืน น้องสองคนจะไม่ยอมนอนหากไม่เปิดไฟ นายโกศลเดินดูรอบบ้านพบจำเลยนอนอยู่บนฉางข้าวข้างบ้าน นายโกศลเข้านอน เมื่อนายโกศลเข้านอนแล้วผู้เสียหายนั่งร้องไห้อยู่จนนางจิตรากลับมาถึงบ้านจึงเล่าเรื่องให้นางจิตราฟัง นางจิตราไปปลุกนายโกศลแล้วไปที่ฉางข้าวผู้เสียหายตามไปด้วย จำเลยไม่ยอมตอบคำถาม นางจิตราพูดว่า วันนี้มึงอย่าได้ไปขอเมียเลย กูจะฆ่ามึงให้ตาย พร้อมกับวิ่งไปหยิบมีดในครัวออกมา จำเลยวิ่งหนี ภาพตัวบ้านเกิดเหตุปรากฏตามภาพหมาย จ.2 แผนที่เกิดเหตุปรากฏตามเอกสารหมาย จ.3 และเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า นายโกศลเดินตรวจรอบบ้านพบจำเลยนอนอยู่ที่ฉางข้าว นายโกศลไม่ได้ว่าจำเลยเพราะจำเลยมานอนอยู่ที่นั่นประจำ

ร้อยตำรวจโทพูนศักดิ์ เซ่งแซ่ พนักงานสอบสวนเบิกความเป็นพยานโจทก์ว่า ชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพข้อหาบุกรุก แต่ปฏิเสธข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา เห็นว่าตามภาพถ่ายบ้านเกิดเหตุตามภาพหมาย จ.2 และแผนที่เกิดเหตุหมาย จ.3 ปรากฏว่าบ้านเกิดเหตุมีฝาทึบสูงเกือบถึงฝ้าเพดาน จึงไม่น่าเชื่อว่าแสงจันทร์จะส่องเข้าไปถึงได้ ที่ผู้เสียหายเบิกความว่าเห็นคนร้ายจำได้ว่าเป็นจำเลยขณะจำเลยกำลังออกประตูนั้นไม่น่าเชื่อเพราะขณะคนร้ายออกจากประตูบ้าน คนร้ายหันหลังให้ผู้เสียหาย ประกอบกับขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางคืนและคนร้ายกำลังหลบหนี ซึ่งน่าจะไปด้วยความรีบร้อน โจทก์มีผู้เสียหายเป็นประจักษ์พยานเพียงปากเดียว จำเลยให้การปฏิเสธตลอดมา จึงมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่เข้าไปในบ้านนางจิตราและกระทำชำเราผู้เสียหายหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง

สำหรับข้อหาบุกรุกนั้นคงได้ความจากคำเบิกความของนายโกศลว่าเห็นจำเลยนอนบนฉางข้าวซึ่งอยู่ห่างจากตัวบ้าน 10 เมตรนายโกศลเบิกความรับว่าเมื่อจำเลยเมาสุราจำเลยจะมานอนบนฉางข้าวเป็นประจำทั้งในวันเกิดเหตุเมื่อนายโกศลพบจำเลยนอนบนฉางข้าวนายโกศลก็มิได้ว่ากล่าวจึงเชื่อว่าจำเลยเข้าไปนอนบนฉางข้าวโดยวิสาสะ มิได้มีเจตนาบุกรุก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สถิตย์ ไพเราะ · ม.ล.เฉลิมชัย เกษมสันต์ · จุมพล ณ สงขลา
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1904/2546

ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนผู้เสียหายไม่ได้กล่าวหาและเจ้าพนักงานตำรวจก็มิได้ตั้งข้อหาแก่จำเลยทั้งสองว่าจำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 มีและพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต โดยพนักงานสอบสวนเพิ่งมาแจ้งข้อหานี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3110/2531

จำเลยเป็นญาติกับผู้เสียหายถือวิสาสะเข้าไปในบ้านของผู้เสียหายตามลำพังโดยไม่มีอาวุธ เพื่อพูดขอเงินจากผู้เสียหายเมื่อผู้เสียหายว่าไม่มี จำเลยพูดว่าจะกระทืบให้ขาหักอีก แม้จะเป็นถ้อยคำที่รุนแรงไปบ้าง แต่ก็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2813/2568

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันบุกรุกเข้าไปในบ้านพักเลขที่ 63/32 อันเป็นเคหสถานที่อยู่อาศัยซึ่งอยู่ในความครอบครองของผู้ร้องที่ 1 แล้วจำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหายที่ 2 โ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 125/2567

การกระทำที่จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ผู้กระทำต้องรู้ว่าสินค้าที่ตนนำเข้ามาในราชอาณาจักร จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย เป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้