Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5424/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ห. และจำเลยครอบครองที่พิพาทแทนทายาทของเจ้ามรดกไม่ใช่ครอบครองเพื่อตนเอง ดังนี้ จำเลยย่อมไม่มีสิทธิ ยกอายุความ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 ขึ้นต่อสู้โจทก์ซึ่งเป็นทายาทของเจ้ามรดกว่าคดีขาดอายุความได้ คดีฟ้องเรียกมรดก ผู้ซึ่งอ้างว่าตนเป็นทายาท มีสิทธิในทรัพย์มรดกนั้นจะร้องสอดเข้ามาในคดีก็ได้ แต่ศาลจะเรียกทายาทอื่น นอกจากคู่ความหรือผู้ร้องสอดให้เข้ามารับ ส่วนแบ่งหรือกันส่วนแบ่งทรัพย์มรดกไว้เพื่อทายาทอื่นนั้นไม่ได้ การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาแบ่งที่ดินให้แก่ ว.ทายาทคนหนึ่งของเจ้ามรดกโดยที่ ว.มิได้ร้องสอดเข้ามาในคดีหรือ ว. ได้มอบอำนาจให้โจทก์เรียกทรัพย์มรดกแทน จึงเป็นการกันส่วน แบ่งทรัพย์มรดกไว้เพื่อทายาทอื่น ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1749ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองและจำเลยเป็นอิสลามศาสนิกชนและมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดปัตตานี ขอให้พิพากษาว่าที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1821ตำบลปะกาฮะรัง อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี เป็นที่ดินแปลงเดียวกับที่ดินโฉนดเลขที่ 27313 ตำบลปะกาฮะรังอำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี เป็นสินเดิมและทรัพย์มรดกของนายแวมะนอ หะยีแวฮามะ โดยให้โจทก์ที่ 1 และจำเลยได้รับส่วนแบ่งที่ดินพิพาทคนละ 2 ส่วน นางแวซง กาซอกับโจทก์ที่ 2 ได้รับส่วนแบ่งที่ดินพิพาทคนละ 1 ส่วน ให้จำเลยจดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์ทั้งสองและนางแวซง กาซอ เป็นผู้มีสิทธิร่วมในที่ดินพิพาทหากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาจำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทไม่ได้เป็นสินเดิมของบิดาแต่เป็นสินเดิมของมารดา ที่มารดาไปขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ในที่ดินพิพาทนั้น

ไม่ได้ไปขอออกแทนทายาท เมื่อปี 2535 มารดาแบ่งที่ดินซึ่งเป็นสินเดิมทั้งหมดให้แก่บุตรทั้งสามคน โดยยกที่ดินพิพาทให้จำเลย ส่วนโจทก์ที่ 1ได้รับที่ดินสวนมะพร้าวและที่ดินนาเนื้อที่ประมาณ 12 ไร่ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 5 ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมืองปัตตานีจังหวัดปัตตานี และนางแวซง กาซอ ได้รับที่ดินนา เนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ ตั้งอยู่ที่ตำบลดอนรัก อำเภอหนองจิกจังหวัดปัตตานี หลังจากมารดายกที่ดินพิพาทให้ จำเลยเข้าครอบครองทำประโยชน์โดยเปิดเผยและเจตนาเป็นเจ้าของตลอดมา โจทก์ทั้งสองไม่เคยโต้แย้งหากโจทก์ทั้งสองมีสิทธิในที่ดินพิพาทคดีก็ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)

เลขที่ 1821 (โฉนดที่ดินเลขที่ 27313)ตำบลปะกาฮะรัง อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี เป็นสินเดิมและทรัพย์มรดกของนายแวมะนอ หะยีแวฮามะ โดยให้โจทก์ที่ 1 กับจำเลยได้รับส่วนแบ่งที่ดินพิพาทคนละ 2 ส่วน และโจทก์ที่ 2 กับนางแวซง กาซอ ได้รับส่วนแบ่งในที่ดินพิพาทคนละ 1 ส่วนให้จำเลยจดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์ทั้งสองและนางแวซง กาซอเป็นผู้มีสิทธิร่วมในที่ดินพิพาทตามส่วน หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เดิมนายแวมะนอ หะยีแวฮามะ กับนางแวเยาะ อุสมันบาฮา เป็นสามีภริยากันมีบุตรคือโจทก์ที่ 2 ต่อมานายแวมะนอ หะยีแวฮามะ กับนางแวเยาะ

อุสมันบาฮา หย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากัน หลังจากนั้นนายแวมะนอ หะยีแวฮามะ ได้นางหะจีเจะมีเนา หะยีแวฮามะเป็นภริยา มีบุตรคือ โจทก์ที่ 1 และจำเลย โจทก์ที่ 1 กับจำเลยจึงเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ส่วนโจทก์ที่ 2 เป็นพี่น้องร่วมบิดาแต่ต่างมารดากัน นางหะจีเจะมีเนา หะยีแวฮามะ มีชื่อถือสิทธิครอบครองในหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 1821ตำบลปะกาฮะรัง อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี ปัจจุบันโฉนดเลขที่ 2733 ตำบลปะกาฮะรัง อำเภอเมืองปัตตานีจังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นที่ดินพิพาทในคดีนี้ ต่อมาเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2535 นางหะจีเจะมีเนา หะยีแวฮามะ ได้จดทะเบียนยกที่ดินพิพาทให้แก่จำเลย ปัจจุบันจำเลยครอบครองที่ดินพิพาทอยู่ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกมีว่าจำเลยครอบครองที่ดินพิพาทอย่างเป็นเจ้าของหรือครอบครองแทนทายาทคนอื่นของนายแวมะนอ

หะยีแวฮามะ โจทก์ทั้งสองเบิกความว่าที่ดินพิพาทมีเนื้อที่ 11 ไร่เศษเดิมเป็นของบิดาโจทก์ทั้งสองและจำเลย โดยบิดาซื้อมาจากนายเจ๊ะอูมาร ไม่ทราบนามสกุล เมื่อปี 2465 ขณะอยู่กินกับนางแวเยาะมารดาของโจทก์ที่ 2 ขณะซื้อที่ดินพิพาทมีหลักฐานเป็น ส.ค.1 เลขที่ 222 หมู่ที่ 1 ตำบลปะกาฮะรัง อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานีเอกสารหมาย จ.4 และเชื่อได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินตามเอกสารหมาย จ.4 ตรงตามที่โจทก์ทั้งสองนำสืบ และนอกจากโจทก์ทั้งสองแล้วพยานโจทก์อื่น เช่น นายมะมิงมะ สาและอายุ 75 ปี นายแวอาแซ แวนิ อายุ 60 ปี ก็เบิกความว่ารู้จักที่ดินพิพาทดีโดยเฉพาะนายมะมิงมะ สาและ เบิกความยืนยันว่า บิดาโจทก์เป็นผู้ทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท โดยทำด้วยตนเองและมีลูกศิษย์ช่วยทำ ซึ่งนายมะมิงมะ

สาและ ก็เป็นลูกศิษย์คนหนึ่งของบิดาโจทก์และมีส่วนช่วยทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทตั้งแต่บิดาโจทก์ยังอยู่กินเป็นสามีภริยากับมารดาโจทก์ที่ 2 จนกระทั่งทั้งสองหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยาแล้วมาแต่งงานกับนางหะยีเจะมีเนาะ พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมามีน้ำหนักกว่าพยานหลักฐานจำเลย ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นสินเดิมของบิดาโจทก์ทั้งสองและจำเลยและบิดาไม่ได้ยกให้แก่ผู้หนึ่งผู้ใด ขณะมีชีวิตอยู่ ที่ดินพิพาทจึงเป็นมรดกตกได้แก่ทายาท ซึ่งมีโจทก์ทั้งสองและจำเลยรวมอยู่ด้วยแม้โจทก์ทั้งสองจะได้รับทรัพย์สินของบิดาไปแล้วตั้งแต่บิดายังมีชีวิตอยู่ก็หาได้หมดสิทธิในการรับมรดกของบิดาไม่ที่นางหะยีเจะมีเนาะไปขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในนามของตนเองนั้นเป็นการใส่ชื่อแทนทายาทนางหะยีเจะมีเนาะจึงไม่มีสิทธิจดทะเบียนยกให้จำเลยแต่ผู้เดียว

เพราะนางหะยีเจะมีเนาะอยู่ในฐานะครอบครองที่ดินพิพาทแทนทายาทคนอื่น ดังนั้น จำเลยผู้รับโอนจากนางหะยีเจะมีเนาะไม่มีสิทธิดีกว่านางหะยีเจะมีเนาะผู้โอน แม้จะรับโอนมาก็ถือว่าครอบครองแทนแทนทายาทคนอื่นของนายแวมะนอ หะยีแวฮามะ ด้วยปัญหาที่ต้องวินิจฉัยประการต่อไปมีว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่านางหะยีเจะมีเนาะและจำเลยครอบครองที่พิพาทแทนทายาททุกคน ไม่ใช่ครอบครองเพื่อตนเองแล้วจำเลยก็ไม่มีสิทธิยกอายุความ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1754 ขึ้นต่อสู้โจทก์ทั้งสองว่าคดีขาดอายุความได้อนึ่ง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1749 บัญญัติว่า"ถ้ามีคดีฟ้องเรียกมรดก ผู้ซึ่งอ้างว่าตนเป็นทายาทมีสิทธิในทรัพย์มรดกนั้นจะร้องสอดเข้ามาในคดีก็ได้ แต่ศาลจะเรียกทายาทอื่น

นอกจากคู่ความหรือผู้ร้องสอดให้เข้ามารับส่วนแบ่งหรือกันส่วนแบ่งทรัพย์มรดกไว้เพื่อทายาทอื่นนั้นไม่ได้"การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาแบ่งที่ดินให้แก่นางแวซง กาซอซึ่งเป็นทายาทคนหนึ่งโดยที่นางแวซงมิได้ร้องสอดเข้ามาในคดีหรือได้มอบอำนาจให้โจทก์ทั้งสองเรียกทรัพย์มรดกแทนจึงเป็นการกันส่วนแบ่งทรัพย์มรดกไว้เพื่อทายาทอื่น ต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าวศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยแบ่งที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1821 (โฉนดที่ดินเลขที่ 27313) ตำบลปะกาฮะรัง อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานีซึ่งเป็นสินเดิมและทรัพย์มรดกของนายแวมะนอ หะยีแวฮามะให้แก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 2 ใน 6 ส่วน ให้แก่โจทก์ที่ 2 จำนวน 1 ใน 6 ส่วน ให้จำเลยจดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์ทั้งสองเป็นผู้มีสิทธิร่วมในที่ดินพิพาทตามส่วน หากไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมลักษณ์ จัดกระบวนพล · สมปอง เสนเนียม · อนันต์ โรจนเนืองนิตย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้