คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินของจำเลยต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์ เมื่อโจทก์ได้ดำเนินการออกใบแจ้งรายการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดิน และส่งใบแจ้งรายการดังกล่าวให้จำเลยทราบโดยชอบแล้ว จำเลยเพิกเฉยเสียไม่ชำระเงินค่าภาษีดังกล่าวต่อโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าภาษี เงินเพิ่มและดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยให้การปฏิเสธและขอให้ยกฟ้องหลังจากสืบพยานโจทก์แล้ว ในวันนัดสืบพยานจำเลยนัดที่สามจำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลภาษีอากรกลางสั่งงดสืบพยานจำเลยแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า คดีนี้มีจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินห้าหมื่นบาท ต้องห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 25 ที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยสืบพยาน เนื่องจากจำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี แต่ศาลภาษีอากรกลางสั่งงดสืบพยานจำเลยนั้น เห็นว่าคำสั่งของศาลภาษีอากรกลางดังกล่าวมีผลเท่ากับไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีนั่นเอง อุทธรณ์ของจำเลยจึงเป็นการโต้เถียงดุลพินิจของศาลที่ไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีเป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามบทบัญญัติดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย