Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5410/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้จำเลยที่ 1 ไม่ได้เป็นผู้ออกใบตราส่ง แต่ใบตราส่งเป็นเพียงพยานหลักฐานอย่างหนึ่งแห่งสัญญารับขนเท่านั้น โจทก์ย่อมนำสืบพยานหลักฐานอื่นแสดงถึงการทำสัญญารับขนได้ โจทก์ได้นำสืบถึงพฤติการณ์ที่จำเลยที่ 1 ติดต่อทำธุรกิจส่งสินค้าทั้งทางอากาศและทางเรือให้แก่ผู้ซื้อสินค้าทั้งสองรายมาเป็นเวลานาน โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้เสนอค่าจ้างขนส่งและแจ้งชื่อจำเลยที่ 2 เป็นผู้ขนส่งในต่างประเทศ จำเลยที่ 1เป็นผู้เก็บค่าจ้างขนส่งเมื่อทำการขนส่งเสร็จสิ้น และการที่จำเลยที่ 2 ระบุชื่อจำเลยที่1เป็นผู้รับสินค้าที่ปลายทางการขนส่งทางอากาศเพื่อที่จะเป็นผู้มีสิทธิไปขอรับสินค้าออกจากโกดังส่งมอบให้แก่ลูกค้าซึ่งแสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้เสนอตัวและดำเนินการเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าให้บริษัทผู้ซื้อทั้งสอง บริษัททั้งสองซึ่งเป็นผู้ซื้อสินค้าและเอาประกันภัยไว้กับโจทก์ได้ทำสัญญารับขนสินค้ากับจำเลยที่ 1 โดยตกลงว่าจ้างให้จำเลยที่ 1ขนส่งสินค้าจากสนามบินต่างประเทศมายังประเทศไทยเพื่อส่งมอบให้แก่บริษัททั้งสอง จำเลยที่ 1 จึงเป็นผู้ร่วมขนส่งสินค้าเมื่อสินค้าสูญหายระหว่างการรับขนจำเลยที่ 1 ต้องรับผิดในความสูญหายของสินค้าต่อบริษัททั้งสองตามสัญญารับขน และเมื่อโจทก์ผู้รับประกันภัยสินค้าพิพาทได้ชำระค่าสินไหมทดแทนแก่บริษัทผู้ซื้อสินค้าทั้งสองผู้เอาประกันภัยสินค้าดังกล่าวแล้ว ย่อมได้รับช่วงสิทธิมาเรียกร้องเอาจากจำเลยที่ 1 ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้อง รวมเป็นเงินจำนวน 369,244.50 บาท กับดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 366,800 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 ให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้องโจทก์ทิ้งฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 และที่ 3ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 369,244.50 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 366,800 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 2 ตุลาคม 2538) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 3,000 บาทแทนโจทก์จำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ประเด็นแรกว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้ร่วมขนส่งอันจะทำให้จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดด้วยหรือไม่ โจทก์มีนางสาวพรรณภัทร ณ นคร เบิกความเป็นพยานว่า พยานทำงานอยู่ที่บริษัทไทย-เยอรมัน เซรามิค อินดัสทรี่ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเครือเดียวกับบริษัทอินดัสเทรียล พลานท์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด โดยมีสำนักงานอยู่ที่เดียวกันบริษัททั้งสองได้สั่งซื้อสินค้าตามฟ้องจากบริษัทนูวาฟิม่า เอส.พี.เอ. จำกัด ประเทศอิตาลีระบบ เอฟโอบีสนามบินในประเทศอิตาลี ในการนี้ทางบริษัทผู้ซื้อทั้งสองได้ติดต่อจำเลยที่ 1 ให้เป็นผู้ทำการขนส่งสินค้าในช่วงต่อไป ซึ่งจำเลยที่ 1 ได้ขอให้ดำเนินการส่งผ่านไปยังบริษัทจำเลยที่ 2 เมื่อจำเลยที่ 2 ได้รับสินค้าจากบริษัทนูวาฟิม่า

เอส.พี.เอ จำกัด ผู้ขายแล้ว ได้ออกใบตราส่งทางอากาศให้แก่บริษัทนูวาฟิม่า เอส.พี.เอ จำกัด โดยระบุชื่อบริษัทอินดัสเทรียล พลานท์ ดีเวลลอปเม้นท์จำกัด และบริษัทไทย-เยอรมัน เซรามิค อินดัสทรี่ จำกัด ผู้ซื้อ เป็นผู้รับตราส่งปรากฏตามเอกสารหมาย จ.7 และ จ.8 จำเลยที่ 2 ได้นำสินค้าส่งทางสายการบินของจำเลยที่ 3เมื่อจำเลยที่ 3 ได้รับสินค้าดังกล่าวแล้วได้ออกใบตราส่งทางอากาศให้จำเลยที่ 2 ตามเอกสารหมาย จ.9 โดยระบุในเอกสารดังกล่าวว่าผู้ส่งสินค้า คือ จำเลยที่ 2และผู้รับสินค้า คือ จำเลยที่ 1 เหตุที่ระบุชื่อจำเลยที่ 1 เป็นผู้รับสินค้า เนื่องจากจำเลยที่ 1 มีหน้าที่นำส่งสินค้าดังกล่าวให้กับบริษัทไทย-เยอรมัน เซรามิค อินดัสทรี่จำกัด และบริษัทอินดัสเทรียล

พลานท์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้ซื้อ และจำเลยที่ 1ทำหน้าที่รับจ้างออกสินค้าให้แก่ผู้ซื้อด้วย ผู้ซื้อติดต่อทำธุรกิจว่าจ้างจำเลยที่ 1 ส่งสินค้าทางอากาศทางเรือ และออกสินค้ามาเป็นเวลานานกว่า 3 ปี วิธีการขนส่งสินค้าจำเลยที่ 1 จะทำใบเสนอราคารับจ้างขนส่งซึ่งคิดตามน้ำหนักของสินค้าโดยระบุวิธีการส่งของว่าให้ติดต่อกับจำเลยที่ 2 ในประเทศอิตาลี ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.27ในกรณีที่สามารถทำการส่งสินค้าได้เมื่อสินค้ามาถึงประเทศไทยจำเลยที่ 1 จะออกใบแจ้งหนี้เรียกเก็บเงินค่าขนส่งตามอัตราที่ได้เสนอราคาไว้ ตามตัวอย่างใบแจ้งหนี้เอกสารหมาย จ.28 และผู้ซื้อก็ชำระราคาค่าขนส่งให้จำเลยที่ 1 ตามตัวอย่างเอกสารหมาย จ.29 ส่วนจำเลยที่ 1 มีนางสาววรรณา

รัตนศักดิ์สิริ พนักงานของจำเลยที่ 1 เบิกความว่า ตามปกติในการนำสินค้าออกจะต้องแจ้งว่าสินค้ามาถึงท่าอากาศยานกรุงเทพแล้วให้ลูกค้าทราบ ทางลูกค้าจะตกลงว่าลูกค้าจะเป็นผู้ไปรับสินค้าด้วยตนเองหรือจะให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้ไปรับสินค้าแทน กับเบิกความตอบคำถามค้านประกอบเอกสารหมาย จ.9 ว่า เอกสารดังกล่าวเป็นใบตราส่งซึ่งระบุว่า บริษัทจำเลยที่ 1เป็นผู้รับตราส่ง การที่จำเลยที่ 1 มีชื่ออยู่ในใบตราส่งหมายความว่าสามารถเป็นผู้ถือเอกสารไปรับสินค้าออกมาจากโกดังเพื่อส่งให้ลูกค้าได้ กรณีจึงเจือสมในทางนำสืบของโจทก์ว่า การขนส่งสินค้ารายนี้ในช่วงจากสนามบินในประเทศอิตาลี ผู้ซื้อได้ติดต่อกับจำเลยที่ 1 ให้ดำเนินการขนส่งสินค้าให้แก่ผู้ซื้อ โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดส่งสินค้าให้ซึ่งจำเลยที่ 2 จะมอบสินค้าให้แก่จำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 ก็ได้ออกใบส่งทางอากาศ(Air

Waybill) ให้จำเลยที่ 2 โดยระบุชื่อจำเลยที่ 1 เป็นผู้รับสินค้า เพื่อที่จำเลยที่ 1จะได้นำไปขอรับสินค้าส่งให้แก่ลูกค้าต่อไป ดังนี้ แม้จำเลยที่ 1 ไม่ได้เป็นผู้ออกใบตราส่งก็ตาม แต่ใบตราส่งถือเป็นเพียงพยานหลักฐานอย่างหนึ่งแห่งสัญญารับขนเท่านั้นโจทก์ย่อมนำสืบพยานหลักฐานอื่นแสดงถึงการทำสัญญารับขนได้ด้วย เมื่อโจทก์ได้นำสืบถึงพฤติการณ์ที่จำเลยที่ 1 ติดต่อทำธุรกิจส่งสินค้าทั้งทางอากาศและทางเรือให้แก่ผู้ซื้อสินค้าทั้งสองรายนี้มาเป็นเวลานาน โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้เสนอค่าจ้างขนส่งและแจ้งชื่อจำเลยที่ 2 เป็นผู้ขนส่งในประเทศอิตาลีก็ดี จำเลยที่ 1 เป็นผู้เก็บค่าจ้างขนส่งเมื่อทำการขนส่งเสร็จสิ้นแล้วก็ดี การที่จำเลยที่ 2 ระบุชื่อจำเลยที่ 1 เป็นผู้รับสินค้าที่ปลายทางการขนส่งทางอากาศเพื่อที่จะเป็นผู้มีสิทธิไปขอรับสินค้าออกจากโกดังส่งมอบให้แก่ลูกค้าก็ดีซึ่งล้วนแสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้เสนอตัวและดำเนินการเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าตามฟ้องให้บริษัทผู้ซื้อทั้งสอง

กรณีจึงฟังได้ว่า บริษัทไทย-เยอรมัน เซรามิค อินดัสทรี่ จำกัด และบริษัทอินดัสเทรียล พลานท์ ดีเวลลอปเม้นท์จำกัด ผู้ซื้อสินค้าตามฟ้องและเอาประกันภัยไว้กับโจทก์ได้ทำสัญญารับขนสินค้าดังกล่าวกับจำเลยที่ 1 โดยตกลงว่าจ้างให้จำเลยที่ 1 ขนส่งสินค้าพิพาทจากสนามบินประเทศอิตาลีมายังประเทศไทยเพื่อส่งมอบให้แก่บริษัททั้งสอง จำเลยที่ 1 จึงเป็นผู้ร่วมขนส่งสินค้าตามฟ้อง เมื่อสินค้าสูญหายระหว่างการขนส่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดในความสูญหายของสินค้าต่อบริษัททั้งสองดังกล่าวตามสัญญารับขนนั้น และเมื่อโจทก์ผู้รับประกันภัยสินค้าพิพาทได้ชำระค่าสินไหมทดแทนแก่บริษัทผู้ซื้อสินค้าทั้งสองผู้เอาประกันภัยสินค้าดังกล่าวแล้ว จึงได้รับช่วงสิทธิมาเรียกร้องเอาจากจำเลยที่ 1 ได้ส่วนที่จำเลยที่ 1 ฎีกาอีกว่า

เมื่อสินค้ายังส่งมาไม่ถึงสถานที่ปลายทางที่กำหนดให้ส่งสิทธิตามสัญญาขนส่งจึงยังไม่โอนไปยังผู้รับตราส่ง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 627 ดังนั้น บริษัทไทย-เยอรมัน เซรามิคอินดัสทรี่ จำกัด และบริษัทอินดัสเทรียล พลานท์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ที่มีสิทธิได้รับค่าเสียหายตามฟ้อง แม้โจทก์ชำระค่าเสียหายแก่บริษัททั้งสองก็ไม่ได้รับช่วงสิทธิมาเรียกร้องเอาจากจำเลยที่ 1 ได้นั้น เมื่อข้อเท็จรจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 เข้าทำสัญญารับขนสินค้าพิพาทกับบริษัททั้งสองดังกล่าวมาข้างต้นแล้วจำเลยที่ 1 ย่อมต้องรับผิดในความสูญหายของสินค้าต่อบริษัททั้งสองโดยตรงตามสัญญารับขนอยู่แล้ว กรณีไม่ต้องด้วยมาตรา 627 ตามที่จำเลยที่ 1 กล่าวอ้างฎีกามาแต่อย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ · สุรินทร์ นาควิเชียร · กิติยาภรณ์ อาตมียะนันทน์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้