Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 541/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ศาลพิพากษาให้ผู้กระทำความผิดจ่ายเงินบำเหน็จตามมาตรา 71 พระราชบัญญัติการประมงมีผลเท่ากับเป็นการลงโทษทางอาญาแก่ผู้กระทำความผิด ชอบที่ศาลจะใช้ดุลพินิจกำหนดโทษหรืออีกนัยหนึ่ง กำหนดเงินบำเหน็จได้ตามควรแก่กรณีคำสั่งกระทรวงเกษตรซึ่งวางระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จ เป็นคำสั่งที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 71 แห่งพระราชบัญญัติการประมงฯจึงไม่มีทางแปลไปได้ว่าเป็นบทบังคับศาลพิพากษาให้ผู้กระทำความผิดชำระเงินบำเหน็จไปตามจำนวนที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้เครื่องมือทำการประมงที่ห้ามใช้เด็ดขาดทำการประมงจับปลาในฤดูปลามีไข่ในที่จับสัตว์น้ำในน่านน้ำจืด ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๓๒, ๖๕, ๖๙, ๗๑ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐๕ ลงวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๑๕ ข้อ ๕ริบของกลาง และขอให้จำเลยชำระเงินบำเหน็จแก่ผู้นำจับตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตกลงจะจ่ายให้เป็นเงิน ๕๐๐ บาท ตามคำสั่งของกระทรวงเกษตรที่ ๑๓๓/๒๕๑๔ เรื่องระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จให้แก่ผู้กระทำผิดพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. ๒๔๙๐ ด้วย

จำเลยให้การรับสารภาพ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามบทกฎหมายที่โจทก์อ้างขอให้ลงโทษ ปรับ ๕๐๐ บาท ลดเพราะรับสารภาพตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้กึ่งหนึ่ง คงปรับ ๒๕๐ บาทส่วนที่โจทก์ขอให้จำเลยชำระค่าบำเหน็จนำจับ ๕๐๐ บาท สูงเกินไปเห็นควรให้จำเลยชำระเพียง ๒๐๐ บาท เงินค่าปรับและค่าบำเหน็จหากไม่ชำระ ให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ริบของกลาง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา มีปัญหาว่า ศาลพิพากษาลดเงินบำเหน็จนำจับลงจากจำนวนที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตกลงจะจ่ายให้แก่ผู้นำจับนั้น คลาดเคลื่อนต่อกฎหมายหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. ๒๔๙๐มาตรา ๗๑ บัญญัติว่า "ผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องจ่ายเงินบำเหน็จแก่ผู้นำจับตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนดแต่ต้องไม่เกินสองพันบาท และต้องชดใช้เงินซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการไปตามมาตรา ๕๙ ในกรณีที่ศาลลงโทษผู้กระทำความผิด ให้ศาลพิพากษาให้ผู้กระทำความผิดชำระเงินดังกล่าวแล้วถ้าไม่ชำระ ให้จัดการตามมาตรา ๑๘ แห่งกฎหมายลักษณะอาญา โดยถือเสมือนว่าเป็นค่าปรับ"ดังนั้น เมื่อผู้กระทำความผิดไม่ชำระเงินบำเหน็จ ก็จะต้องถูกยึดทรัพย์สินใช้ค่าบำเหน็จ หรือมิฉะนั้นจะต้องถูกกักขังแทนค่าบำเหน็จ ทั้งนี้โดยถือว่าค่าบำเหน็จเป็นเสมือนหนึ่งค่าปรับตามความหมายแห่งมาตรา ๒๙ประมวลกฎหมายอาญา (ซึ่งใช้แทนมาตรา ๑๘ กฎหมายลักษณะอาญาเดิม)จากบทบัญญัติดังกล่าวจะเห็นได้ว่า

การไม่ชำระเงินบำเหน็จอาจทำให้ผู้กระทำความผิดถึงกับต้องถูก "กักขัง" แทน "กักขัง" เป็นโทษอย่างหนึ่งฉะนั้น การที่ศาลพิพากษาให้ผู้กระทำความผิดจ่ายเงินบำเหน็จตามมาตรา ๗๑ แห่งพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. ๒๔๙๐ จึงมีผลเท่ากับเป็นการลงโทษทางอาญาแก่ผู้กระทำความผิด ชอบที่ศาลจะใช้ดุลพินิจกำหนดโทษ หรืออีกนัยหนึ่งกำหนดเงินบำเหน็จนั้นได้ตามควรแก่กรณีส่วนคำสั่งกระทรวงเกษตรที่ ๑๓๓/๒๕๑๔ ซึ่งวางระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จก็มิได้กำหนดจำนวนเงินบำเหน็จนำจับเป็นอัตราตายตัว เพียงแต่กำหนดจำนวนอย่างสูงไว้เท่านั้น ทั้งคำสั่งนี้ก็ออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๗๑แห่งพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. ๒๔๙๐ จึงไม่มีทางที่จะแปลไปได้ว่าเป็นบทบังคับศาลพิพากษาให้ผู้กระทำความผิดชำระเงินบำเหน็จไปตามจำนวนที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กฤษณ์ โสภิตกุล · ยงยุทธ เลอลภ · อุดม จาละ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายอัมพร ศศะภูริ
ศาลอุทธรณ์ - นายปชงค์ นาคพันธวงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้