Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 541/2469

พ.ศ. 2469 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

มฤดก ที่ดิน ผู้ใดมีชื่อในหนังสือซื้อขาย ต้องสันนิษฐานว่าเปนผู้นั้นออกเงินซื้อ พยานบุคคลไม่ดีกว่าพยานเอกสาร ความประสงค์ของผู้ตาย (เทียบฎีกา 58/128)

เนื้อความคำพิพากษา

นางอิ่มเปนบุตรีหลวงทวยหาญกับนางบุนนาค มอบอำนาจให้อัยการฟ้องหลวงทวยหาญ เรียกทรัพย์ซึ่งเปนส่วนของตนแลมฤดกของนางบุนนาค ทางพิจารณาได้ความว่า ที่ดินบ้านหม้อนั้นมีชื่อนางบุนนาคกับนางอิ่มในหนังสือซื้อขายครั้นนางบุนนาคตาย หลวงทวยหาญได้ทำสัญญาขายไปเปนราคา ๑๔๐๐๐ บาท ฝ่ายหลวงทวยหาญเถียงว่าตนเปนผู้ออกเงินซื้อแลขายไป ๑๒๐๐๐ บาทเท่านั้น แลอ้างพยานบุคคลมาสนับสนุนข้อนี้ ส่วนเงินค่าขายโรงรถซึ่งเปนสมรสระหว่างหลวงทวยหาญกับนางบุนนาคนั้น หลวงทวยหาญไม่ได้สู้ความว่าเงินรายนี้ได้จำหน่ายสูญสิ้นไปในระหว่างที่นางบุนนาคยังมีชีวิตอยู่เปนแต่เถียงว่าตนได้ขายไปเปนราคา ๑๖๐๐ บาท เพราะในข้อนี้โจทย์ฟ้องเรียกเปนเงิน ๒๔๐๐ บาท ฎีกาตัดสินว่า (๑) ที่ดินบ้านหม้อนั้นนางบุนนาคเปนผู้ออกเงินซื้อ โดยยึดหลักฐานในหนังสือสำคัญ ซึ่งมีชื่อนางบุนนาคกับนางอิ่ม

เพราะคำพยานบุคคลจะมาหักล้างคำพยานเอกสารไม่ได้ การที่มีชื่อนางอิ่มด้วยนั้นผู้ตายหวังจะให้นางอิ่มเปนเจ้าของด้วยส่วนหนึ่ง จึงให้แบ่งที่นั้นเปนของนางอิ่มครึ่งหนึ่งก่อน อีกครึ่งหนึ่งนั้นเปนสมรสระหว่างนางบุนนาคกับหลวงทวยหาญ แล ๑ ใน ๓ เปนมฤดกของนางบุนนาคให้นางอิ่มครึ่งหนึ่ง (๒) ส่วนเงินขายโรงรถนั้น หลวงทวยหาญจำหน่ายไม่ได้ว่าได้สูญสิ้นไปด้วยประการใดแล้ว หลวงทวยหาญต้องรับผิดชอบ แต่ในข้อนี้หลวงทวยหาญรับว่าได้ขายไปเปนเงิน ๑๖๐๐ บาท จึงให้แบ่งออกเปน ๓ ส่วนให้เปนมฤดกนางบุนนาค ๑ ส่วน ให้นางอิ่มได้กึ่งหนึ่งของมฤดกนางบุนนาค (๓) ให้หลวงทวยหาญคืนเงิน ๓๔๓๙ บาท ๓ สตางค์ ซึ่งหลวงทวยหาญรักษาไว้แทนนางอิ่ม

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
หริศ · นรเนติ · พิจาราณา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้