Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2555 (เลขอ้างอิง 540888)

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 7 ออกหนังสือถึง ส.ป.จ. ต่าง ๆ ตามเอกสารหมาย จ.6 ว่าจำเลยที่ 1 ผู้ขายจะนำโต๊ะเก้าอี้นักเรียนไปส่งให้โรงเรียนเอง ก็หาใช่เป็นการสั่งให้เปลี่ยนแปลงสถานที่ส่งมอบโต๊ะเก้าอี้นักเรียนขัดต่อข้อตกลงในสัญญาซื้อขายตามที่โจทก์กล่าวอ้างไม่ เพราะในหนังสือดังกล่าวจำเลยที่ 1 แจ้งด้วยว่า ขอให้ ส.ป.จ. เหล่านั้นติดตามดูแลให้ผู้ขายนำโต๊ะเก้าอี้นักเรียนส่งโรงเรียนตามบัญชีจัดสรรของ ส.ป.จ. นั้น ๆ ด้วย ซึ่งจำเลยที่ 1 ก็ยังคงต้องนำโต๊ะเก้าอี้นักเรียนไปส่งมอบ ณ ส.ป.จ. ต่าง ๆ ตามสัญญา แล้ว ส.ป.จ. ต่าง ๆ จะเป็นผู้ติดตามดูแลให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้นำโต๊ะเก้าอี้นักเรียนไปส่งยังโรงเรียนในสังกัด ส.ป.จ. นั้นแทน อันเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายของโจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยให้เรียกจำเลยสำนวนหลังว่า จำเลยที่ 8 โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 1,453,612.30 บาท จำเลยที่ 8 ร่วมกันรับผิดในค่าเสียหายดังกล่าวจำนวน 1,445,001.70 บาท พร้อมดอกเบี้ยจากต้นเงินดังกล่าวอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 6 ที่ 7 ที่ 8 ให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์และจำเลยที่ 8 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระค่าปรับเป็นเงิน 1,445,001.70 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2537 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ดอกเบี้ยคำนวณถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 14 กรกฎาคม 2537) มิให้เกิน 8,610.60 บาท และให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 10,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 8 ฎีกา ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เรียกทายาทเข้าเป็นคู่ความแทนจำเลยที่ 5 ซึ่งถึงแก่ความตายระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้อง และให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 5 ออกจากสารบบความของศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 และที่ 7 จงใจหรือประมาทเลินเล่อในการปฏิบัติหน้าที่ราชการเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ อันเป็นการละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ 3 ถึงที่ 6 เกี่ยวข้องกับคดีนี้ในขั้นตอนของการตรวจสอบ วางฎีกา และเสนอเรื่องให้จำเลยที่ 7 พิจารณาอนุมัติเบิกจ่ายเงิน ซึ่งจะต้องดำเนินการตามระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง พ.ศ.2520 เมื่อพิจารณาประกอบกับคำเบิกความของจำเลยที่ 3 แล้ว จะเห็นได้ว่าการขออนุมัติเบิกจ่ายเงินเพื่อจ่ายเป็นค่าซื้อโต๊ะเก้าอี้นักเรียนนั้นจำเลยที่ 3 ถึงที่ 6 ต้องพิจารณาเอกสารที่สำคัญประกอบการเสนอให้จำเลยที่ 7 อนุมัติฎีกาอนุญาตให้จ่ายเงินแก่จำเลยที่ 1 คือ

สัญญาซื้อขาย ใบส่งมอบโต๊ะเก้าอี้นักเรียน และเอกสารแสดงการตรวจรับโต๊ะเก้าอี้นักเรียน ปรากฏว่าหลังจากจำเลยที่ 1 ขออนุมัติเบิกเงินค่าโต๊ะเก้าอี้นักเรียน วันที่ 23 ธันวาคม 2534 จำเลยที่ 5 จัดทำบันทึกข้อความ ซึ่งมีข้อความว่า บัดนี้ห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 ผู้ขายได้ส่งมอบโต๊ะนักเรียนพร้อมเก้าอี้เดี่ยวตามแบบกรมสามัญศึกษาตามสัญญาทั้งหมดให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจรับไว้ถูกต้อง งวดที่ 1 เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2534 งวดที่ 2 เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2534 และผู้ขายได้นำหลักฐานการตอบรับจาก สปจ.ต่างๆ ว่าได้รับโต๊ะนักเรียนพร้อมเก้าอี้จำนวน 5,000 ชุด ครบตามสัญญางวดที่ 1 มาขอเบิกเงิน ได้ตรวจสอบแล้วปรากฏว่าผู้ขายได้ส่งของให้

สปจ.ครบถ้วนตามบัญชีจัดสรรและอยู่ภายในกำหนดสัญญา เห็นควรเบิกจ่ายเงินงวดที่ 1 ให้ผู้ขายต่อไป โดยจำเลยที่ 6 ลงนามเสนอจำเลยที่ 7 ว่า เพื่อโปรดอนุมัติลงวันที่ 24 ธันวาคม 2534 แต่จำเลยที่ 3 ระบุข้อความว่า ตรวจเสนอลงวันที่ 20 ธันวาคม 2534 จำเลยที่ 4 ลงลายมือชื่อกำกับในวันที่ 20 ธันวาคม 2534 เช่นเดียวกัน ต่อมาวันที่ 24 ธันวาคม 2534 จำเลยที่ 7 จึงมีคำสั่งอนุมัติให้จ่ายเงินค่าโต๊ะเก้าอี้นักเรียนได้ ทั้งนี้จำเลยที่ 1 ได้มอบเอกสารที่มีข้อความว่าใบตอบรับ เป็นเอกสารประกอบที่สำคัญในการขอรับเงิน วันที่ 3 มีนาคม 2535 จำเลยที่ 5 ได้มีบันทึกข้อความด่วนที่สุดขออนุมัติเบิกจ่ายเงินค่าโต๊ะเก้าอี้นักเรียนงวดที่ 2 เสนอแก่จำเลยที่ 7 เพื่อให้เบิกจ่ายเงินให้แก่จำเลยที่ 1 โดยข้อความในบันทึกฉบับนั้นมีรายละเอียดที่สำคัญว่า

ผู้ขายได้ส่งมอบโต๊ะนักเรียนพร้อมเก้าอี้เดี่ยวทั้งหมดให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจรับไว้ถูกต้องครบถ้วนแล้ว บัดนี้ผู้ขายได้นำหลักฐานตอบรับจาก สปจ. ต่างๆ จำนวน 13 จังหวัดว่าได้รับโต๊ะนักเรียนพร้อมเก้าอี้เดี่ยวครบถ้วนตามสัญญา ตรวจสอบแล้วหลักฐานการตอบรับครบถ้วน เห็นควรเบิกจ่ายเงินงวดที่ 2 ให้แก่จำเลยที่ 1 ต่อไป โดยในเอกสารฉบับนี้มีจำเลยที่ 3 และที่ 4 ร่วมกันลงลายมือชื่อในข้อความตรวจเสนอลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2535 และวันที่ 5 มีนาคม 2535 จำเลยที่ 7 อนุมัติให้เบิกจ่ายเงินแก่จำเลยที่ 1 ทั้งนี้จำเลยที่ 1 ได้มอบหลักฐานที่สำคัญประกอบการขอเบิกเงินคือ หลักฐานที่มีข้อความว่าใบตอบรับของ สปจ.ต่างๆ ซึ่งเอกสารเหล่านั้นตรงกับเงื่อนไขท้ายสัญญา

ดังนั้น การที่จำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 6 เสนอเรื่องไปตามลำดับเพื่อให้จ่ายเงินค่าโต๊ะเก้าอี้นักเรียนให้แก่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 7 เป็นผู้อนุมัติจ่ายเงินไปจึงเป็นการปฏิบัติโดยถูกต้องตามระเบียบของทางราชการแล้ว ซึ่งขณะนั้นไม่มีรายงานต่อโจทก์ว่าจำเลยที่ 1ส่งมอบโต๊ะเก้าอี้นักเรียนล่าช้ากว่าที่กำหนดในสัญญาซื้อขาย หลักฐานใบตอบรับของ สปจ. ต่างๆ ก็ไม่มีข้อพิรุธ ทั้งจำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 และที่ 7 ไม่มีหน้าที่ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า สปจ.ต่างๆ ได้รับโต๊ะเก้าอีกนักเรียนไปแล้วจริงหรือไม่อีก และที่จำเลยที่ 7 ออกหนังสือถึง สปจ.ต่างๆ ว่าจำเลยที่ 1 ผู้ขายจะนำโต๊ะเก้าอี้นักเรียนไปส่งให้โรงเรียนเอง ก็หาใช่เป็นการสั่งให้เปลี่ยนแปลงสถานที่ส่งมอบโต๊ะเก้าอี้นักเรียนขัดต่อข้อตกลงในสัญญาซื้อขายตามที่โจทก์กล่าวอ้างไม่

เพราะในหนังสือดังกล่าวจำเลยที่ 7 แจ้งด้วยว่าขอให้ สปจ.เหล่านั้นติดตามดูแลให้ผู้ขายนำโต๊ะเก้าอี้นักเรียนส่งโรงเรียนตามบัญชีจัดสรรของ สปจ. นั้นๆ ด้วย ซึ่งจำเลยที่ 1 ก็ยังคงต้องนำโต๊ะเก้าอี้นักเรียนไปส่งมอบ ณ สปจ. ต่างๆ ตามสัญญาแล้ว สปจ.ต่างๆ จะเป็นผู้ติดตามดูแลให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้นำโต๊ะเก้าอี้นักเรียนไปส่งยังโรงเรียนในสังกัด สปจ. นั้นแทน อันเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายของโจทก์ ดังนั้น เมื่อข้อสาระสำคัญในการตรวจสอบและเสนอขอให้อนุมัติฎีกาเบิกจ่ายเงินมีเอกสารดังกล่าวข้างต้นครบถ้วนแล้ว แม้เอกสารที่ระบุว่าเป็นใบตอบรับของสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดต่างๆ จะมีการปลอมข้อความโดยเฉพาะวันที่รับโต๊ะและเก้าอี้นักเรียนทั้งสองงวด แต่เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 และที่ 7 รู้เห็นในการปลอมเอกสาร

พฤติการณ์ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 และที่ 7 ร่วมกันกระทำละเมิดต่อโจทก์ทำให้โจทก์เสียหาย จำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 และที่ 7 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ สำหรับจำเลยที่ 8 นั้น ได้ความแต่เพียงว่าจำเลยที่ 8 เป็นผู้ลงลายมือชื่อเป็นพยานในสัญญาซื้อขาย ไม่ปรากฏหลักฐานใดจากการนำสืบของโจทก์ว่าจำเลยที่ 8 ได้เข้าไปเกี่ยวข้องในการตรวจจ่ายเงินค่าโต๊ะเก้าอี้นักเรียนให้แก่จำเลยที่ 1 แต่อย่างใด จำเลยที่ 8 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์เช่นเดียวกับจำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 และที่ 7 ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 ที่ 7 และที่ 8 ไม่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

มีปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปตามฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ต้องร่วมชำระค่าปรับในเงินจำนวน 1,445,001.70 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์หรือไม่ เพียงใด เห็นว่า สัญญาเดิมกำหนดไว้ แน่นอนแล้วว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 จะต้องส่งมอบโต๊ะเก้าอี้นักเรียนในงวดที่ 1 ให้แก่โจทก์วันที่ 30 ตุลาคม 2534 และส่งมอบงวดที่ 2 วันที่ 29 พฤศจิกายน 2534 โดยให้ส่งไปยังสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดนั้นๆ ข้อเท็จจริงได้ความว่า ในวันตามที่ระบุไว้ในสัญญาจำเลยที่ 1 ไม่ได้ส่งมอบสินค้าไปยังสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดต่างๆ โดยภริยาของจำเลยที่ 2 เป็นผู้ระบุวันที่ไม่ตรงกับความจริง ทำให้โจทก์ไม่ทราบว่าจำเลยที่ 1 ส่งมอบโต๊ะเก้าอี้นักเรียนเกินกว่ากำหนดเวลาตามสัญญาซื้อขาย จึงไม่ได้สงวนสิทธิที่จะเรียกเบี้ยปรับตามที่กำหนดในสัญญา

ดังนั้น ต้องถือว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นผู้ผิดสัญญาและเป็นผู้กระทำละเมิดต่อโจทก์ และเมื่อปรากฏจากเอกสารของฝ่ายโจทก์ว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ส่งมอบโต๊ะเก้าอี้นักเรียนให้แก่โรงเรียนต่างๆ เกินกำหนด โดยบางแห่งล่าช้าเป็นปี โจทก์จึงมีสิทธิเรียกค่าเสียหายเป็นเงินค่าปรับจากจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ แต่จำนวนค่าเสียหายที่ศาลอุทธรณ์กำหนดเป็นเงิน 1,445,001.70 บาท นั้น เห็นว่าสูงเกินไป เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิดแล้ว สมควรกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน 700,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฟังขึ้นบางส่วน ส่วนที่จำเลยที่ 8 ฎีกาว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความนั้น เห็นว่า ศาลฎีกาได้วินิจฉัยแล้วว่าจำเลยที่ 8 มิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ จึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ 8 อีก เพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระเงินจำนวน700,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 20,000 บาท แทนโจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุรพันธุ์ ละอองมณี · สุรศักดิ์ ศรีวิเชียร · สมสันต์ ศุภศาสตรสิน
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายสุรพล เอี่ยมอธิคม
ศาลอุทธรณ์ - นายกมล ธีระเวชพลกุล
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ2842/2551
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ10250/2537
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ1310/2545
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้