Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 540/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาเช่าเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้เช่า เมื่อสามีจำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าอาคารของโจทก์ตาย สัญญาเช่าอาคารพิพาทก็เป็นอันระงับไป แม้หลังจากนั้นโจทก์ยอมให้จำเลยเช่าอาคารพิพาทและรับเงินค่าเช่าอาคารพิพาทจากจำเลยทุกเดือนแต่มิได้ทำหนังสือสัญญาเช่าต่อกัน และโจทก์มิได้ออกใบเสร็จรับเงินค่าเช่าอาคารพิพาทให้จำเลย จึงไม่มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อ โจทก์ฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญ จำเลยจะยกการเช่าขึ้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์ไม่ได้และถือว่าจำเลยอยู่ในอาคารพิพาทโดยอาศัยสิทธิของโจทก์เมื่อโจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยอยู่ในอาคารพิพาทของโจทก์ต่อไป โจทก์ฟ้องขอให้ศาลขับไล่จำเลยออกจากอาคารพิพาทได้ทันที เพราะไม่มีกฎหมายในเรื่องนี้ให้บอกกล่าวจำเลยก่อนฟ้อง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า สามีจำเลยได้ทำหนังสือสัญญาเช่าอาคารของโจทก์จากโจทก์มีกำหนด 1 ปี ในอัตราค่าเช่าเดือนละ 2,000 บาท เมื่อครบกำหนดเวลาเช่าแล้ว โจทก์และสามีจำเลยมิได้ทำสัญญาเช่าต่อ แต่โจทก์อนุญาตให้สามีจำเลยอยู่ในอาคารพิพาทต่อไป ต่อมาสามีจำเลยตายสัญญาเช่าอาคารพิพาทจึงระงับไป โจทก์มอบอำนาจให้ทนายความมีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยซึ่งอยู่ในห้องพิพาทโดยไม่มีนิติสัมพันธ์กับโจทก์ออกจากอาคารพิพาท แต่จำเลยไม่ออกจากอาคารพิพาท อันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ และทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้พิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจากอาคารพิพาท ให้จำเลยส่งมอบอาคารพิพาทให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อยและให้ใช้ค่าเสียหายจำเลยให้การว่า สามีจำเลยได้เช่าอาคารพิพาทจากโจทก์จริงตามฟ้อง แต่หลังจากสามีจำเลยตายแล้ว

จำเลยได้เช่าอาคารพิพาทจากโจทก์ ต่อมา หนังสือของทนายความเป็นการเตือนธรรมดา และมิได้แสดงว่าได้มอบอำนาจแก่กัน เป็นการบอกกล่าวโดยไม่มีอำนาจ และไม่เป็นการบอกเลิกการเช่าระหว่างโจทก์กับจำเลย ทั้งจำเลยมิได้ผิดสัญญาเช่าศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจากอาคารพิพาท และให้ส่งมอบอาคารพิพาทให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ให้จำเลยชำระค่าเสียหายเดือนละ 2,000 บาท จนกว่าจำเลยจะออกจากอาคารพิพาทจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ฎีกาได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 238 ประกอบด้วยมาตรา 247 ว่าหลังจากสามีจำเลยตายแล้ว

จำเลยคงอยู่ในอาคารพิพาท และเสียค่าเช่าอาคารพิพาทให้โจทก์เดือนละ 2,000 บาทตลอดมาแต่ไม่ได้ทำสัญญาเช่ากัน และโจทก์มิได้ออกใบเสร็จรับเงินค่าเช่าให้จำเลย เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2515 ทนายโจทก์มีหนังสือแจ้งให้จำเลยออกจากอาคารพิพาทศาลฎีกาเห็นว่าสัญญาเช่าเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้เช่า ดังนั้นเมื่อสามีจำเลยตายสัญญาเช่าอาคารพิพาทก็เป็นอันระงับไป แม้หลังจากที่สามีจำเลยตายแล้ว โจทก์ยอมให้จำเลยเช่าอาคารพิพาทและรับเงินค่าเช่าอาคารพิพาทจากจำเลยทุกเดือน แต่การเช่าอาคารพิพาทมิได้ทำหนังสือสัญญาเช่าต่อกัน และโจทก์มิได้ออกใบเสร็จรับเงินค่าเช่าอาคารพิพาทให้จำเลยจึงไม่มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อโจทก์ฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญจำเลยจะยกการเช่าขึ้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์ไม่ได้ (อ้างฎีกาที่ 415/2501) และถือว่าจำเลยอยู่ในอาคารพิพาทโดยอาศัยสิทธิของโจทก์ เมื่อโจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยอยู่ในอาคารพิพาทของโจทก์ต่อไป

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากอาคารพิพาทได้ทันที เพราะไม่มีกฎหมายในเรื่องนี้ให้จำต้องบอกกล่าวจำเลยก่อนฟ้อง (อ้างฎีกาที่ 390/2506) ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ว่า การบอกเลิกการเช่าของทนายโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล วัลยะเพ็ชร์ · ดวง ดีวาจิน · ธานินทร์ กรัยวิเชียร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้