Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 540/2509

พ.ศ. 2509 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ 2479 แก้ไขโดย พ.ร.บ.ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ 5) 2490 มาตรา 3 แสดงว่า ในการประกอบโรคศิลปะสาขาเวชชกรรมนั้น มีการกระทำซึ่งเป็นข้อเท็จจริงต่างกันและแยกกันหลายประการ เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจประกอบโรคศิลปะสาขาเวชชกรรม มิได้บรรยายข้อเท็จจริงให้เห็นว่า จำเลยได้กระทำการอย่างไรอันเป็นการประกอบโรคศิลปะสาขาเวชชกรรม จึงไม่ชัดเจนพอให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี แม้จะบรรยายว่าจับได้ยาต่าง ๆ หลายอย่างรวมทั้งเข็มและหลอดฉีดยา เลื่อยตัด ก็ไม่อาจทำให้เข้าใจได้ว่าการกระทำผิดของจำเลยได้กระทำการอย่างไร จึงเป็นฟ้องไม่ถูกต้องตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 158.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.การประกอบโรคศิลปะ พ.ศ.2542 มาตรา 4 ป.วิ.อ. มาตรา 158 พ.ร.บ.ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ ม. 4 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ 5) 2490 มาตรา 3

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยซึ่งได้รับอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันในสาขาผดุงครรภ์ชั้นสอง และได้รับอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลแผนปัจจุบันสาขาผดุงครรภ์ชั้นสอง ได้บังอาจประกอบโรคศิลปะสาขาเวชชกรรมอันมิใช่ประกอบโรคศิลปะตามประเภทและสาขาที่ได้รับอนุญาตตามข้อจำกัดและเงื่อนไขในการประกอบโรคศิลปะและมรรยาทในวิชาชีพ เป็นการละเมิดต่อมาตรา ๑๖ แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๔๗๙ เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยยาชนิดต่าง ๆ หลอดฉีดยาและเข็มฉีดยา ๑ ชุด เลื่อยตัดแก้ว ๑ อัน อันเป็นเครื่องมือที่จำเลยใช้ในการกระทำผิดเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ ๒๔๗๙ มาตรา ๑๖, ๒๑ ริบของกลาง และนับโทษต่อ

จำเลยให้การรับสารภาพ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ของกลางไม่ปรากฏว่าจำเลยใช้ในการกระทำผิดอย่างไร หรือมีไว้เป็นความผิด พิพากษายกฟ้อง ของกลางคืนจำเลย

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าฟ้องโจทก์สมบูรณ์ พิพากษากลับว่าจำเลยผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ ๒๔๗๙ มาตรา ๑๖, ๒๑ ปรับ ๔๐๐ บาท ลดรับสารภาพกึ่งหนึ่ง คงปรับ ๒๐๐ บาท ของกลางริบ ไม่นับโทษต่อ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องซึ่งโจทก์บรรยายว่า จำเลยได้บังอาจประกอบโรคศิลปะสาขาเวชชกรรมนั้น ในมาตรา ๔ แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ ๒๔๗๙ แก้ไขโดย พ.ร.บ.ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๓ ระบุว่า การประกอบโรคศิลปะสาขาเวชชกรรม คือการบำบัดโรคด้วยยา ด้วยศัลยกรรม ด้วยแสงรัศมี ด้วยสูติกรรม หรือด้วยจิตตวิเคราะห์ แสดงว่า ในการประกอบโรคศิลปะสาขาเวชชกรรมนั้น มีการกระทำซึ่งเป็นข้อเท็จจริงต่างกันและแยกกันหลายประการ เมื่อโจทก์มิได้บรรยายข้อเท็จจริงให้เห็นว่าจำเลยได้กระทำการอย่างไรอันเป็นการประกอบโรคศิลปะสาขาเวชชกรรม ฟ้องของโจทก์จึงไม่ชัดเจนพอที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี แม้จะได้บรรยายว่าจับได้ยาต่าง ๆ หลายอย่าง รวมทั้งเข็มและหลอดฉีดยา เลื่อยตัด แล้ว ก็บรรยายแต่เพียงว่าเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการกระทำผิดดังกล่าวแล้ว ไม่อาจทำให้เข้าใจได้ว่า การกระทำผิดของจำเลยได้กระทำการอย่างไร จึงเป็นฟ้องที่ไม่ถูกต้องตาม ป.วิ.อาญา มาตรา ๑๕๘

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ บังคับคดีตามศาลชั้นต้น.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เพรียง โรจนรัส · จิตติ ติงศภัทิย์ · ไฉน บุญยก
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดพิจิตร - นายสมจิต นิลกำแหง
ศาลอุทธรณ์ - นายเสลา หัมพานนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1543/2568

ฟ้องโจทก์ทั้งสองเดิมบรรยายว่า จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกกระทำผิดหน้าที่ด้วยการเบิกถอนเงิน จากบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้ในนามผู้จัดการมรดกเพียงรายการเดียว 2,000,000 บาท โอนเข้าบัญชีเงินฝากส่วนตัวของจำเลยโดยท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1044/2568

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนแล้วว่าจำเลยที่ 1 เป็นบุคคลคนเดียวกันกับจำเลยที่ 2 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของศาลจังหวัดเวียงสระ และจำเลยที่ 7 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 980/2567

สำหรับความผิดฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่ โจทก์บรรยายฟ้องว่าเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2565 เวลากลางวัน จำเลยทั้งยี่สิบร่วมกันเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 429/2567

การกระทำความผิดฐานรับของโจรผู้กระทำไม่จำต้องรับทรัพย์ของกลางไว้ในความครอบครองของตนเอง เพียงแต่ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำคว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 298/2567

แม้อุทธรณ์ของโจทก์จะเป็นการขอให้ศาลวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ แต่ก่อนที่ศาลจะวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวได้นั้น ศาลจำต้องวินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริงเสียก่อนว่า ตราที่โจทก์ประทับใน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้