Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 540/2493

พ.ศ. 2493 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่เจ้าของสถานที่เช่าทำสัญญากู้ไว้แก่ผู้ตกลงเช่ามีกำหนดชำระคืนแน่นอนในเดือนปีนั้น เมื่อครบกำหนดแล้วแม้จะเป็นเงินมัดจำก็ต้องคืน คำให้การต่อสู้คดีแพ่งต้องแสดงเหตุแห่งข้อต่อสู้ของตน จำเลยจะกล่าวในคำให้การแต่ว่าโจทก์ผิดสัญญา โดยไม่ได้กล่าวว่าโจทก์กระทำหรือไม่ กระทำอย่างใดอันเป็นการผิดสัญญา การดังนี้ไม่ถูกต้องตาม วิ.แพ่ง ม.177

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กู้เงินโจทก์ไป ๑๐,๐๐๐ บาทสัญญาชำระคืนในเดือนมกราคม ๒๔๘๘ ตามสำเนาท้ายฟ้อง จำเลยต่อสู้ว่าได้รับเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ไปจากโจทก์ตามสัญญากู้ท้ายฟ้องจริง แต่ไม่ใช่เงินกู้เป็นเงินวางประจำการเช่าตึกแถวของจำลเย ในการตกลงเช่าโจทก์จำเลยได้มีสัญญาต่อกันฉบับหนึ่ง ต่อมาโจทก์ผิดสัญญา จำเลยจึงริบเงิน ๑๐,๐๐๐ บาทนั้น สัญญาที่โจทก์ฟ้องเป็นนิติกรรมอำพราง ศาลแพ่งฟังว่าในวันเดียวกันโจทก์จำเลยตกลงทำสัญญากัน ๓ ฉบับคือ ๑. โจทก์ตกลงเช่าตึกรายนี้นับแต่ผู้เช่าเดิมถูกศาลพิพากษาให้ออกไป ๒. เมื่อผู้เช่าเดิมออกไปแล้ว โจทก์ยอมชำระค่าเสียหายทดแทนให้จำเลย ๒๐,๐๐๐ บาท ถ้าโจทก์ไม่เข้าครอบครองด้วยเหตุใด ๆ หรือไม่ ชำระเงิน ๒๐,๐๐๐ บาทนี้

สัญญาเช่าเป็นอันเลิก โจทก์ต้องเสียค่าเสียหายให้จำเลย ๑๐,๐๐๐ บาท โดยยอมให้หักกับหนี้เงินกู้ ๓. สัญญากู้ที่โจทก์ฟ้อง ต่อมาจำเลยได้ฟ้องผู้เช่าเดิมและบริวาร จน ๘ กุมภาพันธ์ ๒๔๘๙ จำเลยจึงได้ครอบครองสถานที่เช่า เห็นว่าเงิน ๑๐,๐๐๐ บาทนี้ เป็นทำนองเงินมัดจำเช่าตึก โจทก์ไม่อาจเข้าครอบครองที่เช่าได้ โจทก์ไม่ผิดสัญญา จำเลยต้องคืนมัดจำ รับผิดตามสัญญากู้ และไม่ใช่นิติกรรมอำพราง พิพากษาให้จำลเยใช้ต้นเงินและดอกเบี้ยตั้งแต่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๔๘๘ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า ไม่ใช่เรื่องเงินกู้ ทางพิจารณาได้ความต่างกับฟ้อง พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกา ได้พิเคราะห์สัญญาทั้ง ๓ ฉบับแล้ว สำหรับสัญญากู้มีความว่าจำเลยจะต้องชำระคืนในมกราคม ๒๔๘๘ นั้น แม้จะเป็นมัดจำในการเช่า จำเลยก็ต้องส่งคืน จำเลยเป็นแต่กล่าวในคำให้การว่าโจทก์ผิดสัญญา แต่หาได้กล่าวว่าโจทก์กระทำหรือไม่กระทำอย่างใดเป็นการผิดสัญญานั้นไม่ จำเลยไม่แสดงเหตุแห่งข้อต่อสู้ของตนไม่ถูกต้องตาม ป.ม.วิ.แพ่ง ม.๑๗๗ จึงไม่ก่อให้เกิดประเด็นขึ้นและจำเลยไม่พ้นความรับผิด

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้บังคับคดีตามศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จำรูญเนติศาสตร์ · มนูภันย์วิมลสาร · นนทปัญญา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้