Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 54/2507

พ.ศ. 2507 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การเช่านั้น ผู้ให้เช่าหาจำต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ให้เช่านั้นไม่เมื่อจำเลยยินยอมทำสัญญาเช่าที่พิพาทจากโจทก์โจทก์ก็ย่อมมีสิทธิและหน้าที่ในฐานะที่เป็นผู้ให้เช่าตามสัญญาเช่านั้นเมื่อโจทก์เห็นว่า จำเลยทำผิดสัญญาเช่า โจทก์ผู้ให้เช่าก็ย่อมมีอำนาจที่จะฟ้องจำเลยผู้เช่าได้ในฐานะที่เป็นคู่สัญญากับจำเลย จำเลยจะโต้แย้งอำนาจของผู้ให้เช่าที่ตนยินยอมทำสัญญาด้วยนั้นหาได้ไม่ ที่ธรณีสงฆ์วัดจันทรสโมสรได้มอบให้กรมการศาสนาโจทก์เป็นผู้จัดการดูแลหาผลประโยชน์ให้แก่วัดมานานแล้ว และกรมการศาสนาโจทก์ได้ให้จำเลยเช่าที่นั้นตลอดมาดังนี้จำเลยซึ่งเป็นคู่สัญญาเช่ากับกรมการศาสนาโจทก์โดยตรง จะเถียงสิทธิของกรมการศาสนาโจทก์ในเรื่องอำนาจฟ้องหาได้ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้มีปัญหาข้อกฎหมายสู่ศาลฎีกาตามฎีกาจำเลยว่า ที่ดินพิพาทเป็นของวัดซึ่งเป็นนิติบุคคล ผู้ที่จะเป็นโจทก์ฟ้องคดีเกี่ยวกับที่ดินจึงต้องเป็นวัด หาใช่กรมการศาสนาโจทก์ไม่ การที่กรมการศาสนาโจทก์ทำสัญญาเช่ากับจำเลย ก็เป็นการกระทำแทนวัดจันทรสโมสรเท่านั้นแต่โจทก์ฟ้องในนามของโจทก์เอง ไม่มีหนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 798 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องในข้อนี้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์นำสืบพยานว่า ที่ธรณีสงฆ์วัดจันทร์ฯ ได้มอบให้กรมการศาสนาโจทก์เป็นผู้จัดการดูแลหาผลประโยชน์ให้แก่วัดมานานแล้ว คือ มอบให้ตั้งแต่ครั้งสมเด็จกรมพระยาวชิรญาณฯ เป็นสมเด็จพระสังฆราช ครั้งแรกมอบให้กรมกัลปนาเป็นผู้จัดการต่อมากรมกัลปนาได้ยุบมารวมเป็นกรมธรรมการ กรมธรรมการได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นกรมการศาสนาโจทก์ในคดีนี้ การจัดการผลประโยชน์ของวัดจันทรสโมสรก็รับช่วงกัน ต่อมาจนถึงกรมการศาสนาโจทก์ทุกวันนี้โจทก์จึงมีหน้าที่จัดการผลประโยชน์ของวัดจันทรสโมสร ทั้งเจ้าอาวาสก็ยินยอมให้โจทก์จัดการตลอดมา จำเลยทั้งสองได้เช่าที่ดินของวัดจันทรสโมสรโดยทำสัญญาเช่าจากโจทก์ ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2484เพื่อทำการค้าสร้างตลาดและห้องแถวให้เช่า

สัญญานี้ได้สิ้นสุดลงเมื่อ พ.ศ. 2497 โจทก์ต้องการปรับปรุงตลาดให้สอาด จึงได้บอกเลิกสัญญากับจำเลย สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ของจำเลยยังคงปลูกอยู่ในที่ดินของวัด การเช่าครั้งที่ 2 เริ่มเมื่อปี พ.ศ. 2500 โดยจำเลยได้ทำสัญญาเช่ากับโจทก์เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2500 โดยโจทก์เป็นผู้ให้เช่า จำเลยทั้งสองเป็นผู้รับเช่า คือ สัญญาเช่าหมาย จ.1 ที่โจทก์นำมาฟ้องนี้ ในข้อนี้จำเลยก็นำสืบรับว่า จำเลยได้ทำสัญญาเช่าที่ดินของวัดจันทรสโมสรมาประมาณ 40 ปี โดยได้ทำหนังสือสัญญาเช่าที่ดินรายนี้จากกรมการศาสนาในสมัยที่ยังเรียกว่ากรมกัลปนาต่อมาก็ได้เปลี่ยนเป็นกรมการศาสนาในปัจจุบันนี้ และจำเลยยังได้สืบพยานรับตามที่โจทก์นำสืบว่า โจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่ากับจำเลยเมื่อพ.ศ. 2497 แล้ว

จำเลยได้ทำสัญญาเช่าโจทก์ใหม่เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2500คือสัญญาเช่าหมาย จ.1 เมื่อเป็นเช่นนี้ย่อมแสดงให้เห็นว่า จำเลยได้ยอมทำสัญญารายนี้กับโจทก์และยอมรับรู้อำนาจของโจทก์ตลอดมาว่าโจทก์เป็นผู้ให้เช่าที่ดินรายนี้ ศาลนี้ได้ตรวจดูสัญญาหมาย จ.1 แล้ว ปรากฏว่า กรมการศาสนาโจทก์เป็นผู้ให้เช่าในนามของโจทก์เอง หาใช่เป็นตัวแทนของผู้ใดไม่ การเช่านั้นผู้ให้เช่าหาจำต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ให้เช่านั้นไม่เมื่อจำเลยยินยอมทำสัญญาเช่าที่รายนี้จากโจทก์ โจทก์ก็ย่อมมีสิทธิและหน้าที่ในฐานะที่เป็นผู้ให้เช่าตามสัญญาเช่าหมาย จ.1 นั้นเมื่อโจทก์เห็นว่าจำเลยทำผิดสัญญาเช่า โจทก์ผู้ให้เช่าก็ย่อมมีอำนาจที่จะฟ้องจำเลยผู้เช่าได้ในฐานะที่เป็นคู่สัญญากับจำเลยจำเลยจะมาโต้แย้งอำนาจของผู้ให้เช่าที่ตนยินยอมทำสัญญาด้วยนั้นหาได้ไม่ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นศาลฎีกาวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลยต่อไปว่าฟังไม่ขึ้นแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนตามศาลล่างทั้งสอง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประกอบ หุตะสิงห์ · สนิท สุมาวงศ์ · มณี ชุติวงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้