Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 54/2503

พ.ศ. 2503 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่โจทก์ฟ้องว่า เหตุเกิดที่ตำบลในเมือง อำเภอเมืองจังหวัดหนองคายในข้อหาพาคนต่างด้าวหลบหนี้เข้ามาในราชอาณาจักรไทยจำเลยต่อสู้อ้างฐานที่อยู่ แม้ทางพิจารณาปรากฏว่าจับจำเลยได้ที่ตำบลวัดธาตุ อำเภอเมือง จังหวัดหนองคายก็ตาม แต่เมื่อโจทก์ได้บรรยายไว้ในฟ้องว่าจำเลยไม่พาคนต่างด้าวไปผ่านการตรวจของพนักงานเจ้าหน้าที่ และไม่ไปรายงานตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองที่ใกล้ที่สุด ซึ่งทางพิจารณาได้ความว่าเป็นตำบลในเมือง อำเภอเมืองจังหวัดหนองคายเช่นนี้ถือว่าในข้อสถานที่เกิดเหตุทางพิจารณาไม่แตกต่างกับที่โจทก์บรรยายในฟ้องในข้อสาระสำคัญ และจำเลยมิได้หลงข้อต่อสู้อย่างใดลงโทษจำเลยตามฟ้องได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 192 ป.วิ.อ. มาตรา 158 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2493 มาตรา 62

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจช่วยเหลือพาคนต่างด้าวสองคนจากประเทศลาวเข้ามาในราชอาณาจักรไทย เหตุเกิดที่ตำบลในเมืองอำเภอเมือง จังหวัดหนองคายจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยได้ช่วยเหลือพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรอันเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2493 มาตรา 62 ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี 6 เดือนจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า แม้จะฟังว่าจำเลยได้ช่วยเหลือพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย แต่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานที่เกิดเหตุในทางพิจารณาแตกต่างกับสถานที่เกิดเหตุในฟ้องโดยศาลอุทธรณ์ถือว่าเหตุเกิดที่ตำบลวัดธาตุ ซึ่งโจทก์มิได้กล่าวในฟ้องและจำเลยต่อสู้อ้างฐานที่อยู่ จึงเป็นการหลงข้อต่อสู้

ศาลไม่อาจลงโทษจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 จึงพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า คดีมีข้อหาว่า จำเลยช่วยเหลือพาคนต่างด้าวลอบเข้าเมืองมาทางด้านจังหวัดหนองคาย จะเข้ามาถึงที่แรกที่ตำบลอะไรไม่ปรากฏในฟ้อง แต่โจทก์ได้บรรยายฟ้องต่อไปว่า จำเลยไม่พาไปผ่านการตรวจของพนักงานเจ้าหน้าที่ และไม่ไปรายงานตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองที่ใกล้ที่สุด อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย แล้วจึงระบุในฟ้องว่า เหตุเกิดที่ตำบลในเมืองอำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ครั้นศาลพิจารณาคดีแล้วปรากฏว่าจำเลยช่วยเหลือพาคนต่างด้าวลอบเข้ามาแถวท่าวัดธาตุในเขตท้องที่อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ซึ่งตามกฎหมายจะต้องให้ผ่านการตรวจของเจ้าพนักงาน

ถ้ายังไม่ผ่านการตรวจก็ต้องไปรายงานตัวเจ้าพนักงานที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ใกล้ที่สุด อันได้แก่ด่านตรวจคนเข้าเมืองซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลในเมือง แต่จำเลยกลับพาคนต่างด้าวหลบไปและถูกตำรวจจับที่ตำบลวัดธาตุ ห่างจากด่านตรวจคนเข้าเมืองที่ตำบลในเมืองประมาณ 12 กิโลเมตร ดังนี้จะถือว่าสถานที่เกิดเหตุที่ปรากฏในทางพิจารณาแตกต่างกับสถานที่เกิดเหตุที่โจทก์กล่าวในฟ้องหาได้ไม่ศาลฎีกาเห็นต่อไปว่า ตำบลในเมืองกับตำบลวัดธาตุก็อยู่ในเขตท้องที่อำเภอเมืองหนองคาย และจังหวัดหนองคายด้วยกัน ประกอบกับโจทก์กล่าวในฟ้องว่าจำเลยช่วยเหลือพาคนต่างด้าวลอบเข้าเมืองมาทางด้านจังหวัดหนองคาย พิจารณาก็ได้ความเช่นนั้นถูกต้องแล้วจำเลยไม่พาไปให้รายงานตัวที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ใกล้ที่สุด

ด่านตรวจคนเข้าเมืองนั้นก็ตั้งอยู่ที่ตำบลในเมือง ซึ่งถูกต้องตรงกับสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง แม้จะปรากฏในทางพิจารณาว่า จับจำเลยได้ที่ตำบลอื่น และจะถือว่าตรงที่จับได้เป็นสถานที่เกิดเหตุซึ่งต่างกับที่กล่าวในฟ้องก็ดี ก็ไม่ใช่แตกต่างกันในข้อสาระสำคัญ และทั้งจำเลยก็มิได้หลงต่อสู้อย่างใด คดีชอบที่จะลงโทษไปได้ตามความผิดที่พิจารณาได้ความเป็นยุติอยู่แล้วนั้นพิพากษากลับศาลอุทธรณ์ บังคับคดีตามศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
การุณย์นราทร · สารนัยประสาสน์ · วิชัยนิตินาท
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1044/2568

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนแล้วว่าจำเลยที่ 1 เป็นบุคคลคนเดียวกันกับจำเลยที่ 2 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของศาลจังหวัดเวียงสระ และจำเลยที่ 7 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2427/2567

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 บัญญัติให้ฟ้องโจทก์ต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด ข้อเท็จจริ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1847/2563

การร้องทุกข์มิใช่เป็นการทำนิติกรรม โจทก์ร่วมที่ 1 จึงกระทำเองได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม โจทก์ฟ้องว่าจำเลยพรากโจทก์ร่วมที่ 1 ไปเพื่อการอนาจาร จึงเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 318 วรรค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3256/2563

เมื่อศาลตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของ ว. แล้ว จำเลยไม่อาจจัดการมรดกให้เป็นไปทางหนึ่งทางใดตามอำเภอใจได้ แต่จักต้องทำหน้าที่ผู้จัดการมรดกภายใต้กรอบและหลักเกณฑ์ที่ ป.พ.พ. กำหนดไว้ โดยประการสำคัญ จำเลยมีห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 262/2563

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยเป็นครูกระทำอนาจารเด็กหญิงอายุ 6 ปีเศษ และเป็นศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแล โดยระบุเวลาในการกระทำความผิดระหว่างเดือนใดถึงเดือนใด ปี พ.ศ. อะไร เวลากลางวัน เพราะไม่อาจทราบวันกระทำความผิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้