Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 538/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ได้กล่าวในฟ้องแล้วว่า รถยนต์ของโจทก์ที่ถูกชนส่วนไหนของรถที่ได้รับความเสียหายบ้าง เสียค่าซ่อมแซมเป็นเงินเท่าใดโจทก์หาต้องกล่าวมาในคำฟ้องว่า ชิ้นส่วนของรถที่ได้รับความเสียหายนั้น รายการใดเป็นการเปลี่ยนอุปกรณ์ รายการใดเป็นการซ่อมของเดิมในแต่ละรายการเป็นเงินเท่าใดไม่ รายละเอียดดังกล่าวเป็นเรื่องที่คู่ความนำสืบได้ในชั้นพิจารณา ฟ้องของโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม แม้หนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดี โจทก์ที่ 2 ผู้มอบอำนาจจะลงชื่อฝ่ายเดียว โจทก์ที่ 1 มิได้ลงชื่อในฐานะผู้รับมอบอำนาจด้วยก็ใช้ได้เพราะไม่มีกฎหมายบังคับให้ผู้รับมอบอำนาจต้องลงชื่อด้วย โจทก์ที่ 1 ซื้อรถยนต์มาก่อนเกิดเหตุ โจทก์ที่ 1 จึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ แม้โจทก์ที่ 1 จะโอนใส่ชื่อโจทก์ที่ 2ในทะเบียนเป็นเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าวก็เพื่อความจำเป็นในทางธุรกิจเท่านั้น กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ยังเป็นของโจทก์ที่ 1 อยู่ เพราะทะเบียนรถยนต์มิใช่ทะเบียนกรรมสิทธิ์ โจทก์ทั้งสองจึงมีอำนาจฟ้อง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 เป็นเจ้าของรถยนต์แท็กซี่ หมายเลขทะเบียน 1 ท-6753 กรุงเทพมหานคร โดยโจทก์ที่ 2 เป็นผู้มีชื่อทางทะเบียน โจทก์ที่ 2 มอบอำนาจให้โจทก์ที่ 1 ฟ้องคดีแทน เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2528 จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นข้าราชการกองทัพอากาศทำหน้าที่เป็นคนขับรถของโรงพยาบาลภูมิพลอันเป็นหน่วยงานของจำเลยที่ 1 ได้ขับรถยนต์ของจำเลยที่ 1 หมายเลข 59802 ในหน้าที่ราชการด้วยความประมาทใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนด ฝ่าสัญญาณไฟแดงที่สามแยกเกษตรพุ่งเข้าชนท้ายรถโจทก์ซึ่งมีนายเสรี วิเศษวงษาเป็นคนขับ เป็นเหตุให้รถยนต์ของโจทก์เสียหายทั้งด้านหน้าด้านหลังต้องเสียค่าอะไหล่ซ่อมแซม 29,310 บาท ค่าเคาะพ่นสี 14,000 บาทและค่าเสียหายอื่น

ๆ รวมทั้งค่าเสื่อมราคาและค่าขาดประโยชน์รวมค่าเสียหายทั้งสิ้น 96,110 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายและดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้อง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น103,318 บาท ให้แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 96,110 บาท นับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ที่ 1 ไม่ได้เป็นเจ้าของรถยนต์แท็กซี่ตามฟ้อง โจทก์ที่ 2 ไม่มีชื่อทางทะเบียน โจทก์ที่ 1ไม่ได้ลงชื่อในฐานะผู้รับมอบอำนาจให้ฟ้องคดี โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีอำนาจฟ้อง เหตุรถยนต์ชนกันไม่ใช่เพราะความประมาทของจำเลยที่ 2แต่เกิดจากความประมาทของนายเสรี ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมเพราะไม่ได้บรรยายว่ารายการใดเป็นการซื้ออุปกรณ์มาเปลี่ยนใหม่

รายการใดเป็นการซ่อมแซมของเดิม และแต่ละรายการเป็นค่าซื้อหรือค่าซ่อมแซมเท่าใด ค่าเสียหายสูงเกินความจริง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 78,585 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 17 มกราคม 2528 จนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกาข้อแรกว่า ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมเพราะมิได้บรรยายว่ารายการซ่อมแซมรถยนต์ของโจทก์รายการใดเป็นการซื้ออุปกรณ์มาเปลี่ยน รายการใดเป็นการซ่อมแซมของเดิม แต่ละรายการเป็นเงินเท่าใดนั้น เห็นว่า โจทก์ได้กล่าวในฟ้องแล้วว่ารถยนต์ของโจทก์ที่ถูกชนส่วนไหนของรถที่ได้รับความเสียหายบ้าง เสียค่าซ่อมแซมเป็นเงินเท่าใด โจทก์หาต้องกล่าวมาในคำฟ้องว่าชิ้นส่วนของรถที่ได้รับความเสียหายนั้น รายการใดเป็นการเปลี่ยนอุปกรณ์ รายการใดเป็นการซ่อมของเดิม ในแต่ละรายการเป็นเงินเท่าใดไม่ รายละเอียดดังกล่าวเป็นเรื่องที่คู่ความนำสืบได้ในชั้นพิจารณา ฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุมปัญหาข้อสองที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะโจทก์ที่ 1 ไม่ได้ลงชื่อในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ที่ 2ให้ฟ้องคดี และโจทก์ที่ 1 ได้โอนกรรมสิทธิ์ในรถยนต์คันเกิดเหตุให้โจทก์ที่ 2 ตามหลักฐานทางทะเบียนรถยนต์แล้วนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ที่ 1 ฟ้องแทนโจทก์ที่ 2 และแนบหนังสือมอบอำนาจมาในท้ายฟ้องโดยหนังสือมอบอำนาจระบุชัดแจ้งว่าโจทก์ที่ 2 มอบอำนาจให้โจทก์ที่ 1ฟ้องจำเลยทั้งสองในคดีนี้ แม้หนังสือมอบอำนาจนี้โจทก์ที่ 2 ลงชื่อฝ่ายเดียว โจทก์ที่ 1 มิได้ลงชื่อในฐานะผู้รับมอบอำนาจด้วยก็ใช้ได้เพราะไม่มีกฎหมายบังคับให้ผู้รับมอบอำนาจต้องลงชื่อด้วย ส่วนรถยนต์แท็กซี่คันเกิดเหตุเมื่อโจทก์ที่ 1 นำสืบได้ว่าเป็นผู้ซื้อมาก่อนเกิดเหตุ โจทก์ที่ 1 จึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ แม้โจทก์ที่ 1จะโอนใส่ชื่อโจทก์ที่ 2 ในทะเบียนเป็นเจ้าของรถยนต์ดังกล่าวก็เพื่อความจำเป็นในทางธุรกิจเท่านั้น กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ยังเป็นของโจทก์ที่ 1 อยู่เพราะทะเบียนรถยนต์มิใช่ทะเบียนกรรมสิทธิ์โจทก์ทั้งสองจึงมีอำนาจฟ้องแล้ววินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 2ขับรถฝ่าสัญญาณไฟแดงเข้าไปชนกับรถยนต์ของโจทก์ โดยมิได้เปิดสัญญาณไฟวับวาบ และเสียงไซเรน ฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นฝ่ายประมาทและโจทก์ได้รับความเสียหายทุกรายการตามคำวินิจฉัยของศาลล่างทั้งสองพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เพ็ง เพ็งนิติ · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · อุระ หวังอ้อมกลาง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้