Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2529 (เลขอ้างอิง 538)

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ละทิ้งหน้าที่เข้าไปนั่งคุยและนอนคุยในห้องปรับอากาศเป็นความผิดตามข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานข้อ7.5ที่ว่าต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความขยันไม่เอาเวลาของการทำงานไปคุยทำให้เสียหายแก่นายจ้างและข้อ7.6ที่จะต้องไม่หยอกล้อเล่นกันในเวลาทำงานและไม่หลับนอนในระหว่างการทำงานแต่ตามข้อบังคับหรือระเบียบดังกล่าวมิได้กำหนดว่าเป็นกรณีร้ายแรงอันจะเลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่ต้องตักเตือนเป็นหนังสือก่อนจึงจะถือว่าการกระทำของโจทก์เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานเป็นกรณีที่ร้ายแรงไม่ได้กรณีไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นที่จำเลยจะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานข้อ47(3)ส่วนจะเป็นความผิดตามข้อบังคับหรือระเบียบฯข้ออื่นหรือไม่คำสั่งเลิกจ้างหาได้ระบุความผิดดังกล่าวไว้ไม่จึงไม่มีประเด็นสำหรับความผิดนั้นและไม่เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลแรงงานกลางศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 183 ป.วิ.พ. มาตรา 225 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 11

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ ฟ้อง ว่า โจทก์ ทั้ง ห้า เป็น ลูกจ้าง ของ จำเลย จำเลย เลิกจ้างโจทก์ ทั้ง ห้า โดย ไม่ มี ความผิด ขอ ให้ บังคับ จำเลย จ่าย ค่าชดเชย สินจ้าง แทน การ บอกกล่าว ล่วงหน้า ค่าจ้าง ค้างจ่าย และ เงินประกันการ เข้า ทำงาน พร้อม ดอกเบี้ย แก่ โจทก์ ทั้ง ห้า จำเลย ทั้ง ห้า สำนวน ให้การ ว่า จำเลย เลิกจ้าง โจทก์ ทั้ง ห้า เพราะโจทก์ ทั้ง ห้า ร่วมกับ ลูกจ้าง อื่น ของ จำเลย เล่น การพนัน ใน สถานที่ทำงาน ใน ระหว่าง เวลา ทำงาน และ ละทิ้ง หน้าที่ แอบ ไป นอนหลับ ในสถานที่ ทำงาน เป็น การ ประพฤติ ผิด ข้อบังคับ หรือ ระเบียบ เกี่ยวกับการ ทำงาน ของ จำเลย อย่าง ร้ายแรง จำเลย ไม่ ต้อง จ่าย เงิน ทุก สำนวนตาม ฟ้อง ขอ ให้ ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลาง ฟัง ข้อเท็จจริง ว่า โจทก์ ทั้ง ห้า กับพวก ละทิ้งหน้าที่ ไป นั่งคุย นอนคุยกัน ใน ห้องปรับอากาศ เป็น เวลา ประมาณ 25นาที แต่ ไม่ฟังว่า โจทก์ทั้งห้า เล่นการพนัน เป็น การ ฝ่าฝืน ข้อบังคับหรือ ระเบียบ เกี่ยวกับ การ ทำงาน ของ จำเลย แต่ ไม่ เป็น กรณี ที่ร้ายแรง สมควร ต้อง เตือน เป็น หนังสือ ก่อน จึง จะ เลิกจ้าง ได้ โจทก์ที่ ห้า เป็น ลูกจ้าง ทดลองงาน ถูก เลิกจ้าง ใน ระหว่าง ทดลองงาน ไม่ มีสิทธิ ได้ รับ ค่าชดเชย การ กระทำ ของ โจทก์ ทั้ง ห้า เป็น การ ละเลยไม่ นำพา ต่อ ระเบียบ ข้อบังคับ เป็น อาจิณ จำเลย เลิกจ้าง ได้ โดยไม่ ต้อง จ่าย สินจ้าง แทน การ บอกกล่าว ล่วงหน้า พิพากษา ให้ จำเลยจ่าย ค่าชดเชย แก่

โจทก์ ที่ 1 - 4 และ ค่าจ้าง ค้างจ่าย กับ เงินประกันแก่ โจทก์ ทั้ง ห้า พร้อม ดอกเบี้ย คำขอ อื่น ให้ ยก จำเลย ทั้ง ห้า สำนวน อุทธรณ์ ต่อ ศาลฎีกา ศาลฎีกา แผนก คดีแรงงาน วินิจฉัย ว่า กรณี ของ โจทก์ ทั้ง ห้า นี้ เป็นความผิด ตาม ข้อบังคับ หรือ ระเบียบ เกี่ยวกับ การ ทำงาน เอกสาร หมายล.1 ข้อ 7.5 ที่ ต้อง ปฏิบัติ หน้าที่ ด้วย ความ ขยัน ไม่ เอา เวลา ของการ ทำงาน ไป คุย ทำ ให้ เสียหาย แก่ นายจ้าง และ ข้อ 7.6 ที่ จะ ต้องไม่ หยอกล้อ เล่น กัน ใน เวลา งาน และ ไม่ หลับนอน ใน ระหว่าง การ ทำงาน แต่ ตาม ข้อบังคับ หรือ ระเบียบ ดังกล่าว ก็ มิได้ กำหนด ว่า เป็น กรณีที่ ร้ายแรง อัน จะ เลิกจ้าง ได้ ทันที โดย ไม่ ต้อง ตักเตือน เป็นหนังสือ ก่อน เมื่อ ข้อบังคับ หรือ ระเบียบฯ เป็น ไป ตาม ที่ กล่าวจึง จะ ถือ ว่า การ กระทำ ของ โจทก์ ทั้ง ห้า เป็น การ ฝ่าฝืน ข้อบังคับหรือ ระเบียบ เกี่ยวกับ การ ทำงาน เป็น กรณี ที่ ร้ายแรง ตาม ที่

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ มิได้ กรณี ไม่ ต้องด้วย ข้อยกเว้น ที่ จำเลย จะ ไม่ ต้อง จ่ายค่าชดเชย ตาม ประกาศ กระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ47 (3) ส่วน ที่ จะ เป็น ความผิด ตาม ข้อบังคับ หรือ ระเบียบฯ เอกสารหมาย ล.1 ข้อ 11.2 1) ใน ข้อทุจริต ต่อ หน้าที่ หรือ กระทำ ความผิด อาญาโดยเจตนา แก่ นายจ้าง 2) จงใจ ทำ ให้ นายจ้าง ได้ รับ ความเสียหาย และ7) เสพ ของ มึนเมา หรือ เล่นการพนัน อัน มี โทษ ถึง ขั้น ไล่ออก นั้นเห็นว่า ตาม คำสั่ง เลิกจ้าง เอกสาร หมาย ล.4 หา ได้ ระบุ ความผิด ตามข้อ 11.2 1) และ 2) ไว้ ไม่ คดี ไม่มี ประเด็น สำหรับ ความผิด สอง ข้อนั้น ไม่ เป็น ข้อ ที่ ได้ ยก ขึ้น ว่า กัน มา แล้ว ใน ศาลแรงงานกลางศาลฎีกา ไม่ รับ วินิจฉัย อุทธรณ์ ประการ นี้ ส่วน ความผิด ตาม ข้อ 11.2 7) นั้น ศาลแรงงานกลาง ฟัง ข้อเท็จจริง ว่า โจทก์ ทั้ง ห้า ไม่ ได้เล่น การพนัน จึง จะ ปรับ การ กระทำ ของ โจทก์ ทั้ง ห้า ด้วย ข้อ 11.27) มิได้ พิพากษา ยืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จุนท์ จันทรวงศ์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · เพียร สุมิระ
แหล่งที่มา
ADMINแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2529 (เลขอ้างอิง 103867)

โจทก์ละทิ้งหน้าที่เข้าไปนั่งคุยและนอนคุยในห้องปรับอากาศเป็นความผิดตามข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน ข้อ 7.5 ที่ว่าต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความขยัน ไม่เอาเวลาของการทำงานไปคุยทำให้เสียหายแก่นายจ้าง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3531/2549

คู่ความท้ากันให้ศาลแรงงานวินิจฉัยเฉพาะข้อบังคับของการรถไฟแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 3.5 ว่าจำเลยมีอำนาจลงโทษโจทก์ตามข้อบังคับดังกล่าวหรือไม่ และศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยไม่มีสิทธิไล่โจทก์ออกจากงานและต…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 25343)

ศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นว่า โจทก์ทั้งสองเป็นลูกจ้างของจำเลยหรือของจำเลยร่วม การที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าโจทก์ทั้งสองเป็นลูกจ้างของบริษัทจำเลยโดยบริษัทจำเลยรับโอนโจทก์ทั้งสองเข้าทำงานต่อจากบริษัทจำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5256/2530

จำเลยให้การว่าโจทก์รับเงินค่าระวางของจำนวน 600 บาทจากพนักงานของจำเลยแล้วทด เงินไว้เป็นเวลา 7 วัน เป็นการทุจริตต่อหน้าที่และฝ่าฝืนระเบียบของบริษัทจำเลยอย่างร้ายแรงศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า โ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1596/2529

ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านเพียงว่า ผู้ร้องไม่มีอำนาจฟ้องเพราะผู้ร้องไม่เคยมอบอำนาจให้ ส. หรือ อ. เป็นผู้มีอำนาจดำเนินคดีแทนผู้ร้อง ดังนี้ประเด็นในคำคัดค้านจึงมีเพียงว่า ผู้ร้องมอบอำนาจให้บุคคลทั้งสอง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้