Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5366/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เจ้าหนี้รายที่4ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามคำพิพากษาภายในระยะเวลาตามกฎหมายถึงแม้ศาลจะยังไม่ได้มีคำสั่งให้เจ้าหนี้รายที่4ได้รับชำระหนี้ก็ถือได้ว่าเจ้าหนี้รายที่4เป็นเจ้าหนี้ในคดีย่อมมีสิทธิเข้าประชุมเจ้าหนี้และออกเสียงลงคะแนนได้ตามมาตรา34แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ.2483ส่วนการที่จะมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของจำเลยแค่ไหนเพียงใดนั้นเป็นดุลพินิจของศาลที่จะมีคำสั่งต่อไปในสำนวนคำขอรับชำระหนี้การที่ศาลยังมิได้มีคำสั่งให้เจ้าหนี้รายที่4ได้รับชำระหนี้ไม่เป็นเหตุที่จะต้องเลื่อนการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกซึ่งต้องดำเนินการโดยเร็วที่สุดตามมาตรา31

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยล้มละลาย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2534ต่อมา วันที่ 15 มกราคม 2536 จำเลยยื่นคำขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลายเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2536 ในวันนัดประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกจำเลยคัดค้านการประชุมอ้างเหตุว่าธนาคารกสิกรไทยเจ้าหนี้รายที่ 4ได้รับชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว และหนี้ตามคำพิพากษาเป็นหนี้ซ้ำซ้อนขอให้เลื่อนการประชุมเพื่อรอคำสั่งศาลเกี่ยวกับคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายนี้ แต่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งการประชุมไป ที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยล้มละลายจำเลยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 8 มีนาคม 2536 ขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดังกล่าว ให้รอการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกไว้จนกว่าที่ศาลจะมีคำสั่งเห็นชอบกับคำขอรับชำระหนี้ของธนาคารกสิกรไทยเจ้าหนี้รายที่ 4 และให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์งดการขายทอดตลาดต่อไปเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำคัดค้านว่า

การประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกชอบด้วยกฎหมายแล้ว เพราะตามพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 31 กำหนดให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต้องเรียกประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกโดยเร็วที่สุด จำเลยไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอนการประชุมเพราะเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เท่านั้นที่จะขอให้เพิกถอนได้ตามมาตรา 36 นอกจากนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยังมิได้ให้ธนาคารกสิกรไทยเจ้าหนี้รายที่ 4 ได้รับชำระหนี้จากเงินซึ่งได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลย ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงให้งดการไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่า เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกชอบด้วยกฎหมายแล้ว ไม่มีเหตุเพิกถอน ให้ยกคำร้องจำเลย

อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนจำเลย ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ว่าคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่ไม่เลื่อนการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกชอบหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า ธนาคารกสิกรไทยเจ้าหนี้รายที่ 4ยื่นคำขอรับชำระหนี้มีทุนทรัพย์สูงและเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ แต่จำเลยคัดค้านว่าได้รับชำระหนี้ไปแล้ว และเรื่องยังอยู่ในระหว่างไต่สวนคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายนี้อยู่ว่ามีมูลหนี้เพียง23,000,000 บาท และได้รับชำระหนี้ไปแล้วทั้งสิ้นหรือไม่ ซึ่งหากฟังได้ตามข้อคัดค้านเจ้าหนี้รายนี้ย่อมไม่มีสภาพเป็นเจ้าหนี้และไม่มีสิทธิเข้าประชุมเจ้าหนี้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ถึงแม้ศาลจะยังไม่ได้มีคำสั่งให้ธนาคารกสิกรไทยเจ้าหนี้รายที่ 4 ซึ่งได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามคำพิพากษาภายในระยะเวลาตามกฎหมายได้รับชำระหนี้ ก็ถือได้ว่าธนาคารกสิกรไทยเจ้าหนี้รายที่ 4เป็นเจ้าหนี้ในคดี ย่อมมีสิทธิเข้าประชุมเจ้าหนี้และออกเสียงลงคะแนนได้ตามมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ส่วนการที่จะมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของจำเลยแค่ไหนเพียงใดนั้น เป็นดุลพินิจของศาลที่จะมีคำสั่งต่อไปในสำนวนคำขอรับชำระหนี้การที่ศาลยังมิได้มีคำสั่งให้ธนาคารกสิกรไทยเจ้าหนี้รายที่ 4 ได้รับชำระหนี้ ไม่เป็นเหตุที่จะต้องเลื่อนการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกซึ่งต้องดำเนินการโดยเร็วที่สุดตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 แต่อย่างใด คำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ชอบแล้ว ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประสิทธิ์ แสนศิริ · สมาน เวทวินิจ · ปรีชา เฉลิมวณิชย์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้