Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5362/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินที่อยู่ในบังคับห้ามโอนจึงไม่อาจสละหรือโอนการครอบครองให้แก่ผู้อื่นได้การที่จำเลยทำสัญญาก่อตั้งสิทธิเหนือพื้นดินและทำสัญญาจะซื้อจะขายให้แก่โจทก์ร่วมมีผลเป็นการโอนการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ร่วมภายในกำหนดเวลาห้ามโอนจึงไม่มีผลตามกฎหมายโจทก์ร่วมไม่มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทการที่จำเลยจ้างบุคคลอื่นเข้าไปไถปรับพื้นที่และล้อมรั้วที่ดินพิพาทจึงไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญาก่อตั้งสิทธิเหนือพื้นดินในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 103เนื้อที่ 32 ไร่ 1 งาน 40 ตารางวา ของจำเลยให้แก่นายชนินทร์โทณวนิก ผู้เสียหาย มีกำหนด 30 ปี และจำเลยได้มอบการครอบครองที่ดินแปลงดังกล่าวแก่ผู้เสียหายเข้าครอบครองทำประโยชน์แล้วระหว่างต้นเดือนตุลาคม 2534 ถึงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2535ทั้งเวลากลางวันและกลางคืน จำเลยกับพวกร่วมกันบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองไถและล้อมรั้วที่ดินแปลงดังกล่าวอันเป็นการรบกวนการครอบครองสิทธิของผู้เสียหายโดยปกติสุข ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365, 83จำเลยให้การปฏิเสธระหว่างพิจารณานายชนินทร์ โทณวนิก ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362, 365(2) ลงโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เมื่อคำนึงถึงอายุของจำเลยและสภาพความผิดแล้ว เห็นสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดีจึงให้รอการลงโทษจำคุกไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์และโจทก์ร่วมฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันในชั้นนี้ฟังได้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 103 ตำบลริมกกอำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ซึ่งทางราชการออกให้แก่จำเลยเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2526 โดยมีข้อกำหนดห้ามโอนภายใน10 ปี ตามมาตรา 31 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน นับตั้งแต่วันที่5 กันยายน 2526 ตามสำเนาหนังสือรับรองการทำประโยชน์เอกสารหมาย ป.ล.1 (ศาลอาญา) เมื่อปี 2528 จำเลยขายที่ดินพิพาทให้แก่นางสุวิมล ต่ายใหญ่เที่ยง และนางวสุธาพร อุทัยวรวิทย์แต่เนื่องจากอยู่ในกำหนดระยะเวลาห้ามโอน จำเลยจึงจดทะเบียนจำนองและจดทะเบียนก่อตั้งสิทธิเหนือพื้นดินในที่ดินพิพาทให้แก่นางสุวิมลและนางวสุธาพร

ต่อมาวันที่ 25 มีนาคม 2531 จำเลยจดทะเบียนเลิกสิทธิเหนือพื้นดินและจดทะเบียนไถ่ถอนที่ดินพิพาทจากนางสุวิมลและนางวสุธาพร ในวันเดียวกันนั้น จำเลยจดทะเบียนจำนองและจดทะเบียนก่อตั้งสิทธิเหนือพื้นดินในที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ร่วมมีกำหนด 30 ปี ตามสำเนาหนังสือสัญญาจำนองเป็นประกันและหนังสือสัญญาก่อตั้งสิทธิเหนือพื้นดินเอกสารหมาย จ.2และ จ.3 นอกจากนั้นจำเลยได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ร่วม โดยกำหนดวันโอนสิทธิกันภายในวันที่ 6 กันยายน 2536ตามเอกสารหมาย ป.จ.3 (ศาลอาญา) และจำเลยได้ทำพินัยกรรมยกที่ดินพิพาทให้โจทก์ร่วมตามเอกสารหมาย ป.จ.4 (ศาลอาญา)เมื่อปี 2534 จำเลยมีหนังสือบอกเลิกสัญญาก่อตั้งสิทธิเหนือพื้นดินไปยังโจทก์ร่วม ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง

จำเลยได้จ้างผู้อื่นให้นำรถแทรกเตอร์ไปไถปรับพื้นที่และทำรั้วล้อมที่ดินพิพาท มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมว่า การที่จำเลยจ้างให้ผู้อื่นนำรถแทรกเตอร์ไปไถปรับพื้นที่และทำรั้วล้อมที่ดินพิพาทเป็นความผิดตามฟ้องหรือไม่ โดยโจทก์และโจทก์ร่วมฎีกาว่า จำเลยมีสิทธิครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท จำเลยสามารถโอนสิทธิครอบครองให้ผู้อื่นได้ การที่จำเลยจดทะเบียนก่อตั้งสิทธิเหนือพื้นดินในที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ร่วม โจทก์ร่วมจึงมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท จำเลยจ้างบุคคลอื่นเข้าไปไถปรับพื้นที่และทำรั้วล้อมที่ดินพิพาท จำเลยจึงมีความผิดฐานบุกรุกตามฟ้องนั้น เห็นว่า แม้จำเลยจะได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท แต่ที่ดินพิพาทนั้นเป็นที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ที่อยู่ในบังคับห้ามโอนภายใน10 ปี ตามมาตรา 31 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน

นับตั้งแต่วันที่5 กันยายน 2526 ซึ่งแสดงว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่รัฐจัดให้ราษฎรทำกิน บทบัญญัติดังกล่าวมีเจตนารมย์ที่จะปกป้องราษฎรให้มีที่ดินทำกินเป็นเวลาอย่างน้อย 10 ปี และภายในระยะเวลาดังกล่าวทางราชการได้ควบคุมที่ดินนั้นอยู่มิได้ปล่อยให้เป็นสิทธิเด็ดขาดแก่ผู้ครอบครองจนกว่าจะพ้นระยะเวลาที่อยู่ในบังคับห้ามโอน ดังนั้น จำเลยจึงไม่อาจสละหรือโอนการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่ผู้อื่นได้ การที่จำเลยทำสัญญาก่อตั้งสิทธิเหนือพื้นดินและทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ร่วม อันมีผลเป็นการโอนการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ร่วมภายในกำหนดระยะเวลาห้ามโอนจึงไม่มีผลตามกฎหมาย โจทก์ร่วมไม่มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท การที่จำเลยจ้างบุคคลอื่นเข้าไปไถปรับพื้นที่และล้อมรั้วที่ดินพิพาทซึ่งยังเป็นสิทธิของจำเลย การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลอ บุณยเนตร · สมมาตร พรหมานุกูล · กอบเกียรติ รัตนพานิช
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้