Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5358/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ปัญหาเรื่องฟ้องซ้ำแม้คู่ความไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์และโจทก์ไม่ได้ฎีกาปัญหานี้ แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาเห็นควรหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเอง ศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้โจทก์ซึ่งเป็นจำเลยในคดีก่อนแบ่งแยกกรรมสิทธิ์ในที่ดินมรดกให้แก่จำเลยคดีนี้จำนวน 2 ไร่ 2 งาน คดีถึงที่สุด ปัญหาที่ว่าจำเลยมีสิทธิได้รับแบ่งแยกกรรมสิทธิ์ที่ดินจำนวนเนื้อที่เท่าใดจึงเป็นประเด็นแห่งคดีในคดีก่อน ในชั้นบังคับคดีของคดีก่อนโจทก์ซึ่งเป็นจำเลยในคดีก่อนยื่นคำคัดค้านขอให้ศาลชั้นต้นแก้ไขหมายบังคับคดีและมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเฉลี่ยลดเนื้อที่ลงตามส่วนเพราะเนื้อที่ดินมรดกขาดไป 239 ตารางวาศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง โจทก์ซึ่งเป็นจำเลยคดีก่อนอุทธรณ์คำสั่ง ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้การที่โจทก์ซึ่งเป็นจำเลยในคดีก่อนยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นบังคับคดีในคดีก่อนแล้ว กลับนำคดีมาฟ้องใหม่เป็นคดีนี้โดยมีประเด็นแห่งคดีว่า จำเลยมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งกรรมสิทธิ์ จำนวน 2 ไร่ 2 งานเต็มตามคำพิพากษาในคดีก่อนหรือไม่ ซึ่งเป็นการฟ้องซ้ำกับคดีก่อนของศาลชั้นต้นต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 148

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองและจำเลยเป็นผู้ได้รับทรัพย์มรดกที่ดิน โฉนดที่ 76 เนื้อที่ 6 ไร่ 3 งาน 12 ตารางวา ตามพินัยกรรมของนางสุดใจ นาคถาวร โดยโจทก์ที่ 1 ได้รับที่ดินตอนกลางเนื้อที่ 2 ไร่ 2 งาน โจทก์ที่ 2 ได้รับที่ดินทางทิศตะวันออกเนื้อที่ 1 ไร่ 3 งาน 12 ตารางวา จำเลยได้รับที่ดินด้านทิศตะวันตกเนื้อที่ 2 ไร่ 2 งาน หลังจากนางสุดใจถึงแก่กรรมแล้ว จำเลยได้เป็นโจทก์ฟ้องโจทก์ทั้งสองเป็นจำเลยขอให้แบ่งแยกที่ดินให้ตามพินัยกรรม ศาลพิพากษาให้โจทก์ทั้งสองแบ่งแยกที่ดินให้จำเลยตามส่วนเฉลี่ยในพินัยกรรม โจทก์ทั้งสองและจำเลยได้ไปติดต่อกับเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครปฐมขอแบ่งแยกที่ดิน โจทก์ทั้งสองและจำเลยตกลงกันว่าการแบ่งแยกที่ดินตามพินัยกรรมหากเนื้อที่มีมากหรือน้อยให้เฉลี่ยไปตามส่วน

เมื่อมีการรังวัดที่ดินรอบแปลงแล้วปรากฏว่าที่ดินตามพินัยกรรมขาดหายไป 9 ตารางวา นอกจากนี้ศาลจังหวัดนครปฐมพิพากษาว่า ที่ดินตามพินัยกรรมเนื้อที่ 230 ตารางวา เป็นที่ดินที่อยู่ในเขตโฉนดของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์อยู่ในระหว่างอุทธรณ์ เมื่อหักที่ดินตามพินัยกรรมส่วนที่ขาดหายไป 9ตารางวากับที่ดินของทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ 230 ตารางวาแล้วจะเหลือที่ดินตามพินัยกรรม 6 ไร่ 73 ตารางวา เมื่อเฉลี่ยตามส่วนในพินัยกรรมแล้ว ที่ดินส่วนที่ขาดหายไปจะตกเป็นส่วนของจำเลย89 ตารางวา ราคาประมาณ 100,000 บาท จำเลยได้ขอหมายบังคับคดีแต่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีไปทำการแบ่งแยกที่ดินตามพินัยกรรมแล้วรังวัดเอาที่ดินด้านทิศตะวันตกเป็นของตน

เนื้อที่ 2 ไร่2 งาน โจทก์ทั้งสองได้ยื่นคัดค้านในคดีนั้นและได้ฟ้องเป็นคดีนี้ขอให้พิพากษาว่า จำเลยไม่มีสิทธิที่จะบังคับแบ่งที่ดินตามพินัยกรรมให้ได้เต็ม 2 ไร่ 2 งาน และจะต้องเฉลี่ยส่วนที่ขาดไปกับบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามข้อตกลงใหม่ ขอให้ศาลสั่งกันที่ดิน 89 ตารางวาไว้ก่อน จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด วินิจฉัยว่าที่พิพาท 230ตารางวาอยู่ในโฉนดตามพินัยกรรมทั้งหมดหรือบางส่วนแล้วจึงจะคืนให้จำเลยไปทั้งหมดหรือเฉลี่ยคืนให้จำเลยไปแล้วแต่กรณีถ้าจำเลยไม่ยอมปฏิบัติตามคำพิพากษาให้ถือเอาคำพิพากษานี้แสดงเจตนาแทนจำเลยจำเลยให้การว่า ฟ้องของโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 196/2525 ของศาลจังหวัดนครปฐม ศาลจังหวัดนครปฐมได้มีคำบังคับให้โจทก์ทั้งสองปฏิบัติตามคำบังคับในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 196/2525 โจทก์ทั้งสองไม่คัดค้านและยินยอมให้จำเลยทำการรังวัดได้เนื้อที่ 2 ไร่ 2 งาน

การที่ที่ดินขาดหายไปเป็นเรื่องที่โจทก์ที่ 2 จะต้องรับผิดแต่ผู้เดียวศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องของโจทก์ไม่เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 196/2525 ของศาลจังหวัดนครปฐม โจทก์ทั้งสองและจำเลยได้แถลงกันตามรายงานกระบวนพิจารณาในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 553/2526 ลงวันที่ 2 พฤษภาคม 2527 ตามสำเนารายงานกระบวนพิจารณา เอกสารหมาย จ.10 หรือ ล.1 โดยโจทก์ทั้งสองมีเจตนาจะให้จำเลยได้รับที่ดินตามโฉนดที่ 76 เนื้อที่ 2 ไร่2 งาน โจทก์ทั้งสองไม่มีสิทธิที่จะขอเฉลี่ยที่ดินในส่วนที่ขาดจากจำเลย พิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ทั้งสองและจำเลยได้รับทรัพย์มรดกที่ดินโฉนดที่ 76 ตำบลสระน้ำจัน อำเภอพระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม ตามพินัยกรรมของนางสุดใจ นาคถาวรต่อมาวันที่ 26 มกราคม 2525 จำเลยได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องโจทก์ทั้งสองต่อศาลจังหวัดนครปฐม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลจังหวัดนครปฐมได้มีคำพิพากษาในคดีนั้นให้โจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นจำเลยในคดีนั้นแบ่งแยกกรรมสิทธิ์ร่วมที่ดินโฉนดที่ 76 แก่จำเลยซึ่งเป็นโจทก์ในคดีนั้นเป็นเนื้อที่ 2 ไร่2 งาน ให้ส่วนของจำเลยอยู่ทางทิศตะวันตกติดถนนราชวิถี ตามคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ 196/2525 เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์2525 โจทก์ทั้งสองและจำเลยได้ทำบันทึกแบ่งแยกกรรมสิทธิ์รวมกันว่าโจทก์ที่ 1 และจำเลยได้รับส่วนแบ่งที่ดินคนละ 2 ไร่ 2 งาน โจทก์ที่ 2 ได้รับส่วนแบ่งที่ดิน 1 ไร่ 3 งาน 12 ตารางวา หากเนื้อที่มากหรือน้อยให้เฉลี่ยไปตามส่วน ต่อมาพนักงานรังวัดได้ไปรังวัดที่ดินและพบว่า ที่ดินมีเนื้อที่น้อยกว่าที่ระบุไว้ในโฉนดจำนวน 9ตารางวา นอกจากนี้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์คัดค้านว่าการรังวัดได้รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

จำนวน 230 ตารางวา ต่อมาสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ได้ยื่นฟ้องจำเลยและโจทก์ทั้งสองต่อศาลจังหวัดนครปฐม และศาลจังหวัดนครปฐมได้มีคำพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นเหตุให้ที่ดินมรดกตามพินัยกรรมขาดหายไปรวมจำนวน 239 ตารางวา ในระหว่างพิจารณาคดีดังกล่าวโจทก์ทั้งสองและจำเลยได้แถลงรับว่า ที่ดินมรดกตามพินัยกรรม จำเลยและโจทก์ที่ 1 ในคดีนี้ได้เนื้อที่ 2 ไร่ 2 งานส่วนที่เหลือเป็นของโจทก์ที่ 2 สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์จึงได้ถอนฟ้องจำเลยและศาลอนุญาตหลังจากนั้น จำเลยซึ่งเป็นโจทก์ในคดีหมายเลขแดงที่ 196/2525 ได้บังคับคดีโดยนำเจ้าพนักงานบังคับคดีและพนักงานรังวัดไปทำการรังวัดแบ่งแยกที่ดินให้จำเลยได้รับส่วนแบ่งเนื้อที่ 2 ไร่ 2 งานมีเนื้อที่ด้านทิศตะวันตกติดถนนกว้าง32 เมตร

โจทก์ทั้งสองยื่นคำคัดค้านในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่196/2525 ขอให้ศาลแก้ไขหมายบังคับคดีและมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเฉลี่ยลดเนื้อที่ลงตามส่วนที่ขาดไป 239 ตารางวา เมื่อลดแล้วจำเลยจะได้ที่ดิน 2 ไร่ 1 งาน 11 ตารางวา

ศาลจังหวัดนครปฐมมีคำสั่งยกคำร้อง โจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นจำเลยคดีนั้นอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ทั้งสองได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ ต่อมาข้อพิพาทในชั้นบังคับคดีในคดีหมายเลขแดงที่196/2525 ของศาลจังหวัดนครปฐมได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดโดยคำพิพากษาฎีกาที่ 1901/2525 แล้วมีปัญหาว่า คดีนี้ฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 196/2525 ของศาลจังหวัดนครปฐมหรือไม่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าไม่เป็นฟ้องซ้ำคู่ความไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์และโจทก์ทั้งสองก็ไม่ได้ฎีกาปัญหานี้ขึ้นมา แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาเห็นควรหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเอง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ในคดีหมายเลขแดงที่ 196/2525 ของศาลจังหวัดนครปฐมคือจำเลยคดีนี้และจำเลยทั้งสองในคดีดังกล่าวคือโจทก์ทั้งสองในคดีนี้ จึงเป็นคู่ความเดียวกันทั้งสองคดี ประเด็นแห่งคดีนั่นก็เป็นเรื่องที่จำเลยคดีนี้ฟ้องโจทก์ทั้งสองในคดีนี้ให้แบ่งแยกกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่จำเลยในคดีนี้เนื้อที่ 2 ไร่ 2 งานศาลจังหวัดนครปฐมก็ได้พิพากษาให้โจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นจำเลยในคดีนั้นแบ่งแยกกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินมรดกตามโฉนดที่ 76 ให้แก่จำเลยคดีนี้จำนวนเนื้อที่ 2 ไร่ 2 งาน คดีถึงที่สุดตามสำเนาคำพิพากษาเอกสารหมาย จ.3 ปัญหาที่ว่าจำเลยมีสิทธิได้รับแบ่งแยกกรรมสิทธิ์ที่ดินจำนวนเนื้อที่เท่าใดจึงเป็นประเด็นแห่งคดีในคดีหมายเลขแดงที่196/2525 ส่วนโจทก์ในคดีนั้นจะมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งกรรมสิทธิ์จำนวน2 ไร่ 2 งาน

เต็มตามคำพิพากษาหรือไม่เป็นรายละเอียดที่จะต้องว่ากล่าวกันในชั้นบังคับคดี ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นคู่ความก็ชอบที่จะต้องดำเนินการในคดีหมายเลขแดงที่ 196/2525 หากศาลจังหวัดนครปฐมมีคำสั่งเกี่ยวกับการบังคับคดีประการใดคู่ความฝ่ายใดไม่เห็นด้วยก็ชอบที่จะอุทธรณ์ฎีกาต่อไป การที่โจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นจำเลยในคดีนั้นยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นบังคับคดีในคดีหมายเลขแดงที่196/2525 ซึ่งถึงที่สุดแล้วกลับนำคดีมาฟ้องใหม่เป็นคดีนี้โดยมีประเด็นแห่งคดีว่า จำเลยมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งกรรมสิทธิ์ที่ดินจำนวน 2 ไร่ 2 งานเต็มตามคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ 196/2530หรือไม่ จึงเป็นการรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุเดียวกัน เป็นการฟ้องซ้ำกับคดีหมายเลขแดงที่ 196/2530ของศาลจังหวัดนครปฐมต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 148 ชอบที่ศาลจะพิพากษายกฟ้องเสีย

ศาลล่างทั้งสองรับวินิจฉัยคดีของโจทก์มาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยจึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ทั้งสองต่อไปพิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองและให้ยกฟ้องโดยไม่วินิจฉัยประเด็นแห่งคดีตามฟ้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · สวิน อักขรายุธ · เธียร ยูงทอง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5699/2560

คดีเดิมโจทก์ทั้งสองฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ยื่นคำขอจดทะเบียนให้โจทก์ทั้งสองพ้นจากการเป็นกรรมการของจำเลยที่ 1 ขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมและจดทะเบียนให้โจทก์ทั้งสองกลับเข้าไปเป็นกร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1695/2559

คดีก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ทางพิพาทเป็นทางภาระจำยอม โดยมิได้วินิจฉัยว่า ทางพิพาทเป็นทางจำเป็นหรือไม่ ทั้ง ๆ ที่ทางพิพาทอาจเป็นได้ทั้งทางจำเป็นและทางภาระจำยอมในขณะเดียวกัน แต่โจทก์ไม่มีความจำเป็นใดที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2039/2551

ประเด็นในคดีก่อนมีว่า ผู้ร้องทำละเมิดต่อผู้คัดค้านที่ 1 โดยการทำรั้วในที่ดินของผู้คัดค้านที่ 1 หรือไม่ ส่วนในคดีนี้มีประเด็นว่าผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์หรือไม่ กรณีจึงเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3957/2546

คู่ความคดีก่อนกับคดีนี้เป็นคู่ความเดียวกัน ประเด็นที่ได้วินิจฉัยเป็นอย่างเดียวกันว่า กันสาดหน้าต่างตึกแถวของจำเลยอยู่ในที่ดินของโจทก์หรือไม่ และกันสาดตามฟ้องคดีนี้ก็คือกันสาดเดิมตามฟ้องในคดีก่อน มิได้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 459/2546

คดีก่อนโจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่าโจทก์ครอบครองมาตั้งแต่ปี 2502 ต่อมาจำเลยไปยื่นคำขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ โดยแจ้งความเท็จว่าเป็นฝ่ายครอบครองโดยซื้อมาจาก ต. เจ้าพนักงานที่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้