Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5352/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยปลูกบ้านในที่ดินพิพาทซึ่งเป็นของโจทก์เพราะเข้าใจว่าเป็นที่ดินของบุตรสาวที่ยินยอมให้จำเลยอยู่อาศัยแสดงว่าจำเลยเข้าไปครอบครองที่ดินพิพาทเป็นการชั่วคราวโดยไม่ได้เจตนาเป็นเจ้าของแม้ครอบครองติดต่อกันนานเกินกว่า10ปีก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ตลอดเวลาที่ยังอยู่ในที่ดินนั้นคดีที่โจทก์ฟ้องขอให้รื้อถอนบ้านออกไปจึงไม่ขาดอายุความ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 64548มีแนวเขตติดต่อกับที่ดินของจำเลย ตามโฉนดเลขที่ 55378 เมื่อประมาณเดือนธันวาคม 2525 จำเลยปลูกบ้านเลขที่ 3/334 ลงในที่ดินของโจทก์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนบ้านเลขที่ 3/334 ออกจากที่ดินของโจทก์ และห้ามเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์ต่อไป ให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ19,500 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะรื้อถอนบ้านของจำเลยออกจากที่ดินของโจทก์จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยปลูกสร้างบ้านของจำเลยบนที่ดินพิพาทเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2524โดยสงบ เปิดเผย และด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเกินกว่า 10 ปีแล้วจำเลยจึงได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์

โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลย ความเสียหายที่โจทก์ได้รับไม่เกินเดือนละ 900 บาท โจทก์ไม่ฟ้องคดีภายในกำหนด 1 ปี นับแต่วันทำละเมิดหรือรู้เหตุแห่งการละเมิด คดีโจทก์จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องและมีคำสั่งให้โจทก์จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้จำเลยโดยปราศจากภาระติดพันใด ๆ หากโจทก์ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา และห้ามโจทก์เกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า จำเลยปลูกสร้างบ้านบนที่ดินพิพาทนับถึงวันฟ้องไม่ถึง 10 ปี จำเลยยังไม่ได้กรรมสิทธิ์ และจำเลยปลูกสร้างบ้านในที่ดินพิพาทโดยใช้สิทธิอาศัย มิได้มีเจตนาเป็นเจ้าของจึงไม่ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองตามกฎหมาย จำเลยยังมิได้รื้อถอนบ้านออกจากที่ดินพิพาทอายุความจึงยังไม่เริ่มนับคดียังไม่ขาดอายุความ

ขอให้ยกฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิพากษาห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินโฉนดเลขที่ 64548 ตำบลบางจาก อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานครของโจทก์ ยกฟ้องแย้งจำเลยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ห้ามโจทก์เกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทต่อไป และให้โจทก์ไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้จำเลยโดยปราศจากภาระใด ๆ หากโจทก์ไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แทนการแสดงเจตนาโจทก์ ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่า จำเลยปลูกบ้านเลขที่ 3/334 หมู่ที่ 2 ถนนสุขุมวิท 93แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร ในที่ดินโฉนดเลขที่ 64548ซึ่งเป็นที่ดินของโจทก์ ที่ดินพิพาทนี้อยู่ติดกับที่ดินของนางคมขำบุตรของจำเลย ต่อมา พ.ศ. 2531 นางคมขำได้ขายที่ดินของตนให้จำเลย ข้อที่โจทก์ฎีกาว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยปลูกบ้านในที่ดินพิพาทเพราะจำเลยเข้าใจว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินของบุตรสาวของจำเลยที่ยินยอมให้จำเลยอยู่อาศัยแสดงให้เห็นเจตนาของจำเลยว่าจำเลยเข้าไปครอบครองที่ดินพิพาทเป็นการชั่วคราว เป็นการเข้าไปอยู่อาศัยในที่ดินที่จำเลยเข้าใจว่าเป็นของบุตรสาวของจำเลย โดยจำเลยไม่ได้ครอบครองด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ

แม้จำเลยจะครอบครองที่ดินพิพาทติดต่อกันนานเกินกว่า10 ปี แล้วก็ตาม จำเลยก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382ที่จำเลยแก้ฎีกาว่า โจทก์ฟ้องเกิน 1 ปี นับแต่โจทก์รู้เหตุของการละเมิด คดีของโจทก์จึงขาดอายุความนั้น ปัญหาดังกล่าวจำเลยตั้งประเด็นมาในคำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลย แต่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยให้ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปทีเดียวโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาใหม่ เห็นว่า จำเลยปลูกบ้านอยู่ในที่ดินพิพาทโดยโจทก์ไม่ได้รู้เห็นตกลงยินยอมด้วย เป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของตลอดเวลาที่จำเลยยังอยู่ในที่ดินของโจทก์ คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้จำเลยรื้อถอนบ้านเลขที่ 3/338 หมู่ที่ 2ออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 64548 ของโจทก์ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าว ยกฟ้องแย้งจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพฑูรย์ แสงจันทร์เทศ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · ธวัชชัย พิทักษ์พล
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้