Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 534/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยตกลงจะโอนสิทธิครอบครองและโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท แต่จำเลยผิดสัญญา ขอให้บังคับ ตามข้อตกลงนั้น ก็เป็นการตกลงที่จะโอนให้ใช้ทำมาหากินคือการใช้ทำประโยชน์นั่นเอง และการที่โจทก์ขอให้จำเลยร่วมกันชำระราคาที่ดินพิพาทเป็นค่าเสียหายที่ผิดสัญญา เมื่อการตกลงโอนสิทธิครอบครองและโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทวัตถุแห่งหนี้เป็นเรื่องการโอนตัวทรัพย์ ส่วนการตกลงให้เข้าใช้หรือทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท วัตถุแห่งหนี้มิได้เป็นเรื่องการโอนตัวทรัพย์ หากเพียงแต่ให้มีสิทธิใช้ประโยชน์จากที่ดินพิพาทเท่านั้น จึงเป็นข้อตกลงหรือการกระทำที่มีลักษณะแตกต่างคนละอย่างกัน เมื่อตกลงโอนสิทธิครอบครองและโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทกันจะบังคับแต่เพียงให้เข้าใช้ทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทมิได้ทำนองเดียวกัน ถ้าตกลงให้เข้าใช้ทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทก็จะบังคับให้โอนที่ดินพิพาทมิได้เช่นเดียวกัน และคำขอบังคับให้ชำระราคาที่ดินพิพาทเป็นค่าทดแทนตัวทรัพย์ ก็เป็นคนละอย่างต่างกันกับการบังคับให้ชำระเงินค่าไถ่ถอนจำนองซึ่งกรณีหลังเป็นการคืนเงินที่ได้ชำระไปแล้ว แม้จะเป็นการชำระหนี้ด้วยเงินเหมือนกันก็ตาม ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 2 ตกลงให้โจทก์มีสิทธิทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท แต่จำเลยทั้งสองผิดสัญญาแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินค่าไถ่ถอนจำนองที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ จึงเป็นการพิพากษาเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 2 เป็นมารดาของจำเลยที่ 1และเป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดิน แปลงที่ 1 ที่ดิน น.ส.3เลขที่ 258 เนื้อที่ 16 ไร่ 80 ตารางวา แปลงที่ 2ที่ดินโฉนดเลขที่ 10059 เนื้อที่ 10 ไร่ 56 ตารางวา แปลงที่ 3ที่ดินโฉนดเลขที่ 10125 เนื้อที่ 21 ไร่ 3 งาน 40 ตารางวาเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2529 จำเลยที่ 2 จำนองที่ดิน 3 แปลงดังกล่าวไว้แก่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด เป็นเงิน 950,000 บาทโจทก์เป็นสามีของจำเลยที่ 1 โดยอยู่กินฉันสามีภริยากับจำเลยที่ 1ระหว่างปี 2531 ถึง 2533 ต้นปี 2532 จำเลยทั้งสองตกลงให้โจทก์เป็นผู้ชำระหนี้จำนองทั้งหมดแก่ธนาคารแล้วจำเลยที่ 2จะโอนสิทธิครอบครองและกรรมสิทธิ์ในที่ดิน 3 แปลงดังกล่าวให้แก่โจทก์กับจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของร่วมกัน

โจทก์ตกลงด้วยโดยชำระเงินไถ่ถอนจำนอง 2 ครั้ง รวมเป็นเงิน 1,259,555.84 บาทครบจำนวนหนี้จำนอง หลังจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด ปลดจำนองให้แล้ววันที่ 9 มีนาคม 2532 จำเลยที่ 2 จดทะเบียนโอนสิทธิครอบครองและกรรมสิทธิ์ที่ดิน 3 แปลงดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 1 เพียงคนเดียวโจทก์ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันไปจดทะเบียนโอนที่ดิน 3 แปลงดังกล่าวให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง แต่จำเลยที่ 1 ผัดผ่อนตลอดมาแล้วละทิ้งโจทก์ไป การกระทำของจำเลยทั้งสองทำให้โจทก์เสียหายในปี 2535 ที่ดินแปลงที่ 1 มีราคา 1,383,750 บาท แปลงที่ 2มีราคา 2,625,000 บาท แปลงที่ 3 มีราคา 1,845,000 บาทขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันโอนสิทธิครอบครองและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาททั้ง 3 แปลง แก่โจทก์ในฐานะผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมโดยปลอดภาระติดพันเป็นจำนวนครึ่งหนึ่งของที่ดินเนื้อที่ 8 ไร่ 40 ตารางวา 5 ไร่ 28 ตารางวา และ10 ไร่ 3 งาน 20 ตารางวา ตามลำดับ

หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้ถือคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง หากไม่สามารถโอนสิทธิครอบครองและกรรมสิทธิ์ที่ดิน3 แปลงดังกล่าวแก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวนเท่ากับครึ่งหนึ่งของราคาที่ดิน 3 แปลง ตามราคาท้องตลาดในวันฟ้อง คิดเป็นเงิน 2,926,875 บาท กับดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองไม่เคยมีข้อตกลงยกที่ดิน 3 แปลงตามฟ้องให้แก่โจทก์ โจทก์ไถ่ถอนจำนองที่ดินที่จำเลยที่ 2 จำนองไว้เพื่อเป็นการตอบแทนในการที่จำเลยที่ 2ตกลงยกจำเลยที่ 1 ให้เป็นภริยาของโจทก์ หลังจากแต่งงานกันตามประเพณีแล้ว

จำเลยทั้งสองจึงทราบว่าถูกโจทก์หลอกลวงเนื่องจากโจทก์มีภริยาและบุตรแล้ว จำเลยที่ 1 จึงได้ละทิ้งโจทก์ไปข้อตกลงตามที่โจทก์กล่าวอ้างเป็นการให้หรือคำมั่นว่าจะให้ทรัพย์สินจะต้องมีการทำหนังสือจดทะเบียนจึงจะบังคับตามกฎหมายได้ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองมิได้ตกลงยกที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์และจำเลยที่ 1 เป็นการตอบแทนในการที่โจทก์ออกเงินไถ่ถอนจำนองที่ดินพิพาท และการที่โจทก์ออกเงินไถ่ถอนจำนองดังกล่าวก็ไม่ใช่เป็นการตอบแทนจำเลยที่ 2 ที่ยอมให้จำเลยที่ 1แต่งงานกับโจทก์ตามคำให้การของจำเลยทั้งสองแต่เป็นการตอบแทนที่จำเลยที่ 2 ตกลงให้โจทก์มีสิทธิทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทซึ่งจำเลยทั้งสองไม่สามารถให้โจทก์ทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทเป็นการผิดสัญญาจึงต้องคืนเงินค่าไถ่ถอนจำนองให้แก่โจทก์

พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ 1,100,000.27 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2534 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาว่าศาลชั้นต้นพิพากษาเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้องหรือไม่ คดีนี้ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่าจำเลยทั้งสองตกลงจะยกที่ดินพิพาทให้โจทก์กับจำเลยที่ 1เป็นการตอบแทนในการที่โจทก์ออกเงินไถ่ถอนจำนองที่ดินพิพาทหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า การที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองตกลงจะโอนสิทธิครอบครองและโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทและขอให้บังคับตามข้อตกลงนั้น ก็เป็นการตกลงที่จะโอนให้ใช้ทำมาหากินคือการใช้ทำประโยชน์นั่นเอง และการที่โจทก์ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระราคาที่ดินพิพาทเป็นค่าเสียหายที่ผิดสัญญาและที่ศาลชั้นต้นบังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินก็เป็นการชำระหนี้ด้วยเงินตามคำขอบังคับของโจทก์

คำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นจึงไม่เป็นการนอกฟ้องนอกประเด็นหรือเกินคำขอนั้นศาลฎีกาเห็นว่า การตกลงโอนสิทธิครอบครองและโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทนั้น วัตถุแห่งหนี้เป็นเรื่องการโอนตัวทรัพย์ส่วนการตกลงให้เข้าใช้หรือทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทนั้นวัตถุแห่งหนี้มิได้เป็นเรื่องการโอนตัวทรัพย์ หากเพียงแต่ให้มีสิทธิใช้ประโยชน์จากที่ดินพิพาทเท่านั้น จึงเห็นได้ว่าเป็นข้อตกลงหรือการกระทำที่มีลักษณะแตกต่างคนละอย่างกัน เพราะฉะนั้นถ้าตกลงโอนสิทธิครอบครองและโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทกันจะบังคับแต่เพียงให้เข้าใช้ทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทมิได้ทำนองเดียวกัน ถ้าตกลงให้เข้าใช้ทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทก็จะบังคับให้โอนที่ดินพิพาทมิได้เช่นเดียวกัน และคำขอบังคับให้ชำระราคาที่ดินพิพาทเป็นค่าทดแทนตัวทรัพย์ เป็นคนละอย่างต่างกันกับการบังคับให้ชำระเงินค่าไถ่ถอนจำนองซึ่งกรณีหลังเป็นการคืนเงินที่ได้ชำระไปแล้ว แม้จะเป็นการชำระหนี้ด้วยเงินเหมือนกันก็ตาม ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยโดยรับฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 2 ตกลงให้โจทก์มีสิทธิทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท แต่จำเลยทั้งสองผิดสัญญา แล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินค่าไถ่ถอนจำนองที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์จึงเป็นการพิพากษาเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้องต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142ส่วนที่โจทก์ฎีกาขอให้ส่งสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่นั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้วว่าจำเลยทั้งสองไม่เคยตกลงจะโอนสิทธิครอบครองและโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทให้โจทก์กับจำเลยที่ 1 เป็นการตอบแทนในการที่โจทก์ออกเงินค่าไถ่ถอนจำนองที่ดินพิพาท เพราะโจทก์มิได้อุทธรณ์หรือแก้อุทธรณ์ในประเด็นดังกล่าว ดังนั้นเมื่อโจทก์นำสืบรับฟังไม่ได้ตามฟ้องจึงต้องยกฟ้อง กรณีไม่เป็นประโยชน์ที่จะส่งสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่พิพากษายืน แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องคดีใหม่ภายในอายุความ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมบัติ เดียวอิศเรศ · จำลอง สุขศิริ · ไสว จันทะศรี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15668/2558

การที่จำเลยมอบอำนาจให้โจทก์ที่ 1 ประมูลงานและทำสัญญารับจ้างก่อสร้างอาคารเรียนกับกรมสามัญศึกษาและให้โจทก์ทั้งสามก่อสร้างโดยโจทก์ทั้งสามเป็นผู้ลงทุนและรับค่าจ้างในนามจำเลย หากโจทก์ทั้งสามขาดเงินทุนและจำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3332/2554

จำเลยที่ 1 ซื้อที่ดินจากโจทก์โดยชำระราคาเพียงบางส่วนจำนวน 300,000 บาท แล้วนำไปจำนองเป็นประกันหนี้ไว้กับจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายผิดสัญญา การที่บรรยายฟ้องถึงการที่จำเลยที่ 1 ผิดนัดชำระค่าที่ดินอัน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15238/2553

การซื้อขายสินค้าประเภทอุปกรณ์ต่อพ่วงคอมพิวเตอร์ไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องทำเป็นหนังสือ ดังนั้นสัญญาซื้อขายระหว่างบุคคลซึ่งอยู่ห่างกันโดยระยะทางจะเกิดขึ้นเมื่อคำบอกกล่าวสนองไปถึงผู้เสนอตาม ป.พ.พ. มาตรา 3…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 699/2553

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีฐานะเป็นนิติบุคคลโดยเป็นกรมในรัฐบาล ส่วนจำเลยที่ 1 เคยรับราชการครูในสังกัดของโจทก์ เมื่อระหว่างวันที่ 17 มีนาคม 2529 ถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2535 จำเลยที่ 1 ได้รับอนุมัติจากโจทก์ให้ไป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 776/2549

ป.พ.พ. มาตรา 369 บัญญัติว่า ในสัญญาต่างตอบแทนนั้น คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งจะไม่ยอมชำระหนี้จนกว่าอีกฝ่ายจะชำระหนี้หรือขอปฏิบัติการชำระหนี้ก็ได้...ฯลฯ... หมายความว่า การชำระหนี้ในสัญญาต่างตอบแทน คู่สัญญาจะต้อง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้