Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5334/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ยื่นคำขอรังวัดสอบเขตโฉนดที่ดินของโจทก์ แต่จำเลยยื่นคำคัดค้านซึ่งไม่ถูกต้อง ขอให้บังคับจำเลยถอนคำคัดค้าน จำเลยให้การว่าโจทก์นำชี้แนวเขตรุกล้ำเข้าที่ดินที่อยู่ข้างเคียง ซึ่งจำเลยได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครอง แม้คำคัดค้านของจำเลยเป็นการใช้สิทธิตาม ป.ที่ดินฯ มาตรา 69 ทวิ ก็ตาม แต่ก็เป็นการโต้แย้งสิทธิในที่ดินระหว่างโจทก์กับจำเลย ถือว่ามีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิของโจทก์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 แล้ว โจทก์ชอบที่จะฟ้องคดีต่อศาลได้ และคำขอให้บังคับจำเลยถอนคำคัดค้านมีความหมายรวมถึงการที่ขอให้จำเลยมิให้เกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาท หากโจทก์ชนะคดีศาลย่อมมีอำนาจบังคับให้ตามขอได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดินโฉนดเลขที่ 1528 ตำบลบางนาค อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส ส่วนจำเลยเป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดินโฉนดเลขที่ 2431 ซึ่งเป็นที่ดินข้างเคียงมีเนวเขตที่ดินติดต่อกับที่ดินของโจทก์ทางด้านทิศเหนือ เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2541

โจทก์ยื่นคำร้องขอรังวัดสอบเขตที่ดินของโจทก์ดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนราธิวาส จำเลยได้คัดค้านการรังวัดที่ดินโดยอ้างว่าผู้แทนโจทก์นำชี้แนวเขตรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลย ซึ่งเป็นการไม่ถูกต้อง ขอให้บังคับจำเลยถอนคำคัดค้านการรังวัดสอบเขตโฉนดที่ดินที่อ้างว่าแนวเขตที่ดินของโจทก์รุกล้ำแนวแขตที่ดินของจำเลย หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดินโฉนดเลขที่ 2431 จำเลยได้ที่ดินดังกล่าวนี้มาด้วยการซื้อขายโดยสุจริต เสียค่าตอบแทนและได้ครอบครองที่ดินพิพาทโดยสงบ เปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ดังนั้น เมื่อโจทก์นำเจ้าพนักงานที่ดินรังวัดสอบเขตที่ดินของโจทก์ดังกล่าวรุกล้ำแนวเขตที่ดินพิพาทในความครอบครองของจำเลย จำเลยจึงมีสิทธิคัดค้านการรังวัดของโจทก์ และการแสดงคำคัดค้านย่อมเป็นสิทธิตามกฎหมายของจำเลย คำคัดค้านของจำเลยจึงไม่ก่อให้เกิดสิทธิเรียกร้องใด ๆ แก่โจทก์ที่จะฟ้องบังคับให้เพิกถอนได้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องคดี ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้บังคับจำเลยถอนคำคัดค้านการรังวัดสอบเขตโฉนดที่ดินหรือไม่ เห็นว่า ตามฟ้องโจทก์บรรยายว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดินโฉนดเลขที่ 1528 ตำบลบางนาค อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส โจทก์ยื่นขอรังวัดสอบเขตโฉนดที่ดินดังกล่าว แต่จำเลยซึ่งเป็นผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงคัดค้านการรังวัดอ้างว่าผู้แทนโจทก์นำชี้แนวเขตที่ดินรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลย ดังนี้ แม้การยื่นคำคัดค้านดังกล่าวจะเป็นการใช้สิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 69 ทวิ แต่เนื้อหาในคำคัดค้านที่จำเลยอ้างว่าที่ดินที่ผู้แทนโจทก์นำชี้รุกล้ำเข้าไปในเขตที่ดินของจำเลยโฉนดเลขที่ 2431 ซึ่งอยู่ติดกับที่ดินของโจทก์นั้น เป็นการโต้แย้งเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดินระหว่างโจทก์กับจำเลย

ถือว่ามีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 แล้ว โจทก์จึงชอบที่จะฟ้องคดีต่อศาลได้ ทั้งตามคำฟ้องของโจทก์ได้แนบสำเนาโฉนดที่ดินเลขที่ 2431 กับหนังสือคัดค้านที่มีข้อความระบุว่า จำเลยเป็นผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินเลขที่ 2431 ตามเอกสารแนบท้ายคำฟ้องหมายเลข 2 ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้อง และโจทก์ได้ขอให้บังคับจำเลยถอนคำคัดค้านการรังวัดสอบเขต ซึ่งย่อมมีความหมายรวมถึงการที่ได้ขอให้บังคับจำเลยมิให้เกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทส่วนที่โจทก์นำชี้รังวัด ซึ่งหากโจทก์ชนะคดี ศาลย่อมมีอำนาจบังคับให้ตามคำขอของโจทก์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 วินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องและพิพากษายกฟ้องโจทก์

ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น แต่เนื่องจากศาลอุทธรณ์ภาค 9 ยังมิได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ในประเด็นที่ว่า จำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์จึงมีสิทธิคัดค้านการรังวัดสอบแนวเขตที่ดินของโจทก์หรือไม่ และคดีนี้ที่ดินพิพาทที่อ้างว่ารุกล้ำจำนวน 2 ตารางวา มีราคาเพียง 90,000 บาท เป็นคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน 200,000 บาท ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ศาลฎีกาจึงต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 9 วินิจฉัยในประเด็นดังกล่าว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 และให้ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิจารณาอุทธรณ์ของโจทก์ แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกา ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 9 รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โนรี จันทร์ทร · ทวีวัฒน์ แดงทองดี · จิระ โชติพงศ์
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้