Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2492 (เลขอ้างอิง 53306)

พ.ศ. 2492 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฟ้องอุทธรณ์หรือฟ้องฎีกาจะต้องตั้งประเด็นตามมาตรา 225 และต้องแสดงเหตุผลประกอบตามมาตรา 172ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งศาลชั้นต้นสืบพยานของ ป.สองปากแล้วสั่งงดสืบพยานของป.และพิพากษาให้ป.แพ้คดี ป.ยื่นอุทธรณ์ว่าศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานไม่ชอบ และว่าพยานหลักฐานของ ป.เท่าที่สืบมาแล้วควรฟังได้ เพราะเหตุใด ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแต่เรื่องงดสืบพยาน แล้วพิพากษาให้ศาลชั้นต้นสืบพยานต่อไปและพิพากษาใหม่ ศาลชั้นต้นสืบพยานแล้วพิพากษาให้ ป.แพ้คดีตามเดิม ป.ยื่นอุทธรณ์เป็นครั้งที่ 2 บรรยายการดำเนินคดีมาตั้งแต่ต้นและกล่าวว่า คำพิพากษาศาลชั้นต้นคลาดเคลื่อนต่อเหตุผลและข้อกฎหมายดังที่ ป. ได้ยกเป็นองค์อุทธรณ์ ในคำฟ้องอุทธรณ์เดิมแล้ว ขอศาลอุทธรณ์ได้ถือเอาคำฟ้องอุทธรณ์ฉบับเดิมของ ป.มาเป็นองค์อุทธรณ์ในชั้นนี้ทุกประการด้วยดังนี้เห็นได้ว่า คำฟ้องอุทธรณ์ใหม่ของ ป.ต่อเนื่องมาจากคำฟ้องอุทธรณ์เดิม ไม่ได้อ้างถึงถ้อยคำอื่นในสำนวนเช่นคำแถลงการณ์เป็นต้น จึงเป็นอุทธรณ์ที่ใช้ได้ตามกฎหมาย แต่อ้างถึงคำฟ้องอุทธรณ์ด้วยกันและต่อเนื่องกัน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดี 2 สำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณารวมกัน สำนวนแรกโจทก์ฟ้องหาว่า นายเปี่ยงจำเลยได้เช่านาของโจทก์ 4 ปี บัดนี้ครบกำหนดแล้วไม่ยอมคืน ขอให้ศาลบังคับให้คืน และห้ามไม่ให้จำเลยและบริวารเข้าไปเกี่ยวข้องในที่นารายนี้ สำนวนที่ 2

โจทก์ฟ้องหานายออนเป็นจำเลยว่า ได้ให้นายออนอาศัยช่วยทำนาในที่แปลงนี้แล้วโจทก์ได้บอกล่วงหน้าให้นายออนทราบว่า ไม่รับให้เข้ามาอาศัยทำนาเหมือนปีก่อน ๆ นายออนก็ยังเข้ามาแย่งหรือรบกวนเข้าทำนารายนี้อีก จึงขอให้ศาลแสดงว่า นายเปี่ยงโจทก์ได้สิทธิครอบครองเป็นเจ้าของ ขอให้ขับไล่นายออน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปความ ศาลชั้นต้นทำการสืบพยานต่อไปแล้วพิพากษาให้คงเป็นไปตามเดิม

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า อุทธรณ์ของนายเปี่ยงไม่ได้ยกข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายมาให้ชัดแจ้ง จึงไม่เป็นอุทธรณ์ที่สมบูรณ์ ที่นายเปี่ยงขอให้ถืออุทธรณ์เดิม แต่ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นเสียแล้ว อุทธรณ์ฉบับนี้จึงเป็นอันสิ้นสุด ให้ยกอุทธรณ์นายเปี่ยงเสียนายเปี่ยงฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า บทบัญญัติอันว่าด้วยฟ้องอุทธรณ์ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งนั้นมีไว้ในมาตรา 1(3) มาตรา 67, 172 และมาตรา 225 และโดยที่มาตรา 225 บัญญัติว่าข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายใด ผู้อุทธรณ์ประสงค์จะยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์ ผู้อุทธรณ์จะต้องว่ากล่าวไว้แจ้งชัดในอุทธรณ์และมาตรา 172 ว่า คำฟ้องต้องแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นแต่สำหรับคดีนี้ปรากฏว่านายเปี่ยงได้ยื่นฟ้องอุทธรณ์แล้วครั้งหนึ่งตั้งข้ออุทธรณ์ว่าตามคำพยานหลักฐานควรฟังว่านายเปี่ยงซื้อนารายพิพาทจากนายพรหมมาแล้วไม่ใช่เช่า

เมื่อนายพรหมมาไม่มีหนังสือเช่ามาแสดง ก็ควรฟังตามข้อตัดฟ้องของนายเปี่ยง ศาลชั้นต้นไม่ชอบที่จะสั่งงดไม่สืบพยานนายเปี่ยง นอกจากนี้นายเปี่ยงได้กล่าวไว้ในคำฟ้องอุทธรณ์ว่า พยานหลักฐานของนายเปี่ยงเท่าที่ได้สืบมาแล้วควรฟังได้เพราะเหตุใดศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแต่ข้องดสืบพยานแล้วพิพากษาให้ศาลชั้นต้นสืบพยานใหม่ต่อไปและพิพากษาใหม่ เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาครั้งที่สองนี้แล้ว นายเปี่ยงได้ยื่นอุทธรณ์บรรยายการดำเนินคดีนี้แต่ต้นมาจนถึงว่าตนได้อุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ บัดนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วคงพิพากษาตามเดิมนายเปี่ยงเห็นว่ายังคลาดเคลื่อนจากเหตุผลและข้อกฎหมายหลายประการจึงขอยื่นฟ้องอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

อันมีข้อความตามคำฟ้องอุทธรณ์ของนายเปี่ยงฉบับเดิมทุกประการ ขอศาลอุทธรณ์ได้โปรดถือเอาคำฟ้องอุทธรณ์ของนายเปี่ยงฉบับเดิมที่กล่าวแล้วมาเป็นองค์อุทธรณ์ในชั้นนี้ทุกประการด้วย ดังนี้ จะเห็นได้ว่าคำฟ้องอุทธรณ์ใหม่ของนายเปี่ยงต่อเนื่องมาจากคำฟ้องอุทธรณ์เดิมของนายเปี่ยงนั่นเอง นายเปี่ยงไม่ได้อ้างถึงถ้อยคำอื่นในสำนวนเช่นคำแถลงการณ์เป็นต้น แต่อ้างถึงถ้อยคำซึ่งเป็นคำฟ้องอุทธรณ์ด้วยกันและต่อเนื่องกัน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าคำฟ้องอุทธรณ์ของนายเปี่ยงนี้ใช้ได้ตามกฎหมายแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ศาลอุทธรณ์ดำเนินการพิจารณาใหม่ต่อไปตามรูปคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จำรูญเนติศาสตร์ · ปรีชาวินิจฉัย · ศิลปสิทธิวินิจฉัย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 738/2494

ฝ่ายที่แพ้คดี อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นครั้งหนึ่งแล้ว ศาลอุทธรณ์กลับพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาให้ฝ่ายนั้นแพ้คดีอีกฝ่ายนั้นยื่นคำแถลง…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2492 (เลขอ้างอิง 90515)

ฟ้องอุทธรณ์หรือฟ้องฎีกาจะต้องตั้งประเด็นตามมาตรา 225 และต้องแสดงเหตุผลประกอบตามมาตรา 172 ป.ม.วิ.แพ่ง ศาลชั้นต้นสืบพะยานของ ป.สองปากแล้วสั่งงดสืบพะยานของ ป. และพิพากษาให้ ป.แพ้คดี ป.ยื่นอุทธรณ์ว่าศาลชั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2097/2541

อุทธรณ์เป็นคำฟ้องชนิดหนึ่ง ดังนั้น คู่ความฝ่ายใดประสงค์จะยกข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายข้อใดขึ้นมาอุทธรณ์ คู่ความฝ่ายนั้นจะต้องบรรยายข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายข้อนั้นให้ชัดแจ้งมาในคำฟ้องอุทธรณ์ ซึ่งหมายความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4269/2565

แม้จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจะมิได้ยกปัญหาว่าฟ้องโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายขึ้นอ้างในคำให้การ แต่กรณีเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจึงยกขึ้นฎีกาได้ตาม ป.ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5323/2562

แม้จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ทำนองว่า การที่โจทก์ที่ 3 ไม่บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 6 กระทำละเมิดในทางการที่จ้างจึงขาดสาระสำคัญและศาลชั้นต้นไม่ได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ ทำให้การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้