Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 533/2521

พ.ศ. 2521 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในคดีส่วนอาญาศาลได้พิพากษาคดีถึงที่สุดแล้วว่า จำเลยที่ 1 ฝ่ายเดียวเป็นผู้ประมาท ดังนั้นในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจึงต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำพิพากษาส่วนอาญาว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้กระทำละเมิดต่อโจทก์ แต่จะนำข้อเท็จจริงดังว่านี้มาใช้ยันจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนายจ้างจำเลยที่ 1 หาได้ไม่ เพราะจำเลยที่ 2 มิได้เป็นคู่ความในคดีอาญานั้นด้วย การกำหนดให้คู่ความรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียม เป็นดุลพินิจของศาลจำคำนวณจากทุนทรัพย์ตามฟ้อง หรือตามที่โจทก์ชนะคดีก็ได้ เมื่อปรากฏว่าจำเลยต่อสู้คดีในลักษณะประวิงคดีและไม่สุจริต ศาลจะไม่ให้จำเลยรับผิดในค่าขึ้นศาลแทนโจทก์เฉฑาะทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีแต่ให้รับผิดตามทุนทรัยพ์ที่ฟ้องก็ได้ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์คือ ค่าปลงศพ 65,000 บาท ค่าโจทก์ขาดไร้อุปการะ 161,500 บาท ค่าซ่อมรถ 3,000 บาท แล้วพิพากษาให้จำเลยชดใช้เงิน 164,500 บาท แก่โจทก์ เป็นการผิดพลาดไปโดยมิได้เอายอดเงินปลงศพ 25,000 บาท มารวมคำนวณด้วย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน และจำเลยฎีกาฝ่ายเดียวต่อมาดังนี้ ศาลฎีกาชอบที่จะแก้ไขข้อผิดพลาดนี้เสียให้ถูกต้องได้โดยอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143 พิพากษาแก้ให้จำเลยชดใช้เงิน 189,000 บาทแก่โจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกจ้างจำเลยที่ ๒ ได้ขับรถโดยประมาทชนกับรถที่บิดาของโจทก์ขับ เป็นเหตุให้บิดาโจทก์ถึงแก่ความตาย และรถของบิดาโจทก์เสียหายขอให้ใช้ค่าสินไหมทดแทนคือ ค่าซ่อมรถ ค่าหาศพ และค่าขาดไร้อุปการะ

จำเลยทั้งสองให้การว่า เหตุรถชนกันเกิดขึ้นเพราะความประมาทของบิดาโจทก์ และค่าสินไหมทดแทนที่เรียกร้องมาสูงเกินไป จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้เรียก บริษัทสินสวัสดิ์ประกันภัย เข้ามาเป็นจำเลยร่วมเพราะเป็นผู้รับประกันภัยรถของจำเลย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยร่วมให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ได้ขับรถขณะเกิดเหตุแต่มีบุคคลอื่นขับโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ เป็นการผิดเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัย จำเลยร่วมจึงไม่ต้องรับผิด ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองต้องร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์คือ ค่าปลงศพ ๒๕,๐๐๐ บาท ค่าโจทก์ขาดไร้อุปการะ ๑๖๑,๕๐๐ บาท ค่าซ่อมรถ ๑,๐๐๐ บาท พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้เงิน ๑๖๔,๕๐๐ บาท กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนาย ๘,๐๐๐ บาทแทนโจทก์ ให้จำเลยร่วมรับผิดร่วมกับจำเลยในวงเงินไม่เกิน ๒๕๐,๐๐๐ บาท จำเลยทั้งสองและจำเลยร่วมอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้สำหรับจำเลยที่ ๑ ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริง ซึ่งปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาเป็นหลักแห่งการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๘๖ ซึ่งคดีส่วนอาญาศาลได้พิพากษาคดีถึงที่สุดแล้วว่า นายเกล้าจำเลยที่ ๑ ฝ่ายเดียวเป็นผู้ประมาทและถูกลงโทษทางอาญา ศาลฎีกาจึงต้องถือว่าจำเลยที่ ๑ เป็นผู้กระทำละเมิดต่อโจทก์ เพราะจำเลยที่ ๒ มิได้เป็นคู่ความในคดีอาญานั้นด้วย อย่างไรก็ดีข้อเท็จจริงก็น่าเชื่อว่ารถจำเลยที่ ๑ เลี้ยวตัดหน้ารถผู้ตายในระยะกระชั้นชิด ผู้ตายไม่สามารถหยุดรถหรือหลบหลีกได้ทันจึงเกิดชนกันขึ้น ที่จำเลยที่ ๒ นำสืบต่อสู้ว่า ผู้ตายขับรถเร็วถึง ๖๐ - ๗๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้น เห็นว่า

รถของผู้ตายเป็นรถยนต์จี๊ป ซึ่งรู้กันทั่วไปว่าไม่ใช่รถที่มีความเร็วสูงทั้งขณะเกิดเหตุก็เป็นเวลาประมาณ ๗.๐๐ นาฬิกา มีรถรับส่งนักเรียนกันมาก ไม่น่าเชื่อว่าผู้ตายจะขับเร็วถึงเพียงนั้น รูปคดีฟังได้ชัดว่าเหตุละเมิดเกิดจากจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ ผู้เป็นนายจ้างในทางการที่จ้างจึงต้องร่วมรับผิดด้วย สำหรับค่าเสียหายจำเลยฎีกาว่า ตามแบบ ภ.ง.ด. ๙ แสดงว่า ผู้ตายมีรายได้ปีหนึ่งเพียง ๑๙,๒๐๐ บาท หรือเดือนละไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาท ที่ศาลล่างกำหนดให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนจึงสูงเกินไป ไม่เป็นการถูกต้องนั้น ศาลฎีกาก็เห็นว่าในการพิเคราะห์เรื่องรายได้ของผู้ตายที่แท้จริงจะถือเอาตามที่ผู้ตายแสดงไว้ในแบบยื่นแสดงรายการภาษี ภ.ง.ด. ๙ แต่อย่างเดียวไม่ได้

เพราะได้ความว่านอกจากเงินเดือนแล้วผู้ตายยังมีรายได้พิเศษจากการเป็นหุ้นส่วนโรงกลึงกับญาติของผู้ตายอีกเดือนละ ๒,๐๐๐ - ๓,๐๐๐ บาท กับมีฝีมือในทางการช่างได้ประดิษฐ์เครื่องสีข้าวจำหน่ายเป็นรายได้ด้วย ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยในเรื่องนี้ไว้ชอบแล้ว สำหรับค่าปลงศพผู้ตายก็เช่นเดียวกัน จำเลยฎีกาว่าไม่ควรมีจำนวนถึง ๒๕,๐๐๐ บาท ควรมีจำนวนเพียง ๒๐,๐๐๐ บาท ศาลฎีกาก็เห็นว่าจำนวนแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย เมื่อพิเคราะห์ถึงฐานะและรายได้ของผู้ตายแล้ว

ศาลฎีกาเห็นว่าค่าปลงศพผู้ตายที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดมานั้นสมควรแล้ว สำหรับเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม ค่าทนายความ จำเลยฎีกาว่าจำเลยควรขดใช้เพียงเท่าที่โจทก์ชนะเท่านั้น ข้อนี้ศาลฎีกาก็เห็นชัด การกำหนดให้คู่ความรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมนั้นเป็นดุลพินิจของศาลจะกำหนดจากทุนทรัพย์ตามฟ้อง หรือตามที่โจทก์ชนะคดีก็ได้ สำหรับคดีนี้ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยต่อสู้คดีในลักษณะประวิงคดีและไม่สุจริตจึงไม่ให้จำเลยรับผิดในค่าขึ้นศาลแทนโจทก์เฉพาะทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีซึ่งเป็นเหตุผลที่ถูกต้องและศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย สรุปแล้ว

ศาลฎีกาเห็นว่า คำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองชอลด้วยรูปคดีแล้ว ฎีกาของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้นแต่ปรากฏแก่ศาลฎีกาว่า คำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามมานั้นได้รวมจำนวนเงินตามรายการที่จำเลยทั้งสองต้องชดใช้แก่โจทก์ผิดพลาดไป กล่าวคือ ไม่ได้เอายอดเงินค่าปลงศพ ๒๕,๐๐๐ บาท มารวมคำนวณด้วยอันเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อย ชอบที่ศาลฎีกาจะแก้ไขข้อผิดพลาดนี้เสียให้ถูกต้องโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๔๓ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้เงิน ๑๘๙,๕๐๐ บาท แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา · ถนัด ลีลากุล · ขจร หะวานนท์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายสุวัฒน์ สุขเกษม
ศาลอุทธรณ์ - นายเสมา รัตนมาลัย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2532/2538

ในคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ปัญหาว่าคดีแพ่งต้องถือตามข้อเท็จจริงเช่นเดียวกับคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 46 หรือไม่นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะไม่ได้ให้การ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 58/2491

บุตรบุญธรรมจะมีสิทธิรับมฤดกของผู้รับบุตรบุญธรรมได้ ก็ต่อเมื่อได้จดทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมแล้ว โจทก์ฟ้องขอให้เอาทรัพย์มฤดกของผู้ตายประมูลราคาหรือขายทอดตลาดแบ่งกัน ระหว่างโจทก์ ซึ่งเป็นทายาท เมื่อได้คว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1164/2568

ป.วิ.อ. มาตรา 43 บัญญัติว่า "คดีลักทรัพย์...ยักยอก...ถ้าผู้เสียหายมีสิทธิที่จะเรียกร้องทรัพย์สินหรือราคาที่เขาสูญเสียไปเนื่องจากการกระทำผิดคืน เมื่อพนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีอาญา ก็ให้เรียกทรัพย์สินหรือ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 99/2568

ตามคำร้องของโจทก์ทั้งสี่ มิใช่เป็นกรณีคำพิพากษาหรือคำสั่งมีข้อผิดพลาดหรือผิดหลงเล็กน้อย ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 143 แต่เป็นความผิดพลาดของโจทก์ทั้งสี่เอง ที่พิมพ์เลขโฉนดที่ดินในคำร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3664/2568

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฉ้อโกงและมีคำขอให้จำเลยคืนเงิน 135,000 บาท แก่โจทก์ร่วม แม้ในคดีอาญาข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำผิดฐานฉ้อโกงและคดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ซึ่ง ป.วิ.อ.…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้