Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 533/2513

พ.ศ. 2513 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในกรณีที่ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางพิพากษาให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 อันเป็นบทหนักโดยจำคุก 5 ปี แต่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกโดยให้ส่งตัวไปฝึกอบรมณ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กกลาง มีกำหนดขั้นต่ำ 2 ปี ขั้นสูง 3 ปีแต่ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ความผิดจำเลยปรับด้วยมาตรา 288 ประกอบมาตรา 81 และให้มอบตัวจำเลยแก่บิดามารดา โดยวางข้อกำหนดให้ระวังจำเลยมิให้ก่อเหตุร้าย มิฉะนั้นต้องชำระเงินหนึ่งพันบาทต่อการที่จำเลยก่อเหตุร้ายแต่ละครั้ง และให้จำเลยมารายงานตัวต่อสถานพินิจและคุ้มครองเด็กทุก 6 เดือนนั้น การที่ศาลอุทธรณ์แก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นทั้งบทลงโทษและวิธีการสำหรับเด็กและเยาวชนแก่จำเลยเช่นนี้ ถือว่าเป็นการแก้ไขมาก แต่เนื่องจากศาลทั้งสองได้เปลี่ยนแปลงโทษจำคุกเป็นอย่างอื่น ซึ่งถือว่าศาลทั้งสองมิได้พิพากษาจำคุกเกิน 1 ปี หรือปรับเกินพันบาทกรณีจึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางในข้อหามีอาวุธปืนพกและกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาตและพาไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร และได้ใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิงผู้เสียหายโดยเจตนาฆ่าหากแต่ผู้เสียหายไม่ตายสมเจตนาของจำเลย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒; (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๐มาตรา ๓ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐, ๗๓๑, ๙๑

จำเลยให้การรับสารภาพในข้อหามีอาวุธปืนและพาไปในที่สาธารณะแต่ปฏิเสธข้อหาพยายามฆ่า ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐, ๓๗๑ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯพ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ แต่ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๘๐ ซึ่งเป็นกระทงหนัก ให้จำคุก ๑๐ ปี ตามมาตรา ๙๑ลดมาตราส่วนโทษตามมาตรา ๗๕ ลงกึ่งหนึ่ง คงจำคุกไว้ ๕ ปี ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นให้ส่งตัวไปฝึกอบรมในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กกลางมีกำหนดขั้นต่ำ ๒ ปี ขั้นสูง ๓ ปี ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. ๒๔๙๔ มาตรา ๓๑, ๑๒๓, ๓๒

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์เฉพาะความผิดข้อหาพยายามฆ่า ศาลอุทธรณ์พิจารณาว่า อาวุธปืนที่จำเลยใช้ยิงไม่อาจทำให้ถึงตายได้แม้จะถูกอวัยวะสำคัญของร่างกายก็ตาม กรณีปรับด้วยประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๑ พิพากษาแก้ว่าจำเลยกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๐, ๘๑ จำเลยมีอายุถึงวันกระทำผิด ๑๕ ปี ๖ เดือนเศษ ให้มอบตัวจำเลยแก่บิดามารดาโดยวางข้อกฎหมายแก่บิดามารดามิให้จำเลยก่อเหตุร้ายภายใน ๒ ปี มิฉะนั้นต้องชำระเงินต่อศาลต่อการก่อเหตุร้ายขึ้นครั้งละหนึ่งพันบาท ให้จำเลยมารายงานตัวต่อสถานพินิจและคุ้มครองเด็กกลาง๖ เดือนต่อครั้ง ตลอดเวลา ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๔, ๗๕นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ร่วมฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นทั้งบทลงโทษและการใช้วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชนแก่จำเลย เป็นการแก้ไขมากตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกจำเลยให้ส่งตัวไปฝึกและอบรมในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กกลาง มีกำหนดขั้นต่ำ ๒ ปีขั้นสูง ๓ ปี และตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ให้มอบตัวจำเลยแก่บิดามารดาโดยวางข้อกำหนดให้บิดามารดาของจำเลยระวัง จำเลยไม่ให้ก่อเหตุร้ายตลอดเวลาสองปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๔, ๗๕ นั้นถือได้ว่าศาลเดิมและศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษาให้ลงโทษจำเลยโดยจำคุกเกินหนึ่งปีหรือปรับเกินพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. ๒๔๙๔ มาตรา ๒๙ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๐ และฎีกาโจทก์ร่วมซึ่งขอให้เปลี่ยนแปลงดุลพินิจศาลอุทธรณ์ โดยให้ส่งจำเลยไปฝึกและอบรมในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กกลางตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้น เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามให้ยกฎีกาโจทก์ร่วม

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จินตา บุณยอาคม · อาจิต ไชยาคำ · จรัญ อิศระ
ศาลล่าง
ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง - นายกาญจน์ กันยะพงศ์
ศาลอุทธรณ์ - นายชวน พูนคำ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้