เนื้อความคำพิพากษา
โจทฟ้องว่าจำเลยทำจั่นดักสัตว์ป่า เปนเหตุไห้นานไจมาถูกหอกจากจั่นห้าวที่จำเลยทำไว้ถึงแก่ความตาย ขอไห้ลงโทสถานค่าคนตายโดยประมาท จำเลยรับว่า ได้ทำจั่นห้าวดักสัตว์ป่าทิ้งไว้จิง แต่มิได้ประมาทต่อมาจำเลยแถลงรับว่าได้ประมาททำไห้คนตายจิงไม่ต่อสู้คดี ทั้งสองฝ่ายต่างไม่สืบพยาน สาลชั้นต้นและสาลอุธรน์พิพากสายกฟ้อง โจทดีกา สาลชั้นต้นสั่งไม่รับโดยกล่าวว่าการกะทำเปนประมาทหรือไม่ เปนปัญหาข้อเท็ดจิง แต่ผู้พิพากสาสาลชั้นต้นทำการพิจารนาคดีนี้ รับรองไห้ดีกา สาลดีกาเห็นว่า การกะทำของจำเลยได้กะทำหย่างไรนั้น เปนปัญหาข้อเท็ดจิง แต่เมื่อรู้ว่าจำเลยกะทำหย่างไรแล้ว การกะทำของจำเลยนั้น จะเปนการกะทำโดยประมาทตามกดหมายหรือไม่
เปนปัญหาข้อกดหมาย เพราะจะต้องเอาการกะทำนั้นมาปรับกับข้อบัญญัติไนเรื่องการกะทำโดยประมาทไนกดหมายลักสณอาญามาตรา ๔๓. ข้อเท็ดจิงได้ความว่า จำเลยไปทำไร่ไว้ไนป่า ทำรั้วล้อมด้วยไม้ไผ่ ๓ ด้าน อีด้านหนึ่งไม่มีรั้วเพราะมีลำห้วยรั้วทั้ง ๓ ด้านนี้ได้เอาหนามและกิ่งไผ่สะไว้ เว้นช่องว่างไว้เปนรูกว้าง ๑ สอก สูง ๑ สอกคืบ พอสุกรป่าลอดได้ จำเลยทำจั่นห้าวดัทิ้งไว้ที่ช่องดังกล่าว ผู้ตายมาถางไร่ติดต่อไร่ของจำเลย ตอนแรกถางล้วกลับทางเดิน แต่+พยายามกลับทางเดิมกลับลอดคลานเข้าไปไนช่องที่จำเลยทำจั่นห้าวไว้ ไบหอกจั่นห้าวจึงพุ่งมาถูกตะโพกถึงแก่ความตาย ดังนี้ สาลดีกาเห็นว่า จำเลยได้ไช้ความระมัดระวังตามควนแก่วิสัยของปรกติชนแล้ว
จำเลยไม่ได้ไปทำจั่นห้าวไว้เฉย ๆ แต่ได้กะทำไนที่ ๆ จำเลยได้ถางเปนไร่แล้วสแดงไห้เห็นว่าเปนที่ ๆ จำเลยเข้ายึดถือเพื่อทำกิน เมื่อฟังแล้วว่าจำเลยไม่ได้กะทำโดยประมาท สาลก็ลงโทสจำเลยดังโจทฟ้องไม่ได้ จิงหยู่จำเลยไห้การรับว่าได้ประมาททำไห้คนตายดังโจทฟ้อง และมีประมวนกดหมายวิธีพิจารนาความอาญามาตรา ๑๗๖ บัญญัติว่า ถ้าจำเลยไห้รับสารภาพตามฟ้อง ก้ไห้สาลพิพากสาได้ ฯลฯ แต่นี่มิได้หมายความว่า เมื่อจำเลยไห้การรับสารภาพแล้วสาลจะต้องพิพากสาลงโทสจำเลยตามฟ้องของโจทเสมอไป สาลย่อมพิเคราะห์ดูตามรูปคดี หากปรากตว่าจำเลยมิได้กะทำผิดดังฟ้อง แต่ด้วยความโง่เขลาเบาปัญญาหรือเหตุไดก็ตาม จำเลยไห้การรับสารภาพโดยมิไช่ความจิงสาลก็ย่อมจะไม่ฟังตามคำรับของจำเลยนั้นจึงพิพากสายืนตามสาลล่าง.(จำรูญ โปษยานนท์-คง อิสรภักดี-ย.เลขวนิชธัมวิทักส์.)นายเฉลิม ทัต+ - นายนิติกรน์ + -