Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5309/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์สละข้อต่อสู้ในชั้นพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เกี่ยวกับประเด็นการลงยอดรายรับของห้างฯ ผิดพลาด ค่าใช้จ่ายต้องห้ามในการคำนวณกำไรสุทธิ และการหักต้นทุนขายร้อยละ 90 ของรายรับปัญหาดังกล่าวจึงยุติ โจทก์ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องในประเด็นดังกล่าวแม้จำเลยจะมิได้อุทธรณ์ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง ปัญหาการประเมินภาษีเกี่ยวกับยอดซื้อและค่าใช้จ่ายต่างจังหวัดว่าเป็นรายจ่ายต้องห้ามหรือไม่ พยานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าโจทก์ซื้ออะไรจากใครเมื่อใดและได้จ่ายเบี้ยเลี้ยงให้ลูกจ้างของโจทก์จริง ถือได้ว่ายอดซื้อและค่าใช้จ่ายต่างจังหวัดเป็นรายจ่ายที่โจทก์กำหนดขึ้นเองโดยไม่มีการจ่ายจริง ต้องห้ามมิให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิตาม ป.รัษฎากร มาตรา 65 ตรี(9).

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 30 ป.รัษฎากร มาตรา 65

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า เจ้าพนักงานประเมินมีหนังสือแจ้งการประเมินให้โจทก์ชำระภาษีเงินเพิ่มรวม 5 รายการ เป็นเงินทั้งสิ้น1,637,410.55 บาท โจทก์ไม่เห็นด้วยจึงอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์พิจารณาแล้ว เห็นว่าเจ้าพนักงานประเมินรวมตัวเลขค่าใช้จ่ายต้องห้ามคลาดเคลื่อนสูงไป จึงทำการปรับปรุงให้ถูกต้อง เป็นผลให้ภาษีตามการประเมินลดลงและมีเหตุอันควรผ่อนผัน จึงให้ลดเงินเพิ่มภาษีทั้ง 5 รายการ รายการละครึ่งหนึ่งโจทก์ไม่เห็นด้วยเพราะที่จำเลยอ้างว่าโจทก์มีรายจ่ายต้องห้ามสำหรับปีภาษี 2518 ถึง 2522 ไม่เป็นความจริง ขอให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ให้โจทก์ชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลและเงินเพิ่มและของดเงินเพิ่มหากศาลพิพากษาให้โจทก์ชำระภาษีจำเลยทั้งสี่ให้การว่า

การประเมินภาษีของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายศาลภาษีอากรกลางพิจารณายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "...ปัญหาแรกที่จะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องเพิกถอนการประเมินภาษีในประเด็นรายรับที่อ้างว่า โจทก์ไม่ลงบัญชีหรือไม่ เห็นว่าในชั้นตรวจสอบไต่สวนการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลของโจทก์ในครั้งนี้เจ้าพนักงานประเมินอ้างว่า ได้ตรวจพบว่า โจทก์มีเงินได้จากการขายอันเป็นรายรับไม่ลงบัญชีในปีภาษี 2519 จำนวน 353,094.16 บาท ในปีภาษี 2520 จำนวน 161,319.65 บาท และในปีภาษี 2522 จำนวน1,410,252.37 บาท แต่โจทก์อ้างว่าได้ลงบัญชีครบถ้วนแล้ว จึงได้อุทธรณ์การประเมินในปัญหานี้ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์

ครั้นเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2530 โจทก์ได้ให้การต่อเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ว่า ขอสละประเด็นข้อต่อสู้เกี่ยวกับการอุทธรณ์ภาษีเงินได้นิติบุคคลของห้างฯ ปีภาษี 2518-2522 เกี่ยวกับประเด็นอุทธรณ์ ยอดรายรับของห้างฯ ที่ลงไว้ผิดพลาด ปีภาษี 2519,2520, 2522 และค่าใช้จ่ายต้องห้ามเกี่ยวกับประเด็นค่าไฟฟ้าลงบัญชีเกินปีภาษี 2520 กับค่าต่อเติมอาคารปีภาษี 2521 กรณีประเด็นยอดซื้อตามอุทธรณ์ข้อที่ 2.2 ห้างฯ ขออุทธรณ์ต่อเพื่อขอให้เจ้าหน้าที่พิจารณา พร้อมทั้งกรณีค่าใช้จ่ายต่างจังหวัดด้วย ดังปรากฏตามบันทึกคำให้การเอกสารหมาย ล.5 แผ่นที่ 36 เห็นได้ว่า โจทก์ได้สละประเด็นเรื่องรายรับไม่ลงบัญชีในปีภาษีทั้ง 3 ปีดังกล่าว

รวมทั้งเรื่องค่าไฟฟ้าลงบัญชีเกินกับค่าต่อเติมอาคารในชั้นพิจารณาอุทธรณ์แล้วโดยเฉพาะโจทก์เคยให้การต่อเจ้าหน้าที่ในชั้นตรวจสอบไต่สวนของเจ้าพนักงานประเมินว่า ปีภาษี 2519 ในบัญชีขายสินค้าไม่ได้ลงรายการขายจำนวน 353,094.16 บาท ปีภาษี 2520 ขายสินค้าไม่ลงบัญชีจำนวน161,319.65 บาท และปีภาษี 2522 ไม่ลงบัญชีขายจำนวน 1,410,252.37บาท ดังปรากฏตามบันทึกคำให้การเอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 3-5 จึงเป็นข้อสนับสนุนว่าโจทก์ได้สละประเด็นข้อนี้ในชั้นพิจารณาอุทธรณ์จริงโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องในปัญหาข้อนี้ดังที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น เมื่อโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องในปัญหาข้อนี้จึงไม่จำต้องวินิจฉัยว่า โจทก์ได้นำรายรับนั้นมาลงบัญชีแล้วหรือไม่ตามอุทธรณ์ข้อ 3.1 ต่อไป

ส่วนที่โจทก์อุทธรณ์ว่า การประเมินภาษีในส่วนรายรับที่ไม่ลงบัญชีนี้ เจ้าพนักงานประเมินมิได้หักต้นทุนขายร้อยละ 90 ของรายรับก่อน จึงเป็นการประเมินที่มิชอบนั้นในข้อนี้โจทก์ได้สละข้อต่อสู้ในชั้นพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์แล้วเช่นกัน โดยในเอกสารหมาย ล.5 แผ่นที่ 36 นอกจากจะบันทึกการสละข้อต่อสู้ประเด็นยอดรายรับของปีภาษี 2519, 2520, 2522 และค่าใช้จ่ายต้องห้ามเกี่ยวกับค่าไฟฟ้าลงบัญชีเกินและค่าต่อเติมอาคารโดยเน้นว่าขออุทธรณ์ต่อ เฉพาะประเด็นยอดซื้อตามข้อที่ 2.2 และกรณีค่าใช้จ่ายต่างจังหวัดแล้ว ในคำให้การนี้ยังบันทึกต่อไปว่า โจทก์ได้ให้ความร่วมมือและยินดีเสียภาษีในยอดที่ได้สละข้อต่อสู้เพื่อข้ออุทธรณ์ยุติ

อันแสดงให้เห็นว่าโจทก์ได้สละข้ออุทธรณ์ในประเด็นรายรับไม่ลงบัญชีของปีภาษี 2519, 2520 และ 2522 ทั้งประเด็น คือรวมทั้งรายรับไม่ลงบัญชีและการหักต้นทุนขายก่อนคำนวณภาษีด้วย โดยโจทก์ยินยอมเสียภาษีในยอดที่สละข้อต่อสู้เพื่อยุติข้ออุทธรณ์ดังกล่าว คงขออุทธรณ์ต่อ เฉพาะเรื่องรายจ่ายต้องห้ามที่เกี่ยวกับยอดซื้อไม่มีหลักฐานและค่าใช้จ่ายต่างจังหวัดเท่านั้น เมื่อโจทก์สละข้ออุทธรณ์ดังกล่าวในชั้นพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ปัญหาดังกล่าวจึงยุติ โจทก์ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องในเรื่องที่ว่าการประเมินมิชอบเพราะไม่หักต้นทุนขายจากยอดรายรับดังกล่าวด้วย ในปัญหาข้อนี้จำเลยได้ให้การต่อสู้ไว้ แม้ศาลภาษีอากรกลางจะวินิจฉัยให้และจำเลยจะมิได้อุทธรณ์ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องในประเด็นนี้ก็ตามแต่อำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้ปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ต่อไปมีว่า

การประเมินภาษีเกี่ยวกับยอดซื้อและค่าใช้จ่ายต่างจังหวัดว่าเป็นรายจ่ายต้องห้ามนั้น ชอบหรือไม่ ในเรื่องยอดซื้อที่เจ้าพนักงานประเมินอ้างว่า ไม่มีหลักฐานการจ่ายนี้ เป็นยอดซื้อของปีภาษี 2518 จำนวน 116,500 บาท ของปีภาษี2519 จำนวน 191,440.70 บาท ของปีภาษี 2520 จำนวน 374,321.02 บาทของปีภาษี 2521 จำนวน 535,395.32 บาท และของปีภาษี 2522 จำนวน683,189.85 บาท เจ้าพนักงานประเมินจึงถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี แต่โจทก์อ้างว่ายอดซื้อดังกล่าวมีหลักฐานการจ่ายจริง...คดีจึงฟังไม่ได้ว่า โจทก์ได้จ่ายเบี้ยเลี้ยงให้ลูกจ้างของโจทก์ในสองยอดเงินดังกล่าว ถือได้ว่ายอดซื้อและค่าใช้จ่ายต่างจังหวัดนี้เป็นรายจ่ายซึ่งโจทก์กำหนดขึ้นเองโดยไม่มีการจ่ายจริง อันเป็นรายการที่ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี(9) การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบแล้ว..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เพ็ง เพ็งนิติ · ก้าน อันนานนท์ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3618/2561

การอุทธรณ์หนังสือแจ้งไม่คืนเงินภาษีอากรเป็นกรณีโจทก์ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งทางปกครองของจำเลยเกี่ยวกับการขอคืนภาษีของโจทก์ กรณีคืนภาษีให้แก่ผู้เสียภาษีถูกต้องหรือไม่ ผู้มีอำนาจออกคำสั่งคือ เจ้าหน้าที่ผู้ท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10773/2557

หนังสือแจ้งการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะ (ภ.ธ.73.1) ในเดือนภาษีสิงหาคม 2540 กันยายน 2540 ตุลาคม 2540 พฤศจิกายน 2540 มกราคม 2541 และมีนาคม 2541 ตามลำดับ มีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันไม่เกินเดือนภาษีละ 50,000 บาท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3700/2552

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 25 ซึ่งบัญญัติว่า "ในคดีที่ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินห้าหมื่นบาท ห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง..." จำนวนทุนท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5857/2549

โจทก์มีหน้าที่หักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ณ ที่จ่าย เมื่อหักแล้วต้องนำส่งภายใน 7 วัน นับแต่วันที่จ่ายเงินตาม ป.รัษฎากร มาตรา 52 และในการตรวจสอบการหักภาษี ณ ที่จ่าย นั้น เจ้าพนักงานประเมินอาจส่งหนังสือแจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1412/2549

ตาม ป. รัษฎากร มาตรา 19 และ 20 การออกหมายเรียกเป็นขั้นตอนหนึ่งของการประเมิน หากโจทก์เห็นว่าการออกหมายเรียกไม่ชอบด้วยกฎหมายโจทก์ก็ชอบที่จะโต้แย้งคัดค้านโดยอุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้