Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5300/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ลูกหนี้ที่เป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา อันเป็นหนี้ที่อาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอน เป็นจำนวนไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท และไม่มีทรัพย์สินใดที่จะพึงยึดมาชำระหนี้ได้ เป็นกรณีที่โจทก์อาจฟ้องลูกหนี้ให้ล้มละลายได้ถ้าลูกหนี้ยังมีชีวิตอยู่ เมื่อลูกหนี้ถึงแก่ความตายแล้ว ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้จัดการทรัพย์มรดกของลูกหนี้จึงชอบแล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้จัดการทรัพย์มรดกของนายพรเทพลูกหนี้ที่ตายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 นางนิธินาถและเด็กชายธีรภพกับเด็กหญิงธัญญธร โดยนางนิธินาถผู้แทนโดยชอบธรรมซึ่งเป็นทายาทของลูกหนี้ที่ตายให้การ ขอให้ยกฟ้อง ทายาทลูกหนี้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังยุติได้ว่า นายพรเทพหรือชานน เลิศวุฒิกุล ลูกหนี้ที่ตายเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาของศาลจังหวัดศรีสะเกษ คดีหมายเลขแดงที่ 1040/2537 คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของทายาทลูกหนี้ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้หรือไม่ ทายาทลูกหนี้อุทธรณ์ว่า คำพิพากษาและหมายบังคับคดีของศาลจังหวัดศรีสะเกษระบุแจ้งชัดตรงกันว่าหากบังคับจำนองแล้วได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์จนครบมิได้ระบุให้ยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ด้วย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ เห็นว่า ตามคำพิพากษาและหมายบังคับคดีของศาลจังหวัดศรีสะเกษที่ระบุข้อความไว้ดังกล่าวเป็นการระบุถึงสิทธิของโจทก์ที่มีอยู่ตามข้อตกลงในสัญญาจำนองที่ผู้จำนองซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษายังคงต้องรับผิดต่อผู้รับจำนองซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาโดยหากมีการบังคับคดียึดทรัพย์สินที่จำนองออกขายทอดตลาดแล้วได้เงินไม่พอชำระหนี้

ผู้รับจำนองซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษายังมีสิทธิบังคับคดีกับทรัพย์สินอื่นของผู้จำนองซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษานำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาจนครบถ้วนได้ แม้คำพิพากษาและหมายบังคับคดีดังกล่าวจะมิได้ระบุให้ยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ไว้ด้วย แต่เมื่อคำพิพากษาและหมายบังคับคดีดังกล่าวระบุไว้ชัดแจ้งว่าให้ลูกหนี้ จำเลยที่ 4 และที่ 5 ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันหนี้ของจำเลยที่ 1 ชำระเงินคนละ 1,500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปี นับแต่วันที่ 25 มิถุนายน 2535 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และตามข้อเท็จจริงที่รับฟังยุติข้างต้น จำเลยที่ 1 และที่ 2 ต้องร่วมกันรับผิดชำระหนี้ตามคำพิพากษาเป็นเงิน 5,217,282.66 บาท พร้อมดอกเบี้ย

โจทก์บังคับคดีกับทรัพย์จำนองได้เงินมาชำระหนี้เพียง 1,546,667 บาท ซึ่งยังไม่เพียงพอชำระหนี้ของจำเลยที่ 1 ที่เป็นลูกหนี้ชั้นต้นและผู้จำนอง หนี้ที่ลูกหนี้ต้องรับผิดตามคำพิพากษาในฐานะผู้ค้ำประกันจึงยังไม่ระงับสิ้นไป โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ ส่วนที่ทายาทลูกหนี้อุทธรณ์ว่า เมื่อลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินใดๆ ให้จัดการ ชอบที่ศาลฎีกาจะยกฟ้องโจทก์นั้น เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 82 บัญญัติว่า "ในกรณีที่ลูกหนี้ตาย หากปรากฏว่าถ้าลูกหนี้ยังมีชีวิตอยู่เจ้าหนี้อาจฟ้องให้ล้มละลายได้แล้ว เจ้าหนี้อาจฟ้องขอให้จัดการทรัพย์มรดกของลูกหนี้ตามพระราชบัญญัตินี้ได้..." ซึ่งกรณีของลูกหนี้ที่เป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา

อันเป็นหนี้ที่อาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอน...เป็นจำนวนไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท และไม่มีทรัพย์สินใดที่จะพึงยึดมาชำระหนี้ได้ เป็นกรณีที่โจทก์อาจฟ้องลูกหนี้ให้ล้มละลายได้ถ้าลูกหนี้ยังมีชีวิตอยู่ เมื่อลูกหนี้ถึงแก่ความตายแล้วและข้อเท็จจริงได้ความตามที่รับฟังยุติได้ข้างต้น ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้จัดการทรัพย์มรดกของลูกหนี้จึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของทายาทลูกหนี้ล้วนฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วัฒนชัย โชติชูตระกูล · สมชาย พงษธา · อุดมศักดิ์ นิติมนตรี
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15638/2558

ผู้ร้องนำสืบเพียงการรับโอนสิทธิเรียกร้องของผู้ร้องและการเป็นหนี้ค้างชำระของลูกหนี้ที่ 1 ถึงที่ 5 และ ส. ลูกหนี้ที่ตายหลังจากผู้ร้องรับโอนสิทธิเรียกร้องรายนี้มาเท่านั้น มิได้นำสืบถึงมูลหนี้เดิมเพื่อให้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10098/2558

การที่ลูกหนี้ที่ 1 ถึงที่ 6 ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ถือได้ว่าเป็นการรับสภาพหนี้ จึงทำให้อายุความสะดุดหยุดลงตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/14 (1) และเมื่ออายุความสะดุดหยุดลงเป็นโทษแก่ลูกหนี้ที่ 1 ลูกห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9189/2544

เจ้าหนี้ได้รับทรัพย์มรดกของผู้ตายได้แก่รถบรรทุกและเงินฝากธนาคารชำระหนี้แล้ว เมื่อหักกลบกับหนี้ ตามฟ้องแล้วจะเหลือหนี้ค้างชำระเพียงจำนวนเล็กน้อยประมาณ 10,000 บาท อีกทั้งไม่ปรากฏว่าผู้ตายเป็นลูกหนี้ บุค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3366/2540

จำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตายระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์จึงไม่อาจมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483มาตรา 14 ดังโจทก์ฎีกาขอมาได้ ศาลฎีกาจึงพิพากษาให้จัดการทรัพย์มรดกของลูกหนี้ตาม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 120/2536

จำเลยถึงแก่ความตายก่อนโจทก์ฟ้อง จึงไม่มีสภาพเป็นบุคคลตามกฎหมาย ไม่อาจเป็นคู่ความในคดีได้ โจทก์จึงไม่อาจยื่นฟ้องจำเลยต่อศาล.

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้