Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 530/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการสำนักนายกรัฐมนตรีบัญญัติให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนเป็นทบวงการเมืองและมีฐานะเป็นกรมตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวงทบวงกรมสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนโจทก์จึงมีฐานะเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 72,73 และมีอำนาจฟ้อง การดำรงตำแหน่งตุลาการรัฐธรรมนูญของจำเลยที่ 1 เป็นผลจากการคัดเลือกของคณะบุคคลตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2517 มาตรา 218 ที่ใช้ในขณะจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาการใช้ทุนการศึกษา ตามมาตรา 219 ข้าราชการจะเป็นตุลาการรัฐธรรมนูญไม่ได้ ทั้งจำเลยที่ 1 ดำรงตำแหน่งตุลาการรัฐธรรมนูญภายหลังที่จำเลยที่ 1 ลาออกจากราชการ จึงไม่เป็นการรับราชการตามสัญญาดังกล่าว จะนำมาคำนวณเพื่อใช้ทุนการศึกษาไม่ได้

เนื้อความคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ผิดสัญญาการใช้ทุนการศึกษา จำเลยที่ 2 ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดร่วมด้วย ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้เงิน 405,295.10 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 สอบชิงทุนไปศึกษาวิชา ณ ประเทศสหรัฐอเมริกาตามความต้องการของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ จำเลยที่ 1 ทำสัญญารับทุนการศึกษากับโจทก์ตามสัญญาเอกสารหมาย จ.1 โดยจำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันตามสัญญาเอกสารหมาย จ.2 จำเลยที่ 1 เดินทางไปถึงประเทศสหรัฐอเมริกาวันที่ 7 สิงหาคม2507 สำเร็จการศึกษาเดินทางกลับประเทศไทยวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2515คิดเป็นเวลา 2,747 วัน จำเลยที่ 1 รับราชการที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2515 แล้วลาออกราชการเพื่อสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2517 รวมเป็นเวลารับราชการ 1,001 วัน

ระหว่างที่จำเลยที่ 1 ศึกษาที่ประเทศสหรัฐอเมริกาโจทก์อนุมัติให้จำเลยที่ 1 ไปศึกษาที่ประเทศอังกฤษระหว่างเดือนตุลาคม2511 ถึงเดือนมีนาคม 2512 เป็นเวลา 168 วัน และอนุมัติให้จำเลยที่ 1กลับมาทำการค้นคว้าในประเทศไทยเพื่อเขียนวิทยานิพนธ์ระหว่างเดือนกันยายน 2512 ถึงเดือนสิงหาคม 2513 เป็นเวลา 360 วัน ตามเอกสารหมาย จ.8 และ จ.9 โจทก์จ่ายเงินในการศึกษาให้จำเลยที่ 1 รวมเป็นเงิน497,078 บาท 94 สตางค์ ตามเอกสารหมาย จ.18คดีมีปัญหาข้อแรกว่า ขณะที่โจทก์ทำสัญญากับจำเลยที่ 1 ตามสัญญาเอกสารหมาย จ.1 โจทก์มีฐานะเป็นนิติบุคคลและมีอำนาจฟ้องหรือไม่เห็นว่า ขณะโจทก์ทำสัญญาดังกล่าวมีพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการสำนักนายกรัฐมนตรี

พ.ศ. 2505 ใช้บังคับ ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวมาตรา 6 บัญญัติว่า "สำนักนายกรัฐมนตรีมีส่วนราชการดังนี้ ฯลฯ (10) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ฯลฯ ส่วนราชการตามมาตรานี้เป็นทบวงการเมืองและมีฐานะเป็นกรมตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวงทบวงกรม" โจทก์จึงมีฐานะเป็นนิติบุคคล ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 72, 73 และมีอำนาจฟ้อง" ฯลฯปัญหาที่ว่าระยะเวลาที่จำเลยที่ 1 ดำรงตำแหน่งตุลาการรัฐธรรมนูญเป็นการรับราชการหรือไม่ และเป็นระยะเวลารับราชการเพื่อใช้ทุนการศึกษาหรือไม่เห็นว่าการดำรงตำแหน่งตุลาการรัฐธรรมนูญของจำเลยที่ 1 เป็นผลจากการคัดเลือกของคณะบุคคล ตามรัฐธรรมนูญ

พุทธศักราช 2517 มาตรา 218 ที่ใช้ขณะจำเลยที่ 1 ผิดสัญญา ตามมาตรา 219 ข้าราชการจะเป็นตุลาการรัฐธรรมนูญไม่ได้ ทั้งจำเลยที่ 1 ดำรงตำแหน่งตุลาการรัฐธรรมนูญ ภายหลังที่จำเลยที่ 1 ลาออกจากราชการ จึงไม่เป็นการรับราชการตามสัญญาเอกสารหมาย จ.1 จะนำมาคำนวณเพื่อใช้ทุนการศึกษาไม่ได้ปัญหาข้อสุดท้ายจำเลยที่ 1 จะต้องรับผิดใช้เงินแก่โจทก์เพียงไรจำเลยที่ 1จะต้องรับราชการเป็นเวลาสองเท่าของระยะเวลาที่ได้รับทุนการศึกษาเป็นเวลา4,774 วัน จำเลยที่ 1 รับราชการเพื่อใช้ทุนการศึกษา 1,015 วัน ยังเหลือระยะเวลาที่จำเลยที่ 1 ต้องรับราชการอีก 3,759 วัน โจทก์เสียค่าใช้จ่ายในการให้ทุนการศึกษาแก่จำเลยที่ 1 เป็นเงิน 497,078 บาท 94 สตางค์ ตามเอกสารหมาย

จ.18เงินจำนวนดังกล่าวมีเงินค่าใช้จ่ายประจำเดือนที่จำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิได้รับรวมอยู่ด้วยจำนวนสองเดือนเป็นเงิน 350 ดอลล่าร์ อัตราแลกเปลี่ยนดอลล่าร์ละ20.45 บาท คิดเป็นเงิน 7,157 บาท 50 สตางค์ ซึ่งจะต้องนำไปหักออก จึงเหลือจำนวนเงินที่โจทก์ใช้จ่ายให้ทุนการศึกษาจำนวน 489,921 บาท 44 สตางค์จำนวนเงินที่จำเลยที่ 1 จะต้องใช้คืนทุนการศึกษาคือ 489,921 บาท 44 สตางค์คูณด้วย 3,759 หารด้วย 4,774 คิดเป็นเงิน 385,759 บาท 26 สตางค์ เมื่อรวมจำนวนเงินค่าใช้จ่ายประจำเดือนสองเดือนที่จำเลยที่ 1 ต้องคืนให้โจทก์ 7,157บาท 50 สตางค์ จำเลยที่ 1 ต้องใช้เงินจำนวน 392,916 บาท 76 สตางค์โดยจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันจะต้องร่วมรับผิดด้วยพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินจำนวน 392,916 บาท76 สตางค์แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ และร่วมกันใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 2,000 บาทแทนโจทก์"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ภักดิ์ บุณย์ภักดี · ภิญโญ ธีรนิติ · ไพบูลย์ ไวกาสี
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้