Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 53/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เมื่อคดีได้ความว่าจำเลยที่ 1 ไม่ได้แจ้งให้จำเลยที่ 2 จอข้อความเท็จลงในเอกสารการซื้อขายที่ดินและจำเลยทั้งสองไม่ได้สมคบกันอ้างหรือใช้เอกสารดังกล่าว ทั้งจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานก็ไม่ได้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ซึ่งจะลงโทษจำเลยในฐานความผิดนี้ไม่ได้อยู่แล้ว ปัญหาที่ว่าฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ก็ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัย เพราะไม่เป็นประโยชน์แก่คดีของโจทก์ต่อไปอีก

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและเพิ่มเติมฟ้องว่า จำเลยร่วมกับกระทำผิดหลายบทหลายกระทงต่างกรรมต่างวาระโดยเมื่อวันใดไม่ปรากฏชัดระหว่างวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๐๘ ถึงวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๐๘ เวลากลางวัน จำเลยที่ ๑ นำความซึ่งรู้อยู่ว่าเป็นเท็จไปแจ้งแก่จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่ ให้จดข้อความเท็จลงในสัญญาขายที่ดิน ลงวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๐๘ อันเป็นเอกสารมหาชน หรือเอกสารทางราชการว่า นางพูนทวี สวัสดิ์รักษ์ ภรรยาจำเลยที่ ๑ ซึ่งศาลจังหวัดภูเก็ตได้พิพากษาตามคดีแพ่งเลขแดงที่ ๑๕๑/๒๕๐๖ ว่าเป็นคนวิตกจริตไร้ความสามารถและให้อยู่ในความอนุบาลของจำเลยที่ ๑ นั้น นางพูนทวี หายเป็นปกติแล้วโดยศาลยังไม่ได้สั่งเพิกถอนหรือสั่งประการอื่นใดเลย ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนและโจทก์ แล้วตามวันเวลาดังกล่าวจำเลยทั้งสองได้สมคบกันใช้หรืออ้างเอกสารดังกล่าวโดยให้นางพูนทวีลงชื่อในสัญญาซื้อขายฉบับที่กล่าวนั้น

ขายที่ดินโฉนดที่ ๖๓๐๙ แก่ผู้มีชื่อโดยเจตนาสุจริตของจำเลยทั้งสอง จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นพนักงานที่ดินภูเก็ตรู้ดีแล้วว่านางพูนทวีถูกศาลพิพากษาให้เป็นคนวิกลจริตไร้ความสามารถ ยังได้สมคบกับจำเลยที่ ๑ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์หรือผู้หนึ่งผู้ใด เหตุเกิดที่ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗, ๑๕๗,๒๖๗,๒๖๘,๘๓,๘๔,๘๖,๙๑ ศาลชั้นต้นได้ร่วมมูลฟ้องแล้วสั่งคดีมีมูล

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า พยานหลักฐานโจทก์ไม่มีทางฟังได้เลยว่าจำเลยที่ ๑ ได้แจ้งข้อความ และจำเลยที่ ๒ ได้จดข้อความดังโจทก์ฟ้องข้อหาใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำผิดจึงตกไปด้วย ฟ้องของโจทก์กล่าวหาว่าจำเลยได้กระทำการทุจริตต่อหน้าที่ โจทก์ไม่ได้บรรยายเลยว่าจำเลยดกระทำการทุจริตต่อหน้าที่อย่างใด และไม่มีพยานว่าจำเลยกระทำการทุจริตต่อหน้าที่ พิพากษายกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฎีกาได้แต่เฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายในการวินิจฉัยข้อกฎหมายศาลจำต้องฟังข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒๒๒ และศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงมาแล้วว่า ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ ได้แจ้งต่อจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ตว่างนางพูนทวีหายจากวิกลจริตแล้ว ให้จำเลยที่ ๒ จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารใด ๆ ดังโจทก์ฟ้องกล่าวหา และจำเลยที่ ๒ มิได้กระทำการทุจริตต่อหน้าที่ ปัญหาที่ขึ้นมาสู่ศาลฎีกาว่าคำฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ชอบด้วยกฎหมายพอที่จะให้ศาลลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตหรือไม่

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ ไม่ได้แจ้งให้จำเลยที่ ๒ จดข้อความเท็จลงในเอกสารการซื้อขายที่ดินของนางพูนทวี และจำเลยทั้งสองไม่ได้สมคบกันใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการแจ้งความเท็จนั้น ทั้งจำเลยที่ ๒ ไม่ได้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตประการใดแล้ว ปัญหาที่ว่าฟ้องของโจทก์จะเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ก็ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัย เพราะไม่เป็นประโยชน์แก่คดีของโจทก์ต่อไปอีก แม้ว่าฟ้องของโจทก์จะใช้ได้ แต่ข้อเท็จจริงที่ได้ความปรากฏว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ ลงโทษจำเลยไม่ได้อยู่แล้ว ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนให้ให้ยกฎีกาโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประสาท สุคนธมาน · อัศนี เกาไศยนันต์ · ประพนธ์ ศาตะมาน
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายประกอบ วณิคพันธ์
ศาลอุทธรณ์ - นางธำรง สุนทรกุล ณ ชลบุรี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้