Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5299/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พ.ร.บ.การเล่นแชร์ฯ มาตรา 6 (3) ประกอบกฎกระทรวง (พ.ศ.2534) ที่ห้ามมิให้บุคคลธรรมดาเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ที่มีทุนกองกลางต่อหนึ่งงวดรวมกันทุกวงเป็นมูลค่ามากกว่าสามแสนบาท เป็นการห้ามนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์เท่านั้น ส่วนสมาชิกผู้เข้าเล่นแชร์ด้วยกันหาได้มีบทบัญญัติห้ามเล่นแชร์แต่อย่างใดไม่ ทั้งมาตรา 7 ยังระบุว่าบทบัญญัติมาตรา 6 ไม่กระทบกระเทือนถึงการที่สมาชิกวงแชร์จะฟ้องคดีหรือใช้สิทธิเรียกร้องเอากับนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์อีกด้วย การเล่นแชร์เป็นสัญญาประเภทหนึ่งอันเกิดจากการตกลงระหว่างสมาชิกผู้เล่นซึ่งมีผลผูกพันและบังคับกันได้ตามกฎหมาย เมื่อ ด. นายวงแชร์ถึงแก่ความตาย มีผู้ที่ยังไม่ได้ประมูลแชร์ 3 ราย คือ โจทก์ ท. และ ส. ดังนั้นบุคคลทั้งสามเท่าที่ได้รับผลกระทบจากการที่ไม่มีผู้จัดให้มีการประมูลแชร์และผู้ที่จะเสนอคำประมูลแชร์ได้ก็มีเพียงสามคนนี้เท่านั้น ผู้เล่นแชร์คนอื่นๆ ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด ดังนั้น เมื่อไม่มีผู้จัดให้มีการประมูลแชร์ การที่โจทก์ ท. และ ส. ตกลงกันใช้วิธีจับสลากอันดับก่อนหลังแทนการให้ดอกเบี้ย นับเป็นวิธีการที่ทำให้การเล่นแชร์วงนี้สามารถดำเนินต่อไปได้จนจบโดยผู้เล่นแชร์ได้รับเงินจนครบทุกคน และผู้เล่นแชร์คนอื่นๆ ไม่ได้รับความเสียหายหรือผลกระทบแต่อย่างใดดังนั้น ความรับผิดของผู้เล่นแชร์คนอื่นๆ จึงยังคงต้องมีอยู่อีกต่อไปโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์ตกลงร่วมเล่นแชร์กับนายดำริห์ ซึ่งเป็นนายวงแชร์ และจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 กับบุคคลอื่น 8 คน รวมเป็น 14 คน ระหว่างการเล่นแชร์นายดำริห์ถึงแก่กรรม ผู้ร่วมเล่นแชร์ตกลงให้วงแชร์ล้มเลิก โจทก์ยังไม่ได้ประมูลแชร์จึงนำเช็คของนายดำริห์ และจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ซึ่งนำมาแลกเงินค่าแชร์ที่ประมูลได้รวม 6 ฉบับ ไปเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงินตามวิธีการของธนาคาร ปรากฏว่าธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายดำริห์ จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 6 และที่ 7 กับจำเลยที่ 9 ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 8 ในฐานะผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็ค และจำเลยที่ 4 ที่ 5 ในฐานะผู้ร่วมเล่นแชร์ต้องร่วมกันรับผิดชำระค่าแชร์ตามจำนวนเงินในเช็คต่อโจทก์ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ชำระเงินต้น นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินต้น พร้อมดอกเบี้ย นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 7 จำเลยที่ 5 ที่ 8 และที่ 9 และจำเลยที่ 6 ต่างร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินต้น พร้อมดอกเบี้ยนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 5 และที่ 7 ให้การในทำนองเดียวกันว่านายดำริห์และจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ไม่เคยตกลงร่วมเล่นแชร์กับโจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 และที่ 6 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 3 ให้การว่า จำเลยที่ 3 ไม่ได้ร่วมเล่นแชร์วงเดียวกับโจทก์ และโจทก์ไม่ได้เป็นผู้ประมูลแชร์ได้ จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าแชร์และไม่มีสิทธินำเช็คของจำเลยที่ 3 ไปเรียกเก็บเงิน สัญญาเล่นแชร์ตามฟ้องมีทุนกองกลางต่อหนึ่งงวดมากกว่า 300,000 บาท เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่สามารถบังคับได้ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 8 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่ใช่กรรมการผู้มีอำนาจของจำเลยที่ 8 จำเลยที่ 8 จึงไม่ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 8 ไม่เคยตกลงร่วมเล่นแชร์กับโจทก์ เช็คของจำเลยที่ 8 ไม่มีมูลหนี้ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 9 ให้การว่า จำเลยที่ 9 ไม่เคยตกลงร่วมเล่นแชร์กับโจทก์ จำเลยที่ 9 ลงลายมือชื่อในเช็คในฐานะกรรมการของจำเลยที่ 8 จำเลยที่ 9 จึงไม่ต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 11,720,416.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 11,500,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 20 ตุลาคม 2538) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์โดยให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินดังกล่าวจำนวน 509,583.33 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 500,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินดังกล่าวจำนวน 2,038,333.33 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 2,000,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยที่ 4 และที่ 7 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินดังกล่าวจำนวน 2,038,333.33 บาท

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 2,000,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยที่ 5 ที่ 8 ที่ 9 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินดังกล่าวจำนวน 2,038,333.33 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 2,000,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยที่ 6 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินดังกล่าวจำนวน 2,038,333.33 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 2,000,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยทั้งเก้าร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 35,000 บาท สำหรับจำเลยที่ 1 ให้รับผิดไม่เกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอดได้แก่ตน จำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 7 ถึงที่ 9 และจำเลยที่ 3 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 9 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 9 ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 7 ที่ 8 และจำเลยที่ 3 ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 30,000 บาท แทนโจทก์ จำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 7 และที่ 8 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามที่คู่ความไม่โต้แย้งกันว่าเมื่อปี 2537 โจทก์ร่วมเล่นแชร์กับบุคคลอื่นโดยมีนายดำริห์ สามีของจำเลยที่ 1 เป็นนายวง มีข้อตกลงว่านายวงเก็บเงินจากลูกวงทุกคน หุ้นละ 3,000,000 บาท รวมเป็นเงิน 39,000,000 บาท ไปก่อน โดยไม่มีการประมูล และนายวงจะออกเช็คสั่งจ่ายเงินฉบับละ 3,000,000 บาท โดยไม่ลงวันที่ในเช็คมอบให้แก่ลูกวงทุกคนงวดถัดไปทุกวันที่ 14 ของเดือน นายวงจะจัดให้ลูกวงทำการประมูลแชร์ จำนวนหุ้นละ 2,000,000 บาท ผู้ที่เสนอให้ดอกเบี้ยสูงสุดเป็นผู้ประมูลได้ นายวงมีหน้าที่เก็บรวบรวมเงินค่าแชร์จากลูกวงและมีหน้าที่ชำระค่าแชร์ให้แก่ผู้ที่ประมูลได้จนครบถ้วนตามจำนวนหุ้น

ลูกวงที่ประมูลแชร์ได้จะต้องออกเช็คสั่งจ่ายเงินฉบับละ 2,000,000 บาท โดยไม่ลงวันที่ในเช็ค ตามจำนวนของลูกวงที่ยังมิได้ประมูลแชร์แล้วมอบเช็คไว้แก่นายวง เพื่อให้นายวงสลักหลังเช็คเป็นการค้ำประกันและนำเช็คนั้นมอบให้แก่ลูกวงที่ยังมิได้ประมูลแชร์ ลูกวงที่ยังมิได้ประมูลแชร์จะจ่ายเงินตามจำนวนหุ้น หุ้นละ 2,000,000 บาท หักจำนวนดอกเบี้ยแชร์ที่ผู้ประมูลได้เสนอ โดยนายวงนำไปให้แก่ลูกวงที่ประมูลแชร์ได้ สำหรับเช็คของนายวงและผู้ประมูลแชร์ได้นั้น ลูกวงมีสิทธิกรอกวันที่ลงในเช็คนำไปเรียกเก็บเงินได้เมื่อลูกวงคนนั้นประมูลแชร์ได้ในภายหลังหรือเมื่อครบกำหนดตามสัญญาแล้ว ทั้งนี้ ให้ลงเป็นวันที่ 18 ของเดือน โจทก์ได้ส่งเงินค่าแชร์ไปแล้วจำนวน 11 งวด ในการนี้โจทก์ได้รับเช็คของนายดำริห์และผู้ประมูลแชร์ได้ยึดถือไว้รวม 11 ฉบับ

ต่อมาวันที่ 14 มิถุนายน 2538 นายดำริห์ถึงแก่กรรม โจทก์ นายทรงชัย และนายสุวิทย์ ผู้ที่ยังมิได้ประมูลแชร์รวม 3 คน จึงตกลงจับสลากหาผู้ที่จะนำเช็คไปเรียกเก็บเงินก่อนหลังกัน ปรากฏว่าโจทก์จับสลากได้เป็นอันดับที่สอง โจทก์จึงลงวันที่ในเช็คทั้ง 11 ฉบับ เป็นวันที่ 18 กรกฎาคม 2538 แล้วนำไปเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน 6 ฉบับ ฉบับแรกเป็นเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขาสวนมะลิ จำนวนเงิน 3,000,000 บาท มีนายดำริห์ลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายฉบับที่สองเป็นเช็คธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาถนนรางน้ำ จำนวนเงิน 2,000,000 บาท มีจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายและนายดำริห์ลงลายมือชื่อสลักหลังเช็ค ฉบับที่สามเป็นเช็คธนาคารกสิกรไทย

จำกัด (มหาชน) สาขาลาดพร้าว 67 จำนวนเงิน 2,000,000 บาท มีจำเลยที่ 3 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายและนายดำริห์ลงลายมือชื่อสลักหลังเช็ค ฉบับที่สี่เป็นเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขาสวนมะลิ จำนวนเงิน 2,000,000 บาท มีจำเลยที่ 7 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่าย และมีนายดำริห์ลงลายมือชื่อสลักหลังเช็ค ฉบับที่ห้าเป็นเช็คธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาราชวงศ์ จำนวนเงิน 2,000,000 บาท มีจำเลยที่ 8 โดยนายดำริห์และจำเลยที่ 9 กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน ร่วมกันลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายพร้อมประทับตราสำคัญของบริษัท ฉบับที่หกเป็นเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขาสวนมะลิ จำนวนเงิน 2,000,000 บาท มีจำเลยที่ 6 ลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายและนายดำริห์ลงลายมือชื่อสลักหลังเช็ค โจทก์ทวงถามจำเลยทั้งเก้าแล้ว จำเลยที่ 2 นำเงินชำระหนี้แก่โจทก์เพียง 1,500,000 บาท ส่วนจำเลยอื่นเพิกเฉยไม่ชำระ

พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ประการแรกว่า การเล่นแชร์วงนี้ฝ่าฝืนต่อกฎหมายทำให้ตกเป็นโมฆะโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติการเล่นแชร์ พ.ศ.2534 มาตรา 6 (3) ประกอบกฎกระทรวง (พ.ศ.2534) ที่ห้ามมิให้บุคคลธรรมดาเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ที่มีทุนกองกลางต่อหนึ่งงวดรวมกันทุกวงเป็นมูลค่ามากกว่าสามแสนบาท เป็นการห้ามนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์เท่านั้น ส่วนสมาชิกผู้เข้าเล่นแชร์ด้วยกันหาได้มีบทบัญญัติห้ามเล่นแชร์แต่อย่างใดไม่ ทั้งมาตรา 7 ยังระบุว่าบทบัญญัติมาตรา 6 ไม่กระทบกระเทือนถึงการที่สมาชิกวงแชร์จะฟ้องคดีหรือใช้สิทธิเรียกร้องเอากับนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์อีกด้วยการเล่นแชร์เป็นสัญญาประเภทหนึ่ง

อันเกิดจากการตกลงกันระหว่างสมาชิกผู้เล่นซึ่งมีผลผูกพันและบังคับกันได้ตามกฎหมาย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ฎีกาข้อนี้ของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น ปัญหาประการต่อไปตามฎีกาของจำเลยที่ 4 และที่ 5 ว่า จำเลยที่ 4 และที่ 5 ร่วมเล่นแชร์ด้วยหรือไม่ โจทก์เบิกความประกอบรายชื่อผู้ร่วมเล่นแชร์ว่าจำเลยที่ 4 และที่ 5 ร่วมเล่นแชร์ด้วย ซึ่งจำเลยที่ 4 และที่ 5 ก็นำสืบทำนองเดียวกันว่า นายดำริห์นายวงแชร์เป็นอาของจำเลยที่ 4 และจำเลยที่ 5 มีศักดิ์เป็นพี่เขยของนายดำริห์ นายดำริห์ขอชื่อของจำเลยที่ 4 และที่ 5 ไปเป็นสมาชิกวงแชร์โดยนายดำริห์เป็นผู้ดำเนินการต่างๆ แทน ทั้งการรับเงินและจ่ายเงิน อันเป็นการเจือสมพยานโจทก์กรณีฟังได้ว่า จำเลยที่ 4 และที่ 5 รู้แล้วยอมให้นายดำริห์กระทำการเป็นตัวแทนเชิดของตน

จำเลยที่ 4 และที่ 5 จึงต้องรับผิดในฐานะตัวการ และการกระทำของนายดำริห์ในการเล่นแชร์ได้ลุล่วงไปตั้งแต่นายดำริห์ประมูลแชร์ในนามของจำเลยที่ 4 และที่ 5 ความรับผิดของจำเลยที่ 4 และที่ 5 เกิดขึ้นตั้งแต่เวลานั้นแล้ว แม้ภายหลังต่อมานายดำริห์จะถึงแก่ความตาย ก็ไม่กระทบถึงความรับผิดของจำเลยที่ 4 และที่ 5 ดังที่จำเลยที่ 4 และที่ 5 ฎีกา ฎีกาข้อนี้ของจำเลยที่ 4 และที่ 5 ฟังไม่ขึ้น ปัญหาประการสุดท้ายที่จำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 7 และที่ 8 ฎีกาว่าโจทก์ไม่ใช่เป็นผู้ประมูลแชร์ได้และไม่ใช่ผู้เล่นแชร์คนสุดท้ายจึงไม่มีสิทธิฟ้องคดีนั้น เห็นว่า เมื่อนายดำริห์นายวงแชร์ถึงแก่ความตาย มีผู้ที่ยังไม่ได้ประมูลแชร์ 3 ราย คือ

โจทก์นายทรงชัย และนายสุวิทย์ ดังนั้นบุคคลทั้งสามเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากการที่ไม่มีผู้จัดให้มีการประมูลแชร์และผู้ที่จะเสนอคำประมูลแชร์ได้ก็มีเพียงสามคนนี้เท่านั้นผู้เล่นแชร์คนอื่นๆ ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด ดังนั้น เมื่อไม่มีผู้จัดให้มีการประมูลแชร์ การที่โจทก์ นายทรงชัย และนายสุวิทย์ตกลงกันใช้วิธีจับสลากอันดับก่อนหลังแทนการให้ดอกเบี้ย นับเป็นวิธีการที่ทำให้การเล่นแชร์วงนี้สามารถดำเนินต่อไปได้จนจบโดยผู้เล่นแชร์ได้รับเงินจนครบทุกคน และผู้เล่นแชร์คนอื่นๆ ไม่ได้รับความเสียหายหรือผลกระทบแต่อย่างใด ดังนั้น ความรับผิดของผู้เล่นแชร์คนอื่นๆ รวมทั้งนายดำริห์ จำเลยที่ 4 ที่ 5 ที่ 7 และที่ 8 จึงยังคงต้องมีอยู่ต่อไป โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องบังคับคดีได้ ฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 7 และที่ 8 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ จันทรา · ชาลี ทัพภวิมล · ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้