Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5276/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฟ้องโจทก์ระบุว่าโจทก์ยื่นคำขอรังวัดที่ดินพิพาทซึ่งโจทก์ได้ครอบครองทำประโยชน์เพื่อออกโฉนดที่ดิน แต่จำเลยได้คัดค้านว่าเป็นการขอออกโฉนดที่ดินทับที่สาธารณประโยชน์ และตามคำขอท้ายฟ้องมีคำขอให้จำเลยออกโฉนดที่ดินให้แก่โจทก์ จึงเป็นการฟ้องเรียกกรรมสิทธิ์ที่ดิน เป็นคดีมีทุนทรัพย์ เมื่อที่ดินพิพาทมีราคาไม่เกินสองแสนบาทคู่ความจึงฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำคัดค้านของจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 3ที่ให้กันส่วนที่สาธารณประโยชน์ "ที่เลี้ยงสัตว์ทุ่งเขาแดง" และเขตชานคลองสาธารณประโยชน์ "คลองห้วยทราย" ในที่ดินของโจทก์และให้จำเลยที่ 2 และหรือจำเลยที่ 4 ในฐานะเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครนายกออกโฉนดที่ดินตาม ส.ค.1 ทะเบียนเลขที่ 2 ตามการนำรังวัดเพื่อออกโฉนดที่ดินตามแผนที่ท้ายฟ้องแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาจำเลยทั้งสี่ให้การในทำนองเดียวกันว่า ที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทที่เป็นทรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน การกระทำของจำเลยทั้งสี่เป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายและมิได้ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย

ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 3ถอนคำคัดค้านที่ให้กันส่วนที่สาธารณประโยชน์ "ที่เลี้ยงสัตว์ทุ่งเขาแดง" และเขตชานคลองสาธารณประโยชน์ "คลองห้วยทราย"ในที่ดินของโจทก์ หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 3 ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ 2 ที่ 4จำเลยที่ 1 และที่ 3 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทโดยผู้เช่าที่ดินพิพาทเป็นผู้ครอบครองแทนโจทก์ตลอดมา ไม่เคยมีการประกาศหวงห้ามหรือขึ้นทะเบียนที่ดินบริเวณเขาแดงเป็นที่สาธารณประโยชน์ ประชาชนมิได้ใช้ที่ดินพิพาทเป็นที่เลี้ยงสัตว์ร่วมกัน ที่ดินพิพาทจึงไม่เป็นที่ดินสาธารณประโยชน์โดยการใช้และโจทก์มิได้นำชี้ปักหลักเขตที่ดินรุกล้ำทางสาธารณประโยชน์และครอบครองห้วยทราย

พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ที่ 3 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ฟ้องโจทก์ระบุว่าโจทก์ยื่นคำขอรังวัดที่ดินพิพาทซึ่งโจทก์ได้ครอบครองทำประโยชน์เพื่อออกโฉนดที่ดิน แต่จำเลยได้คัดค้านว่าเป็นการขอออกโฉนดที่ดินทับที่สาธารณประโยชน์ และตามคำขอท้ายฟ้อง มีคำขอให้ออกโฉนดที่ดินให้แก่โจทก์ จึงเป็นการฟ้องเรียกกรรมสิทธิ์ที่ดิน เป็นคดีมีทุนทรัพย์ แต่ที่ดินที่พิพาทมีราคาไม่เกินสองแสนบาทคู่ความจึงฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคหนึ่ง ที่จำเลยที่ 1 และที่ 3 ฎีกาว่าได้มีการประกาศให้ที่ดินบริเวณเขาแดงเป็นที่สาธารณะสำหรับราษฎรใช้เลี้ยงสัตว์ร่วมกันตั้งแต่ ปี 2496 และได้มีราษฎรร่วมกันนำสัตว์ไปเลี้ยงกินหญ้าโดยตลอดจนถึงปัจจุบันย่อมถือได้ว่า ที่สาธารณประโยชน์เขาแดงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทที่เป็นทรัพย์สินสำหรับประชาชนใช้ร่วมกัน

โจทก์ไม่มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทนั้นเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาว่า ไม่เคยมีการประกาศหวงห้ามหรือขึ้นทะเบียนที่ดินบริเวณเขาแดงเป็นที่สาธารณประโยชน์ และประชาชนมิได้ใช้ที่ดินพิพาทเป็นที่เลี้ยงสัตว์ร่วมกันที่ดินพิพาทไม่เป็นที่สาธารณประโยชน์โดยการใช้ เพื่อนำไปสู่ข้อกฎหมายที่จำเลยที่ 1 และที่ 3 ฎีกาว่า โจทก์ไม่มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท เพราะที่ดินพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ที่จำเลยที่ 1 และที่ 3 ฎีกาข้อต่อมาว่าโจทก์ไม่สามารถนำพยานมาสืบให้เห็นได้ว่า โจทก์ได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทมาอย่างต่อเนื่องนับแต่เวลาที่ได้มาซึ่งสิทธิครอบครองจนถึงเวลาที่ขอออกโฉนดนั้น เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ ที่ได้วินิจฉัยว่าพยานหลักฐาน

โจทก์ฟังได้ว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทโดยผู้เช่าที่ดินพิพาทเป็นผู้ครอบครองแทนโจทก์ตลอดมา จึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคหนึ่ง เช่นกัน ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 3 มาเป็นการไม่ชอบ"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 3 คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้จำเลยที่ 1 และที่ 3

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลอ บุณยเนตร · สังเวียน รัตนมุง · สมชาย รังสิกรรพุม
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้