Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5275/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้คำให้การและฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองจะอ้างเรื่องเอกสารปลอมขึ้นเป็นเหตุแห่งการปฏิเสธ แต่จำเลยทั้งสองไม่ได้ระบุชี้ชัดว่าเป็นการปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือในส่วนหนึ่งส่วนใด หรือเป็นการปลอมโดยการกรอกข้อความลงในแผ่นกระดาษซึ่งมีลายมือชื่อของจำเลยทั้งสองโดยไม่ได้รับความยินยอมหรือโดยฝ่าฝืนคำสั่งของจำเลยทั้งสอง นอกจากนี้จำเลยทั้งสองอ้างว่าเอกสารเกิดขึ้นเพราะกลฉ้อฉลของโจทก์กับพวก โดยจำเลยทั้งสองมิได้รู้เห็นยินยอมให้กระทำได้ นิติกรรมจึงตกเป็นโมฆะ ก็เป็นการให้การทำนองยอมรับว่าจำเลยทั้งสองเข้าทำนิติกรรมกับโจทก์จริง แต่ทำไปเพราะถูกโจทก์ทำกลฉ้อฉลซึ่งเป็นคนละกรณีกับการกล่าวอ้างว่าเอกสารเป็นเอกสารปลอม คำให้การและฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองจึงเป็นคำให้การที่ไม่ได้แสดงเหตุแห่งการปฏิเสธโดยชัดแจ้ง และไม่แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสอง และมาตรา 172 วรรคสอง จึงไม่มีประเด็นที่จำเลยทั้งสองจะนำพยานเข้าสืบ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 2,821,260.13 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15.75 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 2,000,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระ ให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์ และหากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์อื่น ๆ ของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วน

จำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยทั้งสองไม่เคยทำนิติกรรมตามที่โจทก์กล่าวอ้างในคำฟ้อง ขณะจำเลยทั้งสองลงลายมือชื่อในเอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 3 ถึง 6 เอกสารดังกล่าวยังไม่มีการกรอกข้อความในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ อีกทั้งลายมือชื่อในเอกสารดังกล่าวก็ไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลยทั้งสอง เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 3 ถึง 6 จึงเป็นเอกสารปลอมที่เกิดจากกลฉ้อฉลของโจทก์กับพวก โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้ ขอให้ยกฟ้อง และขอให้มีคำสั่งเพิกถอนนิติกรรมระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสอง ให้โจทก์คืนโฉนดที่ดินเลขที่ 11070 ตำบลเชียงรากใหญ่ (บ้านท้องคุ้ง) อำเภอสามโคก (เชียงราก) จังหวัดปทุมธานี แก่จำเลยทั้งสองตามฟ้องแย้ง

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า จำเลยทั้งสองทำนิติกรรมและได้รับเงินไปจากโจทก์แล้วตามฟ้อง นิติกรรมดังกล่าวมิได้เกิดจากกลฉ้อฉลของโจทก์ จำเลยทั้งสองจึงไม่มีสิทธิฟ้องแย้งขอให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าว ขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน 2,821,260.13 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15.75 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 2,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 27 มิถุนายน 2539) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระ ให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 11070 ตำบลเชียงรากใหญ่ (บ้านท้องคุ้ง) อำเภอสามโคก (เชียงราก) จังหวัดปทุมธานี พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ หากได้เงินไม่พอให้ยึด ทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองบังคับชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท ฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองให้ยกเสีย

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าแล้ว คดีนี้จำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยทั้งสองไม่เคยทำสัญญากู้ยืม สัญญาค้ำประกันและสัญญาจำนองกับโจทก์ตามที่โจทก์กล่าวอ้างในคำฟ้อง สัญญากู้เงิน บันทึกข้อตกลง หนังสือสัญญาจำนองที่ดินพร้อมหนังสือสัญญาต่อท้ายสัญญาจำนองกรรมสิทธิ์ที่ดิน และสัญญาค้ำประกันเงินกู้หรือเบิกเงินเกินบัญชี เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 3 ถึง 6 ตามลำดับ เป็นเอกสารปลอม ขณะจำเลยทั้งสองลงลายมือชื่อ เอกสารดังกล่าวยังไม่ได้กรอกข้อความในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ อีกทั้งลายมือในเอกสารเหล่านั้นก็ไม่ใช่ลายมือของจำเลยทั้งสอง จึงเป็นเอกสารปลอม ตามคำให้การและฟ้องแย้งดังกล่าวแม้จำเลยทั้งสองจะอ้างเรื่องเอกสารปลอมขึ้นเป็นเหตุแห่งการปฏิเสธ แต่จำเลยทั้งสองไม่ได้ระบุชี้ชัดว่าเอกสารที่จำเลยทั้งสองอ้างว่าเป็นเอกสารปลอมนั้นเป็นการปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือในส่วนหนึ่งส่วนใด หรือเป็นการปลอมโดยการกรอกข้อความลงในแผ่นกระดาษซึ่งมีลายมือชื่อของจำเลยทั้งสองโดยไม่ได้รับความยินยอมหรือโดยฝ่าฝืนคำสั่งของจำเลยทั้งสอง

นอกจากนี้การที่จำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งต่อไปว่า เอกสารดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะกลฉ้อฉลของโจทก์กับพวก โดยจำเลยทั้งสองมิได้รู้เห็นยินยอมให้กระทำได้ นิติกรรมจึงตกเป็นโมฆะนั้น ก็เป็นการให้การในทำนองยอมรับว่าจำเลยทั้งสองเข้าทำนิติกรรมกับโจทก์จริง แต่ทำไปเพราะถูกโจทก์ทำกลฉ้อฉลซึ่งเป็นคนละกรณีกับการกล่าวอ้างว่าเอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 3 ถึง 6 เป็นเอกสารปลอม คำให้การและฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองจึงเป็นคำให้การที่ไม่ได้แสดงเหตุแห่งการปฏิเสธโดยชัดแจ้ง และไม่แสดงโดยชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง และมาตรา 172 วรรคสอง จึงไม่มีประเด็นที่จำเลยทั้งสองจะนำพยานเข้าสืบ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบว่า

จำเลยที่ 1 กู้ยืมเงินโจทก์จำนวน 2,000,000 บาท โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม และจำเลยทั้งสองได้จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 11070 เป็นประกันการชำระหนี้ ภายหลังทำสัญญาจำเลยที่ 1 ผิดนัดชำระหนี้ จำเลยทั้งสองจึงต้องรับผิดชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น และเมื่อได้วินิจฉัยมาดังกล่าวแล้ว ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยในประเด็นอื่น ๆ อีก เพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนไป

อนึ่ง คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องแย้ง แต่ยังไม่ได้สั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมตามฟ้องแย้ง เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมตามฟ้องแย้งในศาลชั้นต้น และค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์ · รัตน กองแก้ว · ชัยวุฒิ โลหชิตรานนท์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายจำนงค์ ไกลพาล
ศาลอุทธรณ์ - นายปิ่น ศรีเมือง
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.985/2549
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ11787/2539
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ5048/2543
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้