Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5273/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้ว อำนาจในการรวบรวมทรัพย์สินของจำเลยย่อมเป็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้คัดค้านแต่ผู้เดียวตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22ไม่มีบทบัญญัติให้บุคคลอื่นมีอำนาจหน้าที่ในการรวบรวมทรัพย์สินของจำเลยด้วย ผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอกที่ฟ้องเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์เป็นคดีอื่น จึงไม่มีหน้าที่และความรับผิดใด ๆ เป็นส่วนตัวตามกฎหมายล้มละลายในเรื่องค่าธรรมเนียมในคดีนี้ การที่ผู้ร้องเสนอตัวเข้ามาช่วยเหลือผู้คัดค้านในการรวบรวมทรัพย์สินของจำเลย และผู้คัดค้านเห็นชอบด้วยกับข้อเสนอของผู้ร้องต้องถือว่าผู้คัดค้านได้ใช้ดุลพินิจดำเนินการยึดทรัพย์สินเองผู้คัดค้านจึงไม่มีอำนาจที่จะอาศัยพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาออกคำสั่งให้ผู้ร้องนำค่าธรรมเนียมในการรวบรวมทรัพย์สินที่ไม่มีการขายหรือจำหน่ายมาชำระต่อผู้คัดค้านได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด และพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลายมีเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้รวม 2 ราย คือเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์และกรมสรรพากร ต่อมาเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ถูกผู้ร้องฟ้องเป็นคดีล้มละลายในคดีหมายเลขแดงที่ ล.298/2530 ของศาลชั้นต้นที่ประชุมเจ้าหนี้คดีนี้จึงมีมติแต่งตั้งกรมสรรพากรเป็นเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์แทน ผู้คัดค้านได้ทำการแบ่งทรัพย์สินแก่เจ้าหนี้เป็นครั้งที่สุดและรายงานศาลขอสั่งปิดคดีจนศาลชั้นต้นมีคำสั่งปิดคดีแล้วต่อมาวันที่ 1 กันยายน 2532

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเปิดคดีตามรายงานของผู้คัดค้านที่อ้างว่าจำเลยมีทรัพย์สินขึ้นใหม่อีกและผู้ร้องนำผู้คัดค้านยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 13725 อ้างว่าเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับนายมิลินท์ อัจฉริยกุล แต่นายมิลินท์ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด ศาลมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านปล่อยทรัพย์ที่ยึด คดีถึงที่สุด ผู้คัดค้านได้ถอนการยึดทรัพย์ดังกล่าวและมีคำสั่งให้ผู้ร้องนำค่าฤชาธรรมเนียมในการรวบรวมทรัพย์สินสำหรับทรัพย์สินที่ไม่มีการขายหรือจำหน่ายจำนวน 54,600 บาท ไปชำระต่อผู้คัดค้านผู้ร้องได้นำค่าธรรมเนียมดังกล่าวไปชำระต่อผู้คัดค้าน แต่ต่อมาผู้ร้องเห็นว่าผู้ร้องไม่มีหน้าที่ต้องรับผิดในค่าธรรมเนียมดังกล่าวจึงยื่นคำร้องขอคืนเงินที่ผู้ร้องชำระ ผู้คัดค้านพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้คืนเงินจำนวนดังกล่าวแก่ผู้ร้อง และมีคำสั่งให้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ชำระค่าธรรมเนียมดังกล่าวแทน แต่เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ไม่ชำระผู้คัดค้านจึงรายงานขอให้ศาลมีคำสั่งตามมาตรา 143 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าค่าธรรมเนียมดังกล่าวผู้ขอให้ยึดต้องเป็นผู้รับผิดแทนตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 295 ตรี ผู้คัดค้านจึงมีคำสั่งให้ผู้ร้องนำค่าธรรมเนียมดังกล่าวไปชำระต่อผู้คัดค้านอีกผู้ร้องเห็นว่าผู้ร้องไม่ต้องรับผิด จึงยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้มีคำสั่งงดค่าธรรมเนียมดังกล่าวเสียศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ร้องไม่ได้เป็นเจ้าหนี้จำเลย การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อผู้คัดค้านอ้างว่าทรัพย์สินดังกล่าวเป็นของจำเลยและนำผู้คัดค้านไปยึดทรัพย์สินดังกล่าว โดยในการยึดผู้ร้องแถลงยอมรับผิดค่าธรรมเนียมและค่าเสียหายที่อาจเกิดขึ้นทั้งสิ้นผู้คัดค้านจึงได้ยึดทรัพย์สินดังกล่าว

ผู้ร้องจึงเป็นผู้ขอให้ยึดมีหน้าที่เสียค่าธรรมเนียม ให้ยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์แผนกคดีล้มละลายพิพากษากลับว่า ให้ยกคำสั่งของผู้คัดค้านที่สั่งให้ผู้ร้องนำเงินค่าธรรมเนียมในการรวบรวมทรัพย์สินสำหรับทรัพย์สินที่ไม่มีการขายหรือจำหน่าย จำนวน54,600 บาท ไปชำระต่อผู้คัดค้านผู้คัดค้านฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านว่า ผู้ร้องมีหน้าที่ตามกฎหมายต้องชำระค่าธรรมเนียมในการรวบรวมทรัพย์สินสำหรับทรัพย์สินที่ไม่มีการขายหรือจำหน่ายหรือไม่ เห็นว่า เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยแล้ว อำนาจในการรวบรวมทรัพย์สินของจำเลยในคดีล้มละลายย่อมเป็นของผู้คัดค้านซึ่งเป็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22พระราชบัญญัติล้มละลายฯ ไม่ได้มีบทบัญญัติให้บุคคลอื่นเข้ามามีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการรวบรวมทรัพย์สินของจำเลยด้วยแต่อย่างใด ดังนั้นการที่ผู้ร้องซึ่งเป็นเพียงบุคคลภายนอกที่ฟ้องคดีล้มละลายเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์เดิมจึงไม่มีหน้าที่และความรับผิดใด ๆเป็นส่วนตัวโดยตรงตามกฎหมายล้มละลายในเรื่องค่าธรรมเนียมในคดีนี้เลย

การที่ผู้ร้องเสนอตัวเข้ามาช่วยเหลือผู้คัดค้านในการรวบรวมทรัพย์สินโดยปราศจากอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายล้มละลายและผู้คัดค้านเห็นชอบด้วยกับข้อเสนอของผู้ร้องเช่นนี้ จึงต้องถือว่าผู้คัดค้านได้ใช้ดุลพินิจดำเนินการยึดทรัพย์สินเองโดยเชื่อตามคำเสนอแนะของผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ที่ไม่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายล้มละลายแต่อย่างใดเลย ผู้คัดค้านจึงไม่มีอำนาจจะอ้างอิงอาศัยพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาออกคำสั่งให้ผู้ร้องซึ่งไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายต้องนำค่าธรรมเนียมในการรวบรวมทรัพย์สินที่ไม่มีการขายหรือจำหน่ายมาชำระต่อผู้คัดค้านได้ตามนับแห่งคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 906/2519 คดีระหว่างห้างหุ้นส่วนจำกัดสยามโลหพันธ์ โจทก์ ธนาคารกรุงไทยจำกัด ผู้ร้อง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้คัดค้าน บริษัทป๊อบผลิตภัณฑ์นมจำกัด จำเลย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชาย พงษธา · พิชัย เตโชพิทยากูล · ชวลิต ยอดเณร
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้