Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5268/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เคยฟ้องจำเลยทั้งสามในมูลหนี้เดียวกับคดีนี้ที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการแต่ศาลจังหวัดสมุทรปราการมีคำสั่งจำหน่ายคดีเมื่อวันที่22ธันวาคม2532เนื่องจากจำเลยที่1ไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจศาลเมื่อไม่มีข้อเท็จจริงใดที่แสดงให้เห็นว่าขณะที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามครั้งแรกที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการนั้นโจทก์ได้ฟ้องภายในกำหนดอายุความ1ปีตามมูลละเมิดแล้วจะนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา176มาปรับแก่คดีของโจทก์ในกรณีนี้หาได้ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์รับประกันวินาศภัยรถยนต์เก๋งหมายเลขทะเบียน 8จ-3214 กรุงเทพมหานคร ของนางสาวศิริกุล ต่อมาวันที่ 18 กันยายน 2531 เวลา 14.45 นาฬิกา ขณะที่นางสาวศิริกุลขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 8จ-3214 กรุงเทพมหานคร มาตามถนนวิทยุมุ่งหน้าไปทางสี่แยกเพลินจิตด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างดี จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างปฏิบัติงานในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้ขับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน น-7399ประจวบคีรีขันธ์ มุ่งหน้าไปทางสี่แยกเพลินจิตเช่นกันแต่อยู่ในช่องเดินรถด้านซ้ายส่วนนางสาวศิริกุลขับรถยนต์อยู่ในช่องเดินรถด้านขวา จำเลยที่ 1 ขับรถด้วยความเร็วสูงไม่ใช้ความระมัดระวังให้เพียงพอในการที่จะเปลี่ยนช่องเดินรถจากด้านซ้ายมาด้านขวา

จำเลยที่ 1 ขับรถเข้ามาในช่องเดินรถด้านขวาเป็นเหตุให้ชนรถยนต์คันที่นางสาวศิริกุลขับมาได้รับความเสียหายหลายรายการเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูที่เกิดเหตุและลงความเห็นว่าจำเลยที่ 1เป็นฝ่ายประมาทซึ่งจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ โจทก์ได้ซ่อมแซมรถของนางสาวศิริกุลเสียค่าซ่อมแซมเป็นเงิน 49,235 บาทจำเลยที่ 1 เป็นผู้ทำละเมิดและเป็นลูกจ้างปฏิบัติงานในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 และที่ 3 จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นเจ้าของผู้ครอบครองใช้ประโยชน์รถยนต์คันที่จำเลยที่ 1 ขับและเป็นนายจ้างผู้มอบหมายใช้วานให้จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ไปในขณะเกิดเหตุจึงต้องร่วมรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่งโจทก์ฟ้องคดีนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 176 เดิมจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การว่า ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมและคดีโจทก์ขาดอายุความเพราะฟ้องคดีนี้เมื่อล่วงเลยกำหนดระยะเวลา 1 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448จึงหมดสิทธิที่จะดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสาม โจทก์เคยฟ้องจำเลยที่ 1และที่ 2 ที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการตามคดีหมายเลขดำที่ 1374/2532ต่อมาศาลดังกล่าวได้มีคำสั่งยกเลิกคำสั่งเดิมเป็นไม่รับฟ้องและจำหน่ายคดีจากสารบบความมิได้พิพากษายกฟ้องด้วยเหตุไม่ได้อยู่ในเขตอำนาจศาล โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องใหม่ภายใน 6 เดือนขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การ และขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยที่ 1 ใช้เงินจำนวน49,235 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2531 จนกว่าจะชำระเสร็จ

นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้ในฐานะเป็นผู้รับช่วงสิทธิจากนางสาวศิริกุล ผู้เอาประกันภัยไว้กับโจทก์และเป็นการฟ้องคดีในมูลละเมิดซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคแรกบัญญัติว่า "สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดนั้นท่านว่าขาดอายุความเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน หรือเมื่อพ้นสิบปีนับแต่วันทำละเมิด" คดีนี้มูลละเมิดเกิดเมื่อวันที่18 กันยายน 2531 ซึ่งนางสาวศิริกุล รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้วตั้งแต่วันนั้นโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับช่วงสิทธิจากนางสาวศิริกุลจึงมีสิทธิเช่นเดียวกับนางสาวศิริกุล

โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2533เมื่อนับแต่วันที่ 18 กันยายน 2531 ถึงวันฟ้องพ้นกำหนด 1 ปีแล้วโจทก์เคยฟ้องจำเลยทั้งสามในมูลหนี้รายนี้ ที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการแล้วครั้งหนึ่ง ตามคดีหมายเลขแดงที่ 1735/2532 คดีดังกล่าวศาลจังหวัดสมุทรปราการมีคำสั่งจำหน่ายคดีเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม2532 เนื่องจากจำเลยที่ 1 ไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจเท่านั้นโดยไม่มีข้อเท็จจริงใดที่จะแสดงให้เห็นว่าขณะที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามครั้งแรกที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ โจทก์ได้ฟ้องภายในกำหนดอายุความ 1 ปีแล้ว เมื่อโจทก์ไม่นำสืบก็ต้องถือว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448ส่วนที่โจทก์กล่าวในฟ้องว่า

โจทก์ฟ้องคดีนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 176 เดิมนั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 176 เดิมบัญญัติว่า "ถ้าศาลยกคดีเสียเพราะเหตุคดีไม่อยู่ในอำนาจศาลและกำหนดอายุความสิ้นไปแล้วในระหว่างพิจารณาก็ดี หรือจะสิ้นลงในระหว่างหกเดือนภายหลังที่ได้พิพากษาคดีถึงที่สุดก็ดี ท่านให้ขยายอายุความนั้นออกไปถึงหกเดือนภายหลังคำพิพากษานั้น" ตามบทบัญญัติดังกล่าว มีความหมายแต่เพียงว่าขณะโจทก์ฟ้องคดีครั้งแรกนั้น โจทก์ได้ฟ้องภายในกำหนดอายุความแล้ว แต่อายุความได้สิ้นสุดลงในระหว่างพิจารณาหรือจะสิ้นสุดภายในหกเดือนหลังจากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด เพราะเหตุคดีไม่อยู่ในเขตอำนาจศาลเท่านั้นอายุความจึงจะขยายออกไปอีกหกเดือน และให้สิทธิโจทก์ฟ้องคดีใหม่ได้ในกำหนดเวลาดังกล่าวจึงนำมาปรับแก่คดีของโจทก์ในกรณีนี้หาได้ไม่พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ด้วยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชัย สายเชื้อ · นิเวศน์ คำผอง · สวรรค์ ศักดารักษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้