Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5263/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การขอให้พิจารณาใหม่ในคดีแรงงาน พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 ได้บัญญัติ เกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้โดยเฉพาะแล้ว จึงไม่อาจนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 ได้ จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ต่อศาลแรงงานว่ามิได้จงใจขาดนัด แต่เป็นเพราะจำเลยไม่ได้รับสำเนาคำฟ้องของโจทก์และจำเลยไม่คิดว่าโจทก์จะฟ้องจำเลย เนื่องจากก่อนมีการเลิกจ้างได้มีการตกลงเป็นที่เข้าใจกันแล้วถือได้ว่าจำเลยได้อ้างถึงความจำเป็นที่ไม่ได้มาศาลแล้วเมื่อคำร้องของจำเลยได้ยื่นต่อศาลแรงงานภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันที่จำเลยทราบคำบังคับ คำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยจึงชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 41 แล้ว ศาลแรงงานต้องรับคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยไว้ดำเนินการไต่สวนต่อไป คำร้องขอของจำเลยที่นำที่ดินมาวางเป็นประกันการทุเลาการบังคับคดีและให้ถอนการอายัดเงิน เป็นคำร้องที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมิได้บัญญัติไว้ว่าให้ทำได้แต่ฝ่ายเดียว ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 21(2) บัญญัติห้ามมิให้ศาลทำคำสั่งในเรื่องนั้น โดยมิได้ให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมีโอกาสคัดค้านก่อน การที่ศาลแรงงานมีคำสั่งให้รับที่ดิน หลักประกันของจำเลยและให้ถอนการอายัดเงินตามคำร้องขอของจำเลย โดยมิได้ให้โอกาสแก่โจทก์โต้แย้งคัดค้านเสียก่อน จึงขัดต่อบทกฎหมาย ดังกล่าวประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางให้รวมพิจารณาพิพากษากับคดีหมายเลขแดงที่ 14376/2541 และ 14378 ถึง 14381/2541 ของศาลแรงงานกลาง แต่คดีทั้งห้าสำนวนดังกล่าวคู่ความตกลงประนีประนอมยอมความกันในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาและศาลฎีกาพิพากษาตามยอมคดีทั้งห้าสำนวนนั้นเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว คงเหลือเฉพาะคดีสำนวนนี้ที่ศาลฎีกาจะได้พิจารณาพิพากษาต่อไปโจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างทำงานให้แก่จำเลย แต่จำเลยค้างจ่ายค่าจ้างโจทก์ และจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิดและไม่บอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมาย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้างค้างค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยขาดนัดและขาดนัดพิจารณาศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า

จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิดและไม่บอกกล่าวล่วงหน้า จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าจ้างค้างแก่โจทก์ พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างค้าง 40,465 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ค่าชดเชย 156,636 บาท และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 22,625 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีโดยให้คิดดอกเบี้ยในเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่อ้างว่าจำเลยไม่ได้จงใจขาดนัดศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าคำร้องของจำเลยไม่ได้บรรยายถึงรายละเอียดชัดแจ้งว่าเหตุใดจึงไม่ได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไม่มีเหตุตามกฎหมายยกคำร้องโจทก์ได้ดำเนินการบังคับคดีอายัดเงินในบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์

ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสุขุมวิท 11 บัญชีเลขที่051 - 2 - 07683 - 7 และบัญชีเงินฝากประเภทกระแสรายวัน ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสุขุมวิท 11 บัญชีเลขที่ 051 - 1 - 05243 - 3รวม 2 บัญชีของจำเลย เป็นเงินทั้งสิ้น 828,980 บาท ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องต่อศาลแรงงานกลางขอให้มีคำสั่งทุเลาการบังคับคดีและถอนการบังคับคดีที่อายัดเงินในบัญชีของจำเลยตามที่โจทก์นำอายัดไว้ โดยจำเลยนำที่ดิน น.ส.3 ก.เลขที่ 1659 เนื้อที่ 3 งาน 42 ตารางวา ราคาประเมิน 855,000 บาท ซึ่งมีจำนวนเกินกว่าจำนวนหนี้ตามคำพิพากษามาวางเป็นประกันไว้

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รับหลักประกันของจำเลยแล้วให้ทำสัญญาประกันไว้กับให้ถอนการอายัดเงินตามที่จำเลยขอโจทก์และจำเลยอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า คดีมีเหตุสมควรให้พิจารณาใหม่นั้น เห็นว่า การขอให้พิจารณาใหม่ในคดีแรงงานพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 40 วรรคสองบัญญัติว่า เมื่อจำเลยได้รับหมายเรียกให้มาศาลตามมาตรา 37 แล้วไม่มาตามกำหนด โดยไม่แจ้งให้ศาลแรงงานทราบเหตุที่ไม่มาให้ศาลแรงงานมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัด และพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียว และมาตรา 41 บัญญัติไว้ว่า ในกรณีที่ศาลแรงงานมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดตามมาตรา 40 วรรคสองหากจำเลยมาแถลงให้ศาลแรงงานทราบถึงความจำเป็นที่ไม่อาจมาศาลได้ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ศาลแรงงานมีคำสั่ง ศาลแรงงานมีอำนาจไต่สวนถึงเหตุแห่งความจำเป็นนั้นได้ และหากเห็นเป็นการสมควร ให้ศาลแรงงานมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งตามมาตรา 40 และดำเนินกระบวนพิจารณาที่ได้กระทำหลังจากที่ได้มีคำสั่งตามมาตรา 40 นั้นใหม่เสมือนหนึ่งมิได้เคยมีกระบวนพิจารณาเช่นว่านั้น ซึ่งเป็นกรณีที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน

พ.ศ. 2522ได้บัญญัติเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้โดยเฉพาะแล้ว จึงต้องบังคับไปตามบทกฎหมายดังกล่าว ไม่อาจนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 31 ได้ คดีนี้จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ต่อศาลแรงงานกลางว่ามิได้จงใจขาดนัด แต่เป็นเพราะจำเลยไม่ได้รับสำเนาคำฟ้องของโจทก์และจำเลยไม่คิดว่าโจทก์จะฟ้องจำเลย เนื่องจากก่อนมีการเลิกจ้างได้มีการตกลงเป็นที่เข้าใจกันแล้ว ถือได้ว่าจำเลยได้อ้างถึงความจำเป็นที่ไม่ได้มาศาลแล้ว เมื่อคำร้องของจำเลยได้ยื่นต่อศาลแรงงานกลางภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันที่จำเลยทราบคำบังคับ คำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยจึงชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน

พ.ศ. 2522 มาตรา 41 แล้ว ชอบที่ศาลแรงงานกลางจะต้องรับคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยไว้ดำเนินการไต่สวนต่อไปส่วนอุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่าศาลแรงงานกลางมีคำสั่งถอนการอายัดเงินตามคำร้องขอของจำเลยโดยมิได้ส่งสำเนาคำร้องให้โจทก์และไม่ให้โอกาสโจทก์คัดค้านก่อน ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 21(2)เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบนั้น เห็นว่า คำร้องขอของจำเลยที่นำที่ดินมาวางเป็นประกันการทุเลาการบังคับคดีและให้ถอนการอายัดเงินเป็นคำร้องที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมิได้บัญญัติไว้ว่าให้ทำได้แต่ฝ่ายเดียว ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 21(2) บัญญัติห้ามมิให้ศาลทำคำสั่งในเรื่องนั้นโดยมิได้ให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมีโอกาสคัดค้านก่อน

ฉะนั้นที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รับที่ดินหลักประกันของจำเลยและให้ถอนการอายัดเงินตามคำร้องขอของจำเลยดังกล่าวโดยมิได้ให้โอกาสแก่โจทก์โต้แย้งคัดค้านเสียก่อน จึงขัดต่อบทกฎหมายดังกล่าวประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำสั่งศาลแรงงานกลางที่ยกคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยและคำสั่งที่ให้รับหลักประกันของจำเลยกับให้ถอนการอายัดเงินตามคำร้องของจำเลย ให้ศาลแรงงานกลางรับคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยไว้ดำเนินการต่อไป และดำเนินการให้โจทก์มีโอกาสคัดค้านคำร้องขอวางหลักประกันและถอนการอายัดเงินของจำเลย แล้วพิจารณาสั่งใหม่ตามรูปคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พูนศักดิ์ จงกลนี · สละ เทศรำพรรณ · กมล เพียรพิทักษ์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้