Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5252/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่โจทก์เป็นผู้ลงชื่อในตั๋วสัญญาใช้เงินร่วมกับ ส. ทุกฉบับที่นำไปจำนำแก่ผู้รับจำนำ ทำให้เห็นว่าโจทก์กับ ส. ทำกิจการร่วมกัน และการที่โจทก์เป็นผู้มีชื่อในสารบัญจดทะเบียนของโฉนด ที่ดินที่โจทก์กับพวกซื้อมาจากบริษัท บ. จำกัดร่วมกับ ส. และคนอื่น ๆ รวม 20 คน อันเป็นข้อเท็จจริงที่แสดงให้เห็นว่าโจทก์ร่วมกับ ส.ซื้อที่ดินดังกล่าวมาแต่ต้น เป็นการแสดงให้เห็นและฟังได้ว่าโจทก์เป็นผู้ที่ร่วมซื้อที่ดินที่นำมาแบ่งแยกและปลูกสร้างอาคารขาย กรณีจึงต้องถือ ว่าการดำเนินการต่าง ๆ เกี่ยวกับที่ดินที่ซื้อมา การ ปลูกสร้างอาคารลง ในที่ดินที่แบ่งแยกเป็นโฉนดแปลงย่อย และการที่ ได้มีการขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในที่ดินที่แบ่งแยกมา ได้ ดำเนินการโดยการรู้เห็น ของโจทก์ ดังนั้น โจทก์จึงเป็นผู้ดำเนินการ เกี่ยวกับการซื้อขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งการดำเนินการ ดังกล่าวเป็นการประกอบการค้า ประเภทการค้า 11 การค้า อสังหาริมทรัพย์ ตามบัญชีอัตราภาษีการค้าใน ป.รัษฎากร โจทก์จึง มีหน้าที่เสียภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลจากรายรับ และภาษีเงินได้จากการขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 40

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้อง ขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เลขที่ 1057/1/39192ปีภาษี พ.ศ. 2527 และ เลขที่ 1057/1/39193 ปีภาษี พ.ศ. 2528ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2530 และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เลขที่ 265 ก/2531/1 และเลขที่ 265 ข/2531/1 ลงวันที่13 กรกฎาคม 2531 เพิกถอนการประเมินภาษีการค้าตามแบบหนังสือแจ้งภาษีการค้า เลขที่ 1057/3/04789 สำหรับเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมพ.ศ. 2527 และเลขที่ 1057/3/04790 สำหรับเดือนมกราคม-กันยายนพ.ศ. 2528 ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2530 และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เลขที่ 266 ก/2531/1 และเลขที่ 266 ข/2531/1ลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2531 และให้เพิกถอนคำสั่งยึดทรัพย์ เลขที่บร. 0354/2531 ลงวันที่ 28 มิถุนายน 2531 และประกาศยึดทรัพย์สินเลขที่ บร.0355/2531 ลงวันที่ 28 มีนาคม 2531จำเลยให้การว่า การประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยโดยโจทก์มิได้อุทธรณ์คัดค้านฟังเป็นยุติว่าโจทก์เป็นผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน 3 แปลง ที่ดินทั้ง 3 แปลงนี้แบ่งแยกสร้างอาคารขึ้นรวม 27 คูหา ในปี พ.ศ. 2527 มีการขายที่ดินและอาคารไปรวม 15 คูหา และในปีพ.ศ. 2528 ขายไป 12 คูหาโดยหลักฐานที่ปรากฏในการซื้อขายนั้นโจทก์มีชื่อเป็นผู้ขายโจทก์มิได้เสียภาษีการค้าและภาษีเงินได้สำหรับรายรับและเงินได้ที่ได้จากการขายที่ดินและอาคารทั้ง 27 คูหา เจ้าพนักงานประเมินได้ประเมินให้โจทก์เสียภาษีการค้าและภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับรายรับและเงินได้จากการขายที่ดินและอาคารดังกล่าว โดยเป็นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เบี้ยปรับและเงินเพิ่มในปี พ.ศ. 2527 รวม 2,847,837บาท ในปี พ.ศ. 2528 รวม 2,143,159 บาท เป็นภาษีการค้า เบี้ยปรับเงินเพิ่มและภาษีบำรุงเทศบาลในปี พ.ศ. 2527 รวม 1,218,640.50 บาทในปี พ.ศ. 2528 รวม 945,343 บาท

โจทก์อุทธรณ์การประเมิน คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เห็นว่าการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินชอบแล้วแต่มีเหตุสมควรลดเบี้ยปรับให้ จึงมีคำวินิจฉัยให้ลดเบี้ยปรับให้โจทก์ร้อยละ 25 ทั้งภาษีการค้าและภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปัญหาวินิจฉัยมีว่าการประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบหรือไม่...

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อที่โจทก์อ้างว่าการประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่ชอบนั้นก็คือ โจทก์มิได้เป็นผู้ทำการค้าที่ดินและมีรายได้จากการขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามที่เจ้าพนักงานตรวจพบ ในข้อนี้โจทก์กล่าวในคำฟ้องและนำสืบว่า นายสมเอก จิตรวานิชกุล นำเอาหนังสือมอบอำนาจที่โจทก์ลงชื่อให้โดยไม่ได้กรอกข้อความไปดำเนินการต่าง ๆตามที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบโดยที่โจทก์มิได้ดำเนินการเกี่ยวกับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในที่ดินแต่ประการใด และไม่ได้รับเงินจากการกระทำดังกล่าวนั้นเลย ได้พิจารณาถึงข้ออ้างดังกล่าวแล้ว โจทก์เองเบิกความว่า โจทก์ทราบว่านายสมเอกได้จัดสรรที่ดินโดยใช้ชื่อว่าศูนย์การค้านิวเชียงกง จึงจองอาคารรวม 4 คูหา โดยทำหนังสือจองอาคารและสัญญาจะซื้อจะขายไว้เช่นเดียวกับที่ปรากฏในเอกสารหมาย

จ.1 แผ่นที่ 9 และ 11 แสดงให้เห็นว่าการจองอาคารในโครงการของนายสมเอกต้องมีหนังสือจองอาคารและเมื่อจองแล้วจะมีการทำสัญญาจะซื้อจะขายกัน ที่โจทก์อ้างว่าได้จองอาคารและทำสัญญาจะซื้อจะขายกับนายสมเอกนั้น โจทก์มิได้มีหนังสือจองอาคาร...ข้อกล่าวอ้างของโจทก์ในชั้นต้นนี้จึงเป็นการกล่าวอ้างอย่างเลื่อนลอยไม่มีเหตุผลที่จะรับฟังได้ทั้งเมื่อพิจารณาตามเอกสารที่โจทก์อ้างมาก็จะเห็นได้ว่าโจทก์ทำกิจการร่วมกับนายสมเอกอันได้แก่เอกสารหมาย จ.6 แผ่นที่ 110 และ 111 โจทก์ลงชื่อเป็นผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินร่วมกับนายสมเอกและในบันทึกท้ายสัญญาจำนำเอกสารหมาย จ.1 แผ่นที่ 181-204 ก็มีข้อความปรากฏว่าโจทก์เป็นผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินร่วมกับนายสมเอกทุกฉบับที่นำไปจำนำแก่ผู้รับจำนำ

การที่โจทก์เป็นผู้ลงชื่อในตั๋วสัญญาใช้เงินตามที่จำนำกันนั้นด้วยตนเอง ทำให้เห็นว่าโจทก์กับนายสมเอกทำกิจการร่วมกันนอกจากนั้นตามเอกสารหมาย จ.2 แผ่นที่ 249 ซึ่งเป็นสำเนาโฉนดที่ดินที่โจทก์กับพวกซื้อมาจากบริษัทเวสเทอร์น จำกัด เมื่อวันที่2 พฤศจิกายน 2526 ก็ปรากฏว่าโจทก์เป็นผู้หนึ่งที่มีชื่อในสารบัญจดทะเบียนว่าซื้อที่ดินดังกล่าวมาร่วมกับนายสมเอกและคนอื่น ๆรวม 20 คน อันเป็นข้อเท็จจริงที่แสดงให้เห็นว่าโจทก์ร่วมกับนายสมเอกซื้อที่ดินดังกล่าวมาตั้งแต่ต้น ข้ออ้างของโจทก์ที่ว่ามีการปลอมใบมอบอำนาจจึงไม่อาจรับฟังได้ ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในเอกสารตามที่กล่าวนั้นเป็นการแสดงให้เห็นและฟังได้ว่าโจทก์เป็นผู้ที่ร่วมซื้อที่ดินที่นำมาแบ่งแยกและปลูกสร้างอาคารขายกรณีจึงทำให้เห็นได้ต่อไปว่าการดำเนินการต่าง

ๆ เกี่ยวกับที่ดินที่ซื้อมาก็ดี การปลูกสร้างอาคารลงในที่ดินที่แบ่งแยกเป็นโฉนดแปลงย่อยก็ดี และการที่ได้มีการขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในที่ดินที่แบ่งแยกมาก็ดีได้ดำเนินการโดยการรู้เห็นของโจทก์เองในชั้นที่เจ้าพนักงานเรียกโจทก์ไปตรวจสอบไต่สวนโจทก์เองก็มิได้ไปให้ข้อเท็จจริงต่อเจ้าพนักงานคงมอบอำนาจให้นายนิพนธ์วิสิษฐยุทธศาสตร์ ไปให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานปรากฏตามใบมอบอำนาจของโจทก์เอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 48 ว่านายนิพนธ์รู้เรื่องราวเกี่ยวกับกิจการและเรื่องภาษีอากรของโจทก์เป็นอย่างดี แต่บันทึกคำให้การของนายนิพนธ์ตามเอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 47 นายนิพนธ์มิได้กล่าวถึงข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการปลอมใบมอบอำนาจของโจทก์แต่ประการใด

ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวกับภาษีที่เจ้าพนักงานเรียกตรวจสอบไต่สวน และถ้ามีการปลอมใบมอบอำนาจของโจทก์ไปกระทำการในกรณีสำคัญและทำให้โจทก์ต้องเสียหายมากมายเช่นนี้ก็ไม่มีเหตุผลที่โจทก์จะนิ่งเฉยไม่ดำเนินการอย่างใดรวมทั้งการไม่ให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่อเจ้าพนักงาน ส่วนที่โจทก์ไปแจ้งความดำเนินคดีแก่นายสมเอกนั้น ก็เป็นการดำเนินการหลังจากที่โจทก์สืบพยานโจทก์และมีการสืบพยานจำเลยไปบ้างแล้ว เป็นพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าโจทก์แจ้งความเพื่อนำเอาหลักฐานในการแจ้งความนั้นมาสนับสนุนข้ออ้างของโจทก์ตามที่โจทก์อ้างไว้ในคดีนี้ จึงไม่มีเหตุผลที่จะให้รับฟังได้ นอกจากนี้ในชั้นที่โจทก์ยื่นอุทธรณ์การประเมินโจทก์อ้างเหตุที่ไม่ต้องรับผิดในเงินภาษีที่เจ้าพนักงานแจ้งประเมินว่าโจทก์ลงชื่อในโฉนดที่ดินที่มีการซื้อขายและขายไปจนมีรายรับและเงินได้แทนบุคคลอื่น

มิได้อ้างถึงว่ามีการปลอมใบมอบอำนาจของโจทก์แต่ประการใด ทั้งข้ออ้างในเรื่องการมอบอำนาจตามคำฟ้องกับทางนำสืบของโจทก์ก็ต่างกันคือ ในคำฟ้องโจทก์อ้างว่ามอบอำนาจให้ไปเพื่อขออนุญาตดำเนินการจัดสรรที่ดินแต่ในชั้นนำสืบโจทก์อ้างว่าเป็นการมอบอำนาจเรื่องที่โจทก์จองอาคารของนายสมเอก เมื่อข้ออ้างของโจทก์นอกจากจะไม่มีเหตุผลแล้วยังอ้างเหตุไปคนละอย่างเช่นนี้ จึงไม่อาจฟังตามที่อ้างได้ข้อเท็จจริงเชื่อได้ตามหลักฐานที่เจ้าพนักงานตรวจพบว่าโจทก์เป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับการซื้อขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นการประกอบการค้าประเภทการค้า 11.การค้าอสังหาริมทรัพย์ ตามบัญชีอัตราภาษีการค้าในประมวลรัษฎากรโจทก์จึงมีหน้าที่เสียภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลจากรายรับและภาษีเงินได้สำหรับเงินที่ได้จากการขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและเมื่อจำนวนเงินภาษีที่เจ้าพนักงานคำนวณสำหรับรายรับและเงินได้ของโจทก์จากกิจการที่เจ้าพนักงานตรวจพบนั้นโจทก์มิได้โต้แย้งว่าไม่ถูกต้องอย่างไร จึงไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม เฟื่องฟุ้ง · ก้าน อันนานนท์ · ตัน เวทไว
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4847/2566

การที่ผู้คัดค้านในฐานะเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขายทอดตลาดที่ดินของจำเลย เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดเป็นเงินได้ของกองทรัพย์สินจำเลย จำเลยโดยผู้คัดค้านมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ตาม ป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4725/2565

แม้เอกสารที่โจทก์นำสืบจะเป็นภาษาต่างประเทศและไม่ได้ทำคำแปลเป็นภาษาไทย แต่คู่ความสามารถส่งพยานเอกสารที่ทำขึ้นเป็นภาษาต่างประเทศต่อศาลได้โดยไม่จำต้องทำคำแปลเป็นภาษาไทยเสมอไป เว้นเสียแต่ศาลสั่งให้ทำคำแปล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3292/2561

ป.รัษฎากร มาตรา 57 ฉ วรรคสอง บัญญัติว่า "ในกรณีที่เงินได้พึงประเมินไม่อาจแยกได้อย่างชัดแจ้งว่าเป็นของสามีหรือภริยาแต่ละฝ่ายจำนวนเท่าใด ให้ถือเป็นเงินได้พึงประเมินของสามีและภริยาฝ่ายละกึ่งหนึ่ง เว้นแต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7843/2560

หลักการเสียภาษีอากรสำหรับบุคคลธรรมดานั้น เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้รับเป็นเงินได้อันจะนำมาคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต้องเป็นสิ่งที่ได้รับมาแล้วเท่านั้น มิใช่เป็นเพียงสิทธิเรียกร้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6320/2560

การพิจารณาว่าเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทใด นอกจากพิจารณาถึงลักษณะของงานที่ทำแล้วยังต้องพิจารณาจากค่าใช้จ่ายที่ก่อให้เกิดเงินได้จากการประกอบวิชาชีพดังกล่าวประกอบด้วย เนื่องจาก ป.รัษฎากร ให้หักค่าใช้จ่า…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้