Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5244/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 69 ทวิ วรรคห้า ให้อำนาจเจ้าพนักงานที่ดินสอบสวนไกล่เกลี่ยเพื่อให้การรังวัดสอบเขตและการออกโฉนดตามแนวเขตที่รังวัดใหม่ซึ่งเปลี่ยนไปสามารถดำเนินการต่อไปได้เพื่อประโยชน์แก่คู่กรณีที่จะได้ทราบแนวเขตที่แท้จริงตามที่ตกลงกัน และถ้าไกล่เกลี่ยแล้วไม่สามารถตกลงกันได้ก็แจ้งให้คู่กรณีไปฟ้องภายใน 90 วัน ถ้าไม่มีการนำคดีไปฟ้องภายในกำหนดดังกล่าวเพียงถือว่าผู้ขอสอบเขตโฉนดที่ดินไม่ประสงค์จะให้ดำเนินการตามคำขออีกต่อไป และทำให้เจ้าพนักงานที่ดินมีอำนาจที่จะไม่รังวัดสอบเขตที่ดินต่อไปได้โดยไม่มีความผิดเท่านั้น หาใช่เป็นบทกำหนดวิธีการและขั้นตอนให้ผู้ยื่นคำขอรังวัดต้องปฏิบัติก่อนจึงจะฟ้องคดีได้ไม่ และไม่มีผลทำให้การถูกจำเลยโต้แย้งสิทธิของโจทก์ตามความจริงไม่เกิดขึ้นหรือหมดไป โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง คำขอท้ายฟ้องที่ขอให้จำเลยถอยร่นแนวเขตที่ดินของจำเลยออกไปจากที่ดินโจทก์และห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องนั้น ถือได้ว่าเป็นคำขอให้จำเลยรับรองแนวเขตที่ดินโจทก์ศาลจึงพิพากษาให้จำเลยรับของแนวเขตที่ดินโจทก์ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดที่ 3071 จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 เป็นเจ้าของร่วมกันในที่ดินไม่ทราบหมายเลขโฉนด โดยอยู่ด้านทิศตะวันออกของที่ดินโจทก์ โจทก์ได้ยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขอให้รังวัดสอบเขตที่ดินโจทก์แต่เจ้าพนักงานไม่สามารถรังวัดสอบเขตที่ดินได้ เนื่องจากจำเลยทั้งห้าชี้อาณาเขตที่ดินล้ำเข้ามาในที่ดินโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าถอยร่นแนวเขตที่ดินของจำเลยทั้งห้าออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 3071 ตำบลเสนา อำเภออุไทยใหญ่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและห้ามเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าวจำเลยทั้งห้าขาดนัดยื่นคำให้การศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จำเลยที่ 1 ถึงแก่กรรม นางสาวสายหยุดตรีมณี ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความศาลอุทธรณ์ภาค 2 อนุญาตศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 3071 เลขที่ดิน 21 ตำบลเสนา อำเภออุทัยใหญ่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตามเอกสารหมาย จ.1 และจำเลยทั้งห้ามีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในที่ดินโฉนดเลขที่ 10100 เลขที่ดิน 120 ตำบลเสนา อำเภออุทัย (อุทัยใหญ่) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และอยู่ติดกับที่ดินโจทก์ด้านทิศตะวันออกมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า โจทก์เบิกความว่า เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน2537 โจทก์ยื่นคำขอสอบเขตที่ดินโฉนดเลขที่ 3071 ต่อเจ้าพนักงานที่ดิน โดยนายจรัลพูนศิริ เป็นผู้ไปรังวัดแต่ไม่อาจจะสอบเขตที่ดินได้ เพราะจำเลยทั้งห้าชี้แนวเขตที่ดินล้ำเข้าไปในที่ดินโจทก์ และนายจรัลผู้รังวัดสอบเขตเบิกความสนับสนุนอีกว่า

ได้ไปรังวัดที่ดินโจทก์เมื่อปี 2538 ปรากฏว่าจำเลยทั้งห้าเคยขอแก้ไขเนื้อที่ดินของตนและขอออกโฉนดล้ำที่ดินโจทก์ ตามแผนที่เอกสารหมาย จ.4 และจำเลยที่ 5 ก็เบิกความโต้แย้งว่าที่ดินจำเลยทั้งห้า ไม่ได้ล้ำเข้าไปในที่ดินโจทก์แต่ที่ดินโจทก์ล้ำเข้าไปในที่ดินจำเลยทั้งห้าถือได้ว่าจำเลยทั้งห้าโต้แย้งสิทธิเกี่ยวกับที่ดินของโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งห้าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 ส่วนกรณีที่เจ้าพนักงานที่ดินไปรังวัดสอบเขตแล้ว เจ้าของที่ดินข้างเคียงคัดค้านการรังวัดและไม่มีการไกล่เกลี่ยของเจ้าพนักงานที่ดินนั้นเห็นว่าประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 69 ทวิ วรรคห้า เป็นบทบัญญัติให้อำนาจเจ้าพนักงานที่ดินสอบสวนไกล่เกลี่ยเพื่อให้การรังวัดสอบเขตและการออกโฉนดตามแนวเขตที่รังวัดใหม่ซึ่งเปลี่ยนไป

สามารถดำเนินการต่อไปได้เพื่อประโยชน์แก่คู่กรณีที่จะได้ทราบแนวเขตที่แท้จริงตามที่ตกลงกัน และถ้าไกล่เกลี่ยแล้วไม่สามารถตกลงกันได้ก็แจ้งให้คู่กรณีไปฟ้องภายใน 90 วัน ถ้าไม่มีการนำคดีไปฟ้องภายในกำหนดดังกล่าวเพียงถือว่าผู้ขอสอบเขตโฉนดที่ดินไม่ประสงค์จะให้ดำเนินการตามคำขออีกต่อไป และทำให้เจ้าพนักงานที่ดินมีอำนาจที่จะไม่รังวัดสอบเขตที่ดินต่อไปได้โดยไม่มีความผิดเท่านั้น หาใช่เป็นบทกำหนดวิธีการและขั้นตอนให้ผู้ยื่นคำขอรังวัดต้องปฏิบัติก่อนจึงจะฟ้องคดีได้ไม่ และไม่มีผลทำให้การถูกโต้แย้งสิทธิของโจทก์ตามความจริงไม่เกิดขึ้นหรือหมดไปโจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ข้อนี้ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้นส่วนปัญหาว่าที่ดินจำเลยทั้งห้าตามเอกสารหมาย

ล.1 ล้ำเข้าไปในที่ดินโจทก์หรือไม่ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ยังไม่ได้วินิจฉัยศาลฎีกาเห็นควรวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวไปโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยก่อน เห็นว่า โฉนดที่ดินเลขที่3071 เอกสารหมาย จ.1 ของโจทก์ กับโฉนดที่ดินเลขที่ 3074 เอกสารหมาย ล.2 และโฉนดที่ดินเลขที่ 10100 เอกสารหมาย ล.1 ของจำเลยทั้งห้าซึ่งแบ่งแยกมาจากที่ดินโฉนดเอกสารหมาย ล.2 ได้ออกโดยอาศัยแผนที่ระวางเอกสารหมาย จ.2 ทั้งสิ้น ซึ่งแนวเขตที่ดินโจทก์ด้านทิศตะวันออกที่ติดกับที่ดินจำเลยทั้งห้า และรูปแผนที่ในโฉนดที่ดินเอกสารหมาย จ.1 มีลักษณะเหมือนกับแนวและรูปแผนที่ในระวางแผนที่เอกสารหมาย จ.2 แต่แนวเขตด้านทิศตะวันตกและรูปแผนที่ในโฉนดที่ดินของจำเลยทั้งห้าเอกสารหมาย

ล.1และ ล.2 มีลักษณะผิดไปจากที่ปรากฏในระหว่างแผนที่ดังกล่าว ทั้งเมื่อเจ้าพนักงานที่ดินไปรังวัดเพื่อแบ่งแยกที่ดินตามเอกสารหมาย ล.2 ปรากฏว่าที่ดินตามเอกสารหมาย ล.2มีเนื้อที่เพิ่มขึ้นจากเดิม 3 งาน 15 ตารางวา และได้มีการแก้ไขให้ปรากฏตามสารบัญจดทะเบียนท้ายเอกสารดังกล่าว นอกจากนี้นายจรัลผู้รังวัดที่ดินโจทก์เบิกความว่าการรังวัดสอบเขตที่ดินโจทก์ปรากฏว่าแนวเขตที่ดินจำเลยทั้งห้าที่จำเลยที่ 5 เคยขอแก้ไขเพิ่มเติมเนื้อที่ในภายหลังได้ล้ำเข้าไปในที่ดินโจทก์ ทำให้ที่ดินโจทก์มีเนื้อที่ลดลง ซึ่งคำเบิกความของนายจรัลมีเหตุผลสนับสนุนข้อเท็จจริงข้างต้นให้มีน้ำหนักรับฟังได้ยิ่งขึ้น ที่จำเลยทั้งห้าอ้างว่า เมื่อจำเลยที่ 5 ยื่นคำขอแบ่งแยกที่ดินเอกสารหมาย

ล.2 เพื่อแบ่งให้จำเลยที่ 5 และนางประกอบ บัวศรี พี่สาวจำเลยที่ 5 และเจ้าพนักงานที่ดินรังวัดแบ่งแยกตามโฉนดที่ดินเอกสารหมาย ล.1 มารดาโจทก์ไประวังแนวเขตและรับรองแนวเขตตามเอกสารหมาย ล.8ท้ายฎีกาโจทก์นั้น ปรากฏว่านางประกอบพี่สาวจำเลยที่ 5 เป็นผู้รับมอบอำนาจจากมารดาโจทก์ไประวังแนวเขตแทน ซึ่งนางประกอบอาจจะรับรองแนวเขตผิดไปจากความจริงเพื่อประโยชน์ของตนเองและจำเลยที่ 5 ก็ได้ การรับรองแนวเขตของนางประกอบผู้รับมอบอำนาจจากมารดาโจทก์หาเป็นข้อชี้ว่านางประกอบได้รับรองแนวเขตถูกต้องตรงกับความจริงไม่ ข้ออ้างและพยานหลักฐานของจำเลยทั้งห้าขาดเหตุผลและน้ำหนักน้อยกว่าพยานหลักฐานโจทก์ พยานหลักฐานโจทก์มีเหตุผลและน้ำหนักรับฟังได้ว่า

แนวเขตที่ดินจำเลยทั้งห้าด้านทิศตะวันตกตามเอกสารหมาย ล.1 และรูปแผนที่ในเอกสารดังกล่าวไม่ถูกต้องตามความจริง และล้ำเข้าไปในที่ดินโจทก์เอกสารหมาย จ.1 ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้นเช่นเดียวกัน และที่โจทก์มีคำขอท้ายฟ้องขอให้จำเลยทั้งห้าถอยร่นแนวเขตที่ดินจำเลยทั้งห้าออกไปจากที่ดินโจทก์ และห้ามจำเลยทั้งห้าเข้าเกี่ยวข้องนั้นถือได้ว่าโจทก์มีคำขอให้จำเลยทั้งห้ารับรองแนวเขตที่ดินโจทก์นั่นเอง"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งห้ารับรองแนวเขตที่ดินโจทก์ตามโฉนดเลขที่ 3071ตำบลเสนา อำเภออุไทยใหญ่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เอกสารหมาย จ.1 และห้ามมิให้จำเลยทั้งห้าเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าวของโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล คุปต์กาญจนากุล · ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์ · สุวัฒน์ วรรธนะหทัย
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1760/2568

โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้บริโภคโดยมีข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีรวมทั้งคำขอบังคับ ตามสัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาบริการสำหรับห้องหมายเลข FM-B002 ในศูนย์การค้าของโจทก์ จำเลยให้กา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1241/2567

การที่โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าการแสดงเจตนาจดทะเบียนหย่าระหว่างจำเลยทั้งสองทำขึ้นมีเจตนาลวงโดยสมรู้กันมิได้มีเจตนาหย่ากันจริงแต่จดทะเบียนหย่าเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับคดี การจดทะเบียนหย่าตกเป็นโมฆะ และเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 907/2567

จำเลยรื้อรั้วกำแพงที่พิพาทซึ่งเป็นสาธารณูปโภคของโครงการจัดสรรที่ดินของโจทก์ จึงเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ แม้จำเลยโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 6170 ,6171 ซึ่งเป็นที่ตั้งของรั้วกำแพงที่พิพาทไปให้แก่ผู้อื่นก่อนท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4727/2566

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งหกในฐานะผู้จัดการมรดกร่วมกันแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่โจทก์ โดยระบุในคำฟ้องว่า จ. โดย ท. ผู้แทนโดยชอบธรรม จำเลยที่ 4 และ ด. โดย ส. ผู้แทนโดยชอบธรรม จำเลยที่ 5 จึงเป็นการฟ้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2566 (เลขอ้างอิง 691966)

ขณะยื่นคําฟ้องขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้นโจทก์มีฐานะเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทจำเลย โดยอ้างว่าจำเลยจัดประชุมเพื่อเพิ่มทุนจดทะเบียนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย แย่งสิทธิการถือหุ้นและอำนาจบริหารของโจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้