Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5243/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้จำเลยทั้งสองจะให้การรับสารภาพตามฟ้องว่าร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน แต่โจทก์ต้องสืบพยานให้ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยกระทำความผิดจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176 วรรคหนึ่งแม้โจทก์จะมีเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมมาเบิกความ แต่คำเบิกความดังกล่าวคงรับฟังได้เพียงว่าได้เป็นผู้จับกุมจำเลย ส่วนที่อ้างว่าจำเลยทั้งสองมีพฤติการณ์ในการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้บุคคลอื่นเป็นเพียงการกล่าวอ้างลอย ๆ จึงมีเพียงคำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเท่านั้นที่นำมาใช้ประกอบคำให้การรับสารภาพของจำเลยทั้งสองในชั้นพิจารณาพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่มีน้ำหนักเป็นที่พอใจว่าจำเลยทั้งสองมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย คงมีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2541 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองกระทำผิดกฎหมายหลายกรรมต่างกันคือ จำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 12 1/2 เม็ด ไม่ทราบปริมาณน้ำหนักที่แน่ชัดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำเลยทั้งสองร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวให้แก่ผู้มีชื่อจำนวน 6 เม็ด ไม่ทราบปริมาณน้ำหนักที่แน่ชัดในราคา 1,700 บาท อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายเหตุเกิดที่ตำบลหินดาด อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมาเจ้าพนักงานจับจำเลยทั้งสองได้พร้อมธนบัตรรวมเป็นเงิน 1,700 บาทซึ่งเป็นเงินที่จำเลยทั้งสองได้มาจากการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนและเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยทั้งสองร่วมกันมีไว้เพื่อจำหน่ายที่เหลือจากการจำหน่ายจำนวน 6 1/2 เม็ด และยึดรถจักรยานยนต์ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนที่จำเลยทั้งสองใช้ในการกระทำผิดเป็นของกลางเมทแอมเฟตามีนของกลางหมดไปในการตรวจพิสูจน์

ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8,15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 91 ริบเงินจำนวน 1,700 บาท และรถจักรยานยนต์ของกลางจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธแต่เมื่อสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว จำเลยที่ 2 กลับให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง,66 วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกคนละ 6 ปี และฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุกคนละ5 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุกคนละ 11 ปี

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คนละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 5 ปี 6 เดือน ริบเงินสดจำนวน 900 บาท และรถจักรยานยนต์ของกลาง คืนเงินสดของกลางจำนวน 800 บาท แก่เจ้าของจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง,67 จำคุกคนละ 1 ปี ปรับคนละ 10,000 บาท ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คนละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ6 เดือน ปรับคนละ 5,000 บาท โทษจำคุกรอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 ยกฟ้องในความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายและมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย

คำขออื่นให้ยกนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 9 เมษายน2541 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองถูกเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา จับกุมได้พร้อมกับธนบัตรและเมทแอมเฟตามีนจำนวนหนึ่งเป็นของกลางปรากฏตามบันทึกการจับกุมและบัญชีของกลางคดีอาญา เมทแอมเฟตามีนของกลางตรวจพิสูจน์แล้วปรากฏว่าเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าจำเลยทั้งสองได้กระทำความผิดตามฟ้องโจทก์จริงหรือไม่ โจทก์ก็มีร้อยตำรวจเอกคัมภีร์และจ่าสิบตำรวจพงษ์สันติ ศรีนาค พยานผู้จับกุมยืนยันว่าก่อนจับกุมจำเลยทั้งสองนั้นได้สืบทราบมาก่อนว่า

จำเลยทั้งสองมีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่บุคคลภายในหมู่บ้านจึงได้เดินทางไปที่บ้านหนองพลอง ตำบลหินดาด อำเภอห้วยแถลงจังหวัดนครราชสีมา ได้พบจำเลยทั้งสองขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาจึงได้โบกรถให้หยุดทำการตรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีนจำนวน4 เม็ด อยู่ในกระเป๋ากางเกงของจำเลยที่ 1 และพบเมทแอมเฟตามีนจำนวน 2 1/2 เม็ด อยู่ในกระเป๋าสตางค์ของจำเลยที่ 2 พร้อมเงินสด1,700 บาท ซึ่งจำเลยทั้งสองได้ให้การรับสารภาพว่า ได้จำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำนวน 6 เม็ด ให้แก่นายอ๋า (ไม่ทราบนามสกุล)และส่วนที่เหลืออีก 6 1/2 เม็ด ของกลางนั้นมีไว้เพื่อจำหน่ายจึงได้ยึดเมทแอมเฟตามีนดังกล่าว เงินสดจำนวน 1,700 บาท และรถจักรยานยนต์ไว้เป็นของกลาง และโจทก์ยังมีพันตำรวจโทศุภวัฒน์

รังคะวัต พนักงานสอบสวนเบิกความว่า จำเลยทั้งสองได้รับสารภาพว่าร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยสมัครใจ เห็นว่า คดีนี้แม้จำเลยทั้งสองจะให้การรับสารภาพก็เป็นเรื่องที่โจทก์และศาลต้องดำเนินกระบวนพิจารณาตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 176 วรรคหนึ่ง นั่นคือ โจทก์ต้องสืบพยานให้ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริง แม้โจทก์จะมีร้อยตำรวจเอกคัมภีร์และจ่าสิบตำรวจพงษ์สันติ เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมเป็นพยานเบิกความดังโจทก์ฎีกามาก็ตาม แต่ตามคำเบิกความดังกล่าวนั้นก็ฟังได้แต่เพียงว่าพยานโจทก์ทั้งสองเป็นผู้จับกุมจำเลยในวันที่ 9 เมษายน 2541 ตามบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย

จ.1 จริงเท่านั้น ส่วนพฤติการณ์ที่อ้างว่าสืบทราบว่าจำเลยทั้งสองมีพฤติการณ์ในการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้กับบุคคลในหมู่บ้านนั้นเป็นเพียงกล่าวอ้างลอย ๆ ของเจ้าพนักงานผู้จับกุมไม่มีพยานอื่นสนับสนุนให้ฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองมีพฤติการณ์ในการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน และในขณะที่จับกุมจำเลยทั้งสองก็ไม่มีพฤติการณ์ใด ๆ ที่จะแสดงให้เป็นเหตุให้น่าเชื่อว่าจำเลยทั้งสองมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและได้จำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่ผู้อื่นไป พยานหลักฐานของโจทก์จึงมีแต่เพียงคำรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนของจำเลยเท่านั้นที่โจทก์ใช้นำมาประกอบคำให้การรับสารภาพของจำเลยทั้งสองในชั้นพิจารณา จึงเห็นว่าพยานหลักฐานดังกล่าวของโจทก์ยังไม่มีน้ำหนักเป็นที่พอใจว่าจำเลยทั้งสองมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีดี รุ่งวิสัย · อัธยา ดิษยบุตร · สมศักดิ์ เนตรมัย
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้