คำฟ้องและคำให้การ
คดีสืบเนื่องมาจากเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลย โจทก์เป็นผู้ให้ราคาสูงสุดเป็นเงิน ๓,๕๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องคัดค้านว่าราคาสูงสุดต่ำกว่าราคาจริง ขอให้ประกาศขายใหม่โดยกำหนดราคาขั้นต่ำ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขายทอดตลาดทรัพย์รายนี้แก่โจทก์ผู้เสนอราคาสูงสุด จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในการขายทอดตลาดทรัพย์สินรายพิพาททุกครั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ได้กำหนดเงื่อนไขให้ผู้เข้าประมูลสู้ราคาทุกคนทราบก่อนการขายทอดตลาดว่า ในการขายทอดตลาดเมื่อมีผู้ให้ราคาสูงสุดแล้วจะนับหนึ่งถึงสามก่อนเคาะไม้ตกลงขาย แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีใช้วิธีเสนอให้ศาลชั้นต้นเป็นผู้อนุญาตให้ขายในกรณีที่มีผู้เข้าประมูลได้ให้ราคาสูงสุดแล้ว เมื่อศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขายแล้ว จึงตกลงขายให้ หากศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ขายก็จะประกาศขายใหม่ดังนั้นการที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขายทรัพย์สินรายพิพาทให้แก่โจทก์ผู้สู้ราคาสูงสุดแล้ว การขายทอดตลาดย่อมบริบูรณ์ และในการขายทอดตลาดเจ้าพนักงานบังคับคดีจะกำหนดราคาขั้นต่ำของทรัพย์สินที่ขายทอดตลาดไว้หรือไม่ก็ได้
เมื่อได้ความว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีผู้ขายทอดตลาดทรัพย์สินรายนี้ไม่ได้กระทำการฝ่าฝืนบทบัญญัติว่าด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษา โดยมีบุคคลเข้าสู้ราคาเป็นการชอบด้วยกฎหมาย เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นว่ามีผู้ให้ราคาสูงสุดเป็นเงิน ๓,๕๐๐,๐๐๐ บาท ก็ได้รายงานศาลเพื่อให้พิจารณาว่าสมควรขายให้แก่ผู้ให้ราคาสูงสุดหรือไม่ เมื่อไม่มีพฤติการณ์ส่อให้ศาลเห็นว่า การประมูลซื้อทรัพย์ที่ขายทอดตลาดรายนี้เป็นการสมรู้กันกดราคาซื้อ จึงมีคำสั่งอนุญาตขายให้แก่ผู้สู้ราคาสูงสุดนั้นต้องถือว่าการขายทอดตลาดเป็นอันสมบูรณ์แล้ว จำเลยที่ ๒ จะมาขอให้ยกเลิกการขายและขอให้ศาลสั่งขายทอดตลาดใหม่หาได้ไม่
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน.