Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5239/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ที่ 1 ฟ้องจำเลยทั้งสามในฐานะทายาทของ ย. และจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของ ย.โดยอ้างเหตุว่าย.ผิดสัญญาเช่าซื้อแล้วถึงแก่ความตายในเวลาต่อมาโจทก์ที่ 1 บอกเลิกสัญญาต่อจำเลยทั้งสามซึ่งเป็นทายาทของ ย. แล้วขอให้บังคับจำเลยทั้งสามคืนรถที่เช่าซื้อหรือชำระราคา จำเลยทั้งสามต่อสู้ว่าสัญญาเช่าซื้อเป็นโมฆะ รถที่เช่าซื้อเจ้าพนักงานตำรวจเป็นผู้ยึดไว้จำเลยทั้งสามจึงคืนให้ไม่ได้ ประเด็นข้อพิพาทจึงมีเพียงว่าสัญญาเช่าซื้อเป็นโมฆะหรือไม่ ย. และจำเลยทั้งสามผิดสัญญาเช่าซื้อหรือไม่ เมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า สัญญาเช่าซื้อไม่เป็นโมฆะและ ย. และฝ่ายจำเลยทั้งสามไม่ได้ผิดสัญญาแล้วก็ชอบที่จะยกฟ้องของโจทก์ที่ 1 การที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยต่อไปว่าโจทก์ที่ 1 และจำเลยทั้งสามได้ตกลงเลิกสัญญากันโดยปริยายแล้วย่อมเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยเรียกจำเลยสำนวนหลังว่าโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ตามลำดับ และเรียกโจทก์สำนวนหลังว่าจำเลยที่ 1สำนวนแรกโจทก์ที่ 1 ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2532นายเย็นทำสัญญาเช่าซื้อรถแทรกเตอร์ขนาดเล็กจากโจทก์ที่ 1จำนวน 1 คัน ในราคา 237,000 บาท ชำระเงินในวันทำสัญญาแล้ว60,000 บาท ค้างชำระจำนวน 177,000 บาท ต้องชำระให้เสร็จภายในเดือนมีนาคม 2533 ยอมให้คิดดอกเบี้ยในเงินที่ค้างในอัตราร้อยละ3 บาทต่อเดือน นายเย็นชำระเงินให้โจทก์ที่ 1 แล้ว เมื่อวันที่18 ธันวาคม 2532 จำนวน 90,000 บาท เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2533จำนวน 10,000 บาท เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2533 จำนวน 50,000 บาทเมื่อครบกำหนดแล้วนายเย็นไม่ชำระเงินและค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 1ตามสัญญาเป็นการผิดนัด

ต่อมาวันที่ 30 มิถุนายน 2533 นายเย็นถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดก จำเลยที่ 2 ที่ 3ในฐานะทายาทของนายเย็นกลับนำรถแทรกเตอร์ไปขายให้ผู้มีชื่อเป็นการผิดสัญญา โจทก์ที่ 1 บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อต่อจำเลยทั้งสามแล้ว ขอให้บังคับจำเลยคืนรถแทรกเตอร์ยี่ห้อฟอร์ด สีฟ้าหมายเลขเครื่อง อาร์ดี 015912 บี 5 แก่โจทก์ที่ 1 หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 237,000 บาทจำเลยทั้งสามให้การว่า รถแทรกเตอร์ที่โจทก์ที่ 1 นำมาให้นายเย็นเช่าซื้อตามสัญญานั้นเป็นรถที่ไม่มีทะเบียนยังไม่เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ สัญญาเช่าซื้อตามฟ้องจึงเป็นโมฆะรถแทรกเตอร์ดังกล่าวเจ้าพนักงานตำรวจยึดเอาไป จำเลยทั้งสามจึงไม่สามารถส่งคืนให้โจทก์ที่ 1 ได้

ขอให้ยกฟ้องโจทก์ที่ 1สำนวนหลังจำเลยที่ 1 ฟ้องว่า นายเย็นทำสัญญาเช่าซื้อรถแทรกเตอร์ ยี่ห้อฟอร์ด จำนวน 1 คัน จากโจทก์ที่ 1 ในราคา237,000 บาท ชำระเงินแล้ว 210,000 บาท ต่อมานายเย็นถึงแก่กรรม ปรากฏว่าขณะทำสัญญาเช่าซื้อโจทก์ที่ 1 ยังไม่ได้รับโอนทะเบียนรถแทรกเตอร์มาเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ที่ 1สัญญาเช่าซื้อย่อมเป็นโมฆะ โจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 ที่ 3ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการจึงต้องร่วมกันรับผิดคืนเงินแก่จำเลยที่ 1ขอให้บังคับโจทก์ทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 210,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลยที่ 1โจทก์ที่ 1 และที่ 3 ให้การว่า ขณะนายเย็นทำสัญญาเช่าซื้อนั้น รถแทรกเตอร์เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ที่ 1 โดยโจทก์ที่ 1ซื้อมาจากโจทก์ที่ 3 และโจทก์ที่ 3 ซื้อมาจากบริษัทสหการอุปกรณ์จำกัด

สัญญาเช่าซื้อไม่เป็นโมฆะ โจทก์ที่ 1 จดทะเบียนเลิกห้างแล้วจำเลยที่ 1 ไม่มีอำนาจฟ้องผู้เป็นหุ้นส่วนของโจทก์ที่ 1 ให้รับผิดขอให้ยกฟ้องระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ขอถอนฟ้องโจทก์ที่ 2ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวนจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกอุทธรณ์จำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่าคดีที่โจทก์ที่ 1 ฟ้องจำเลยทั้งสาม คู่ความไม่ได้อุทธรณ์นั้นไม่ถูกต้อง เพราะอุทธรณ์ที่นายอนัน สุวรรณราช ทนายจำเลยที่ 1เป็นผู้ลงลายมือชื่ออุทธรณ์แทนจำเลยที่ 1 นั้น ได้โต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่วินิจฉัยว่า คู่สัญญาตกลงเลิกสัญญากันโดยปริยายแล้วนั้นว่า

ฝ่ายจำเลยยังไม่ได้ตกลงเลิกสัญญาอันเป็นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นในคดีที่โจทก์ที่ 1 ฟ้องจำเลยทั้งสามนั่นเอง ประกอบกับศาลชั้นต้นเพิ่งยกปัญหาข้อนี้ขึ้นมาวินิจฉัยในคำพิพากษา จำเลยที่ 1 ไม่สามารถยกปัญหาข้อนี้ขึ้นกล่าวในศาลชั้นต้นเพราะพฤติการณ์ไม่เปิดช่องให้กระทำได้ จำเลยที่ 1จึงมีสิทธิที่จะยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคสอง การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1ไม่วินิจฉัยตามประเด็นที่จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ โดยอ้างว่าจำเลยที่ 1อุทธรณ์ในคดีที่จำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์ที่ 1 กับพวกและข้ออุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ไม่ใช่ข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 ไม่รับวินิจฉัยให้นั้น เป็นการพิพากษาคดีที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 ประกอบด้วยมาตรา 246เพราะไม่ได้วินิจฉัยตามประเด็นที่จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ และเป็นประเด็นที่ศาลชั้นต้นได้ยกขึ้นวินิจฉัยไว้โดยตรง

ดังนี้เป็นกรณีที่ปรากฏเหตุต่อศาลฎีกาว่าศาลอุทธรณ์ภาค 1 มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยคำพิพากษาชอบที่ศาลฎีกาจะยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 เสียแต่เห็นสมควรวินิจฉัยคดีให้ไปโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาใหม่พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยที่ 1 อุทธรณ์โต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าฝ่ายจำเลยไม่มีเจตนาเลิกสัญญานั้น เห็นว่า

โจทก์ที่ 1ฟ้องจำเลยทั้งสามในฐานะทายาทของนายเย็น และจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายเย็นโดยอ้างเหตุว่านายเย็นผิดสัญญาเช่าซื้อแล้วถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา โจทก์ที่ 1 บอกเลิกสัญญาต่อจำเลยทั้งสามซึ่งเป็นทายาทของนายเย็นแล้ว ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามคืนรถแทรกเตอร์ที่เช่าซื้อหรือชำระราคา จำเลยทั้งสามต่อสู้ว่าสัญญาเช่าซื้อเป็นโมฆะไม่มีผลบังคับคู่สัญญาต้องคืนสู่สภาพเดิมรถแทรกเตอร์ที่เช่าซื้อเจ้าพนักงานตำรวจเป็นผู้ยึดไว้จำเลยทั้งสามจึงคืนให้ไม่ได้ ดังนั้นประเด็นข้อพิพาทจึงมีเพียงว่าสัญญาเช่าซื้อเป็นโมฆะหรือไม่ นายเย็นและจำเลยทั้งสามผิดสัญญาเช่าซื้อหรือไม่เท่านั้น เมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า สัญญาเช่าซื้อไม่เป็นโมฆะและนายเย็นและฝ่ายจำเลยทั้งสามไม่ได้ผิดสัญญาแล้วก็ชอบที่จะยกฟ้องของโจทก์ที่ 1 และจำเลยที่ 1 เสีย

ดังนั้นการที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยต่อไปว่า โจทก์ที่ 1 และจำเลยทั้งสามได้ตกลงเลิกสัญญากันโดยปริยายแล้วย่อมเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นแห่งคำฟ้องและคำให้การ ชอบที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 จะพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยยกคำวินิจฉัยในส่วนนี้เสียยืนในผลที่ให้ยกฟ้อง โจทก์ที่ 1 และจำเลยที่ 1 ฉะนั้นจึงไม่ต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริงตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ว่า ฝ่ายจำเลยได้ตกลงเลิกสัญญากับโจทก์ที่ 1 โดยปริยายแล้วหรือไม่"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 และพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยยกคำวินิจฉัยเฉพาะในส่วนที่ได้วินิจฉัยว่า"ทั้งสองฝ่ายได้เลิกสัญญาต่อกันโดยปริยายแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม ฝ่ายจำเลยต้องคืนรถที่เช่าซื้อแก่โจทก์ที่ 1 โจทก์ที่ 1 ต้องคืนค่าเช่าซื้อแก่ฝ่ายจำเลย แต่ฝ่ายจำเลยได้ใช้รถที่เช่าซื้อตลอดมาต้องใช้ค่าใช้รถที่เช่าซื้อแก่โจทก์ที่ 1โจทก์ที่ 1 ได้รับค่าเช่าซื้อมาพอสมควรแล้ว จำเลยทั้งสามจึงไม่ต้องใช้เงินแก่โจทก์ที่ 1 โจทก์ที่ 1 ได้รับรถที่ให้เช่าซื้อคืนมาแล้ว จำเลยทั้งสามจึงไม่ต้องคืนหรือใช้ราคารถที่เช่าซื้อแก่โจทก์ที่ 1 อีก" นั้นเสีย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนพ กีรติยุติ · ชลิต ประไพศาล · ชลอ ทองแย้ม
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 471/2562

จำเลยให้การว่าจำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้โดยระบุเหตุเลิกสัญญาตามข้อ 7 ข้อ 13 และข้อ 14 ไว้ด้วย ชั้นชี้สองสถานศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาให้บริการพื้นที่โดยชอบด้วยกฎหมายห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2765/2559

ตามคำฟ้องเป็นการกล่าวอ้างให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าการงานที่โจทก์ได้ทำไปแล้วในฐานะที่จำเลยเป็นคู่สัญญากับโจทก์ ส่วนที่โจทก์บรรยายคำฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นผู้รับจ้างบริหารจัดการเรือ อ. จากเจ้าของเรือทำสัญญาว…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2555 (เลขอ้างอิง 554419)

แม้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 6 ที่ 9 ที่ 11 ที่ 14 และที่ 15 ไม่ได้เข้าร่วมประชุมในการประชุมของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า แต่คดีนี้เป็นคดีที่โจทก์ทั้งสามสำนวนในฐานะผู้ร้องขอต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8867/2554

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยพูดชักชวนผู้เสียหายให้ไปร่วมประเวณีกับ อ. แต่พิพากษายกฟ้องเพราะเห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่ครบองค์ประกอบความผิด โจทก์อุทธรณ์ จำเลยกล่าวแก้อุทธรณ์ว่าจำเลยมิได้พูดชัก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7742/2554

จำเลยให้การว่า จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทเพราะผู้ร้องสอดซึ่งเป็นบิดายกให้และจำเลยได้ครอบครองทำประโยชน์ตลอดมา ส่วนผู้ร้องสอดร้องสอดว่า ครอบครองที่ดินพิพาทเพราะบิดายกให้ ผู้ร้องสอดทำประโยชน์ตลอดมาและแบ่งท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้