Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2493 (เลขอ้างอิง 52347)

พ.ศ. 2493 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ทะเบียนรถยนต์ไม่เหมือนโฉนดที่ดิน ซึ่งเป็นเอกสารอันเป็นที่ตั้งแห่งกรรมสิทธิ์ทะเบียนรถยนต์เป็นแต่พยานหลักฐานอย่างหนึ่ง ที่แสดงว่าผู้มีชื่อเป็นเจ้าของรถ การซื้อขายรถยนต์ โดยฝ่ายผู้ซื้อรับมอบรถไป และต่างตกลงกันว่าฝ่ายผู้ซื้อจะต้องชำระราคาให้หมดเสียก่อนผู้ขายจึงจะโอนทะเบียนให้นั้นเป็นเงื่อนไขตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 459 ซึ่งกรรมสิทธิ์ในรถยังไม่โอนไปยังผู้ซื้อ เงินประมูลราคาทรัพย์สินพิพาทซึ่งฝ่ายที่ประมูลได้นำเงินมาวางศาลไว้โดยมีข้อตกลงกันว่า 'ในที่สุดใครชนะคดีก็มีสิทธิได้เงินนั้นไป' นั้นหมายถึงชนะคดีเมื่อคดีถึงที่สุด เมื่อคู่ความตกลงกันใหม่ในศาลดังกล่าวแล้วแม้การยึดจะได้ทำตามมาตรา 254 ก็ต้องถือว่าเรื่องได้ผ่านมาตรา 254 ไปแล้วจะนำมาตรา 260 มาใช้เพื่อถอนการยึดคืนเงินให้จำเลยไปทันทีไม่ได้ ชั้นฎีกาหากคู่ความมิได้ยกประเด็นข้อใดโต้เถียงศาลฎีกาไม่วินิจฉัยให้ จำเลยซึ่งฟ้องแย้งด้วยนั้น หากแพ้คดีนอกจากจะต้องรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมที่แพ้คดีตามฟ้องโจทก์แล้ว ศาลให้จำเลยที่ฟ้องแย้งต้องใช้ค่าฤชาธรรมเนียมโจทก์ในกรณีที่ฟ้องแย้งถูกยกฟ้องนั้นด้วยอีกส่วนหนึ่ง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ตกลงซื้อรถยนต์ของโจทก์ราคา 30,000 บาทและได้ขอยืมไปขับทดลองและไม่ส่งคืนและไม่ชำระราคา โจทก์จึงแจ้งความต่อตำรวจ ๆ ได้ยึดรถไว้จากจำเลยที่ 3 ๆ อ้างว่าซื้อจากจำเลยที่ 2 ขอให้จำเลยร่วมกันส่งมอบรถหรือชำระราคา 30,000 บาทสัญญาให้จำเลยผ่อนชำระราคาเมื่อครบแล้วโจทก์จะจัดการโอนทะเบียนให้จำเลย วันนั้นโจทก์ได้มอบรถให้จำเลยครอบครอง จำเลยไม่เคยยืมไปขับทดลองได้ชำระแล้ว 18,000 บาท ที่ค้างโจทก์ไม่ยอมรับชำระกลับไปแจ้งความตำรวจจึงเป็นการผิดนัด จำเลยที่ 1 ได้ขายให้จำเลยที่ 2 ราคา 25,500 บาท จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การว่าได้ซื้อกันต่อมาตามลำดับโดยสุจริตเสียค่าตอบแทน และจำเลยที่ 3 ฟ้องแย้งเรียกค่าเสียหายที่รถยนต์ถูกยึดศาลแพ่งมีคำสั่งให้ยึดรถพิพาทตามมาตรา 254 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งดังโจทก์ขอคู่ความตกลงให้ประมูลราคานำเงินค่ารถมาวางศาล ในที่สุดใครชนะคดีก็มีสิทธิได้เงินนั้นไป

โจทก์ประมูลได้ในราคา 20,000 บาท และได้นำเงินมาวางศาล ศาลแพ่งเห็นว่ารถเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 3 ให้ยกฟ้อง รุ่งขึ้นจำเลยที่ 3 ขอรับเงิน20,000 บาท ศาลสั่งว่าให้รอคดีถึงที่สุดก่อนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนทั้งในตัวคดีและในข้อที่จำเลยที่ 3 ขอรับเงินโจทก์และจำเลยที่ 3 ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า สำหรับฎีกาจำเลยที่ 3 นั้น ข้อความในรายงานชัดว่า ต้องรอจนกว่าคดีถึงที่สุดเสียก่อนจึงจะจ่ายเงินนี้ได้คู่ความตกลงกันใหม่แล้ว เช่นนี้นับว่าผ่านจากกรณีตามมาตรา 254 มาแล้ว จะนำมาตรา 260 มาบังคับไม่ได้ส่วนฎีกาของโจทก์เห็นว่า โจทก์สืบไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ยืมไปทดลองขับ จึงฟังตามข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 1 ว่าโจทก์ได้มอบรถแก่จำเลยที่ 1 แล้ว แต่จำเลยไม่ได้ต่อสู้ว่าโจทก์ได้ยินยอมตกลงให้กรรมสิทธิ์เห็นด้วยศาลอุทธรณ์ว่า

ทะเบียนรถยนต์หาเหมือนกับโฉนดที่ดินไม่ การซื้อขายรถสำเร็จต่อเมื่อได้โอนทะเบียนหรือไม่ก็แล้วแต่ แต่ศาลฎีกาเห็นว่าทะเบียนรถนั้นเป็นพยานหลักฐานอย่างหนึ่งที่แสดงว่าผู้มีชื่อเป็นเจ้าของรถ ฉะนั้นการที่โจทก์จำเลยตกลงกันว่า จำเลยที่ 1 จะต้องชำระราคารถให้หมดเสียก่อนจึงจะโอนทะเบียนให้นั้น จึงเป็นเงื่อนไขตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 459 แล้ว รูปคดีต้องฟังตามคำให้การ แต่เมื่อโจทก์มอบการครอบครองแล้ว จะเรียกคืนได้ก็ต้องมีเหตุผลเป็นปัญหาเรื่องผิดสัญญา ซึ่งต่างโต้เถียงกันอยู่ แต่ฎีกาของทั้ง 2 ฝ่ายต่างมุ่งรู้กันแต่ในเรื่องกรรมสิทธิ์ผ่านมือไปยังจำเลยที่ 1 หรือไม่เท่านั้น เมื่อฟังว่ากรรมสิทธิ์ยังไม่ผ่านไปยังจำเลยที่ 1 ๆ จึงต้องแพ้โจทก์

จำเลยที่ 2 ที่ 3 เป็นผู้รับโอนจากจำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน ฟ้องแย้งของจำเลยที่ 3 ก็ตกไปด้วยพิพากษากลับ ให้จำเลยส่งมอบรถให้โจทก์ แต่รถนี้คู่ความตกลงขายและให้ศาลรักษาเงินไว้ จึงให้มอบเงินนี้แก่โจทก์ไปแทนการส่งมอบรถให้จำเลยทั้ง 3 เสียค่าฤชาธรรมเนียมทั้ง 3 ศาล สำหรับฟ้องแย้งให้จำเลยที่ 3 เสียค่าฤชาธรรมเนียมพร้อมด้วยค่าทนาย 3 ศาลด้วย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จำรูญเนติศาสตร์ · มนูภันย์วิมลสาร · นนทปัญญา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้