Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5234/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ออกเช็คพิพาทมอบให้ ก. ยึดไว้เป็นประกันในการที่จำเลยที่ 1 นำเช็คของลูกค้าไปขายลดแก่ ก. ก. เบิกเงินตามเช็คของลูกค้าได้แล้วแต่ไม่คืนเช็คพิพาทให้แก่จำเลยที่ 1เพราะ ก. ได้หลบหนีเจ้าหนี้ไป โจทก์รับโอนเช็คพิพาทจากจำเลยที่ 2ลูกจ้างของ ก. ไว้โดยไม่มีมูลหนี้และรู้ถึงมูลเหตุที่จำเลยที่ 1มอบเช็คพิพาทให้แก่ ก. ไว้ดังกล่าวแล้ว จึงเป็นการรับโอนไว้ด้วยคบคิดกับจำเลยที่ 2 ฉ้อฉลจำเลยที่ 1 โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องบังคับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้ชำระเงินตามเช็คพิพาท

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเงินตามเช็คจำนวนเงิน 450,000 บาท แก่ผู้ถือ จำเลยที่ 2 เป็นผู้สลักหลังต่อมาผู้มีชื่อนำเช็คนั้นมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์ เมื่อเช็คถึงกำหนดโจทก์นำเข้าบัญชีของโจทก์เพื่อเรียกเก็บเงินแต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 480,937.50 บาท และชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีจากต้นเงิน 450,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจำเลยที่ 1 ให้การว่า เมื่อประมาณกลางปี 2527 จำเลยที่ 1ได้นำเช็คของลูกค้าไปแลกเงินสดจากนายกุ้ยซิม นายกุ้ยซิมให้จำเลยที่ 1 ออกเช็คพิพาทให้ถือไว้โดยไม่ได้ลงวันที่เดือนปีไว้เพื่อค้ำประกันเช็คของลูกค้าที่จำเลยที่ 1 นำไปแลกดังกล่าว

ปลายปี 2530นายกุ้ยซิมเรียกเก็บเงินตามเช็คที่จำเลยที่ 1 นำไปแลกได้เรียบร้อยแล้วจำเลยที่ 1 จึงขอเช็คพิพาทคืน นายกุ้ยซิมบ่ายเบี่ยงไม่ยอมคืนให้ ต่อมาจำเลยที่ 2 สมคบกับโจทก์นำเช็คพิพาทมามอบให้โจทก์ซึ่งเป็นทนายความฟ้องเรียกเก็บเงินตามเช็คจากจำเลยที่ 1อันเป็นการคบคิดกันฉ้อฉลจำเลยที่ 1 ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์รับเช็คพิพาทไว้จากจำเลยที่ 2 ด้วยคบคิดกับจำเลยที่ 2 ฉ้อฉลจำเลยที่ 1 หรือไม่ เห็นว่า โจทก์มีอาชีพเป็นทนายความ ไม่เคยรู้จักกับจำเลยที่ 1 มาก่อน จำเลยที่ 2เป็นลูกจ้างของนายกุ้ยซิม แซ่ฉั่ว ตามคำเบิกความยืนยันของจำเลยที่ 1 ซึ่งมีนายเรืองชัย โชคลาภทวี เบิกความสนับสนุนจำเลยที่ 2 ไม่มีความสัมพันธ์กับจำเลยที่ 1 ที่จำเลยที่ 1 จะต้องออกเช็คชำระหนี้ให้เป็นจำนวนเงินถึง 450,000 บาท นายกุ้ยซิมมีอาชีพรับซื้อลดเช็คโดยผู้ขายลดเช็คจะต้องออกเช็คของตนเองไม่ต้องลงวันสั่งจ่ายมอบให้แก่นายกุ้ยซิมไว้เป็นประกันด้วยจำเลยที่ 1 เบิกความยืนยันว่า ได้คบค้ากับนายกุ้ยซิมในการนำเช็คของลูกค้าไปขายให้แก่นายกุ้ยซิมตั้งแต่ปี 2527 ตลอดมาและได้ออกเช็คพิพาทไม่ลงวันสั่งจ่ายให้แก่นายกุ้ยซิมไว้เป็นประกันเช็คของลูกค้าที่จำเลยที่ 1 นำไปขายนั้นนายกุ้ยซิมเบิกเงินตามเช็คได้ครบถ้วนทุกฉบับแล้วแต่ไม่คืนเช็คพิพาทให้แก่จำเลยที่ 1เนื่องจากต่อมานายกุ้ยซิมฐานะการเงินไม่ดีได้หลบหนีเจ้าหนี้ไปซึ่งจำเลยที่ 1 มีนายเรืองชัยเบิกความสนับสนุนและมีเอกสารหมาย

ล.1และ ล.2 สนับสนุนว่า จำเลยที่ 1 เบิกสมุดเช็คซึ่งมีแบบพิมพ์เช็คพิพาทอยู่ด้วยจากธนาคารมาตั้งแต่ปี 2527 ทำให้เชื่อว่าจำเลยที่ 1ออกเช็คพิพาทให้แก่นายกุ้ยซิมไว้ตั้งแต่ปี 2527 จริง ประกอบกับโจทก์นำสืบถึงมูลหนี้ที่ได้รับโอนเช็คพิพาทมาจากจำเลยที่ 2 ลอย ๆว่า เป็นมูลหนี้ค่าจ้างว่าความหลายคดีและค่าปรึกษาความหลายคดีรวม 350,000 บาท กับแลกเอาเงินสดจากโจทก์อีก 100,000 บาท ไม่มีหลักฐานสนับสนุนว่าค่าจ้างว่าความคดีหมายเลขเท่าใด ระหว่างใครเป็นโจทก์ใครเป็นจำเลย จำนวนทุนทรัพย์เท่าใดจึงเป็นค่าจ้างมากถึง จำนวน 350,000 บาท เงินที่โจทก์ให้จำเลยที่ 2 แลกไปก็ไม่ปรากฏว่า เบิกมาจากธนาคารใดเมื่อใดหรือได้มาจากใครเมื่อใดข้อนำสืบของโจทก์จึงไม่น่าเชื่อถือ

พยานหลักฐานจำเลยที่ 1 ที่วินิจฉัยมามีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานของโจทก์ ข้อเท็จจริงเชื่อว่าจำเลยที่ 1 ออกเช็คพิพาทมอบให้นายกุ้ยซิมยึดไว้เป็นประกันในการที่จำเลยที่ 1 นำเช็คของลูกค้าไปขายลดแก่นายกุ้ยซิมนายกุ้ยซิมเบิกเงินตามเช็คของลูกค้าได้ครบถ้วนทุกฉบับแล้วแต่ไม่คืนเช็คพิพาทให้แก่จำเลยที่ 1 เพราะนายกุ้ยซิมได้หลบหนีเจ้าหนี้ไป โจทก์รับโอนเช็คพิพาทจากจำเลยที่ 2 ลูกจ้างของนายกุ้ยซิมไว้โดยไม่มีมูลหนี้และรู้ถึงมูลเหตุที่จำเลยที่ 1มอบเช็คพิพาทให้แก่นายกุ้ยซิมไว้ดังกล่าวแล้วอันเป็นการรับโอนไว้ด้วยคบคิดกับจำเลยที่ 2 ฉ้อฉลจำเลยที่ 1 มิใช่โจทก์รับโอนเช็คพิพาทจากจำเลยที่ 2 โดยสุจริต โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องบังคับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้ชำระเงินตามเช็คพิพาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนพ กีรติยุติ · นิเวศน์ คำผอง · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5556/2562

เมื่อโจทก์นำสืบไม่ได้ว่าเช็คพิพาทมีมูลหนี้ตามที่โจทก์กล่าวอ้างในคำฟ้อง แม้ว่าจำเลยจะลงชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาทมอบให้โจทก์ จำเลยก็ไม่ต้องรับผิดชำระเงินตามเช็คพิพาท

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8443/2560

ตามหนังสือขอยืมวงเงินตั๋วอาวัล เอกสารหมาย จ.4 บริษัท ส. ขอยืมวงเงินตั๋วอาวัลจากบริษัท สช. เป็นเงิน 9,518,738 บาท ซึ่งขณะนั้นกรรมการของบริษัท ส. มี 4 คน รวมโจทก์กับจำเลย ซึ่งหากต้องเฉลี่ยรับผิดในความเส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5368/2558

เมื่อฟังได้ว่า จำเลยที่ 8 เป็นผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาท โดยไม่ปรากฏในเช็คพิพาททั้งสองฉบับว่า เป็นเช็คค้ำประกันการขายลดเช็คดังที่จำเลยที่ 8 กล่าวอ้าง จำเลยที่ 8 จึงต้องรับผิดชดใช้เงินตามเนื้อความในเช็ค ตาม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3488/2557

โจทก์มีตั๋วสัญญาใช้เงินไว้ในครอบครองเนื่องจาก บริษัท อ. สลักหลังตั๋วสัญญาใช้เงินนั้นกลับมาให้โจทก์เพราะโจทก์ใช้เงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่บริษัทนั้นแล้ว โจทก์ย่อมเป็นผู้ทรงตั๋วสัญญาใช้เงินโดยชอบด้วย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2902/2557

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า เช็คพิพาทเป็นเช็คที่จำเลยสั่งจ่ายให้แก่โจทก์เพื่อชำระหนี้ค่าเครื่องปรับอากาศและค่าติดตั้งแทนบริษัท ค. จึงเป็นการยอมรับว่าจำเลยกระทำในฐานะตัวแทนของบริษัท ค. มิใช่การกระทำในฐานะส่วนตั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้