Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5194/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ปัญหาว่่่าคำฟ้องของโจทก์ต้องห้ามตามกฎหมายหรือไม่แม้จำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสู้ในคำให้การแต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลฎีกาเห็นสมควรหยิบยกขึ้นวินิจฉัยให้ได้การที่โจทก์ที่่2ฟ้องจำเลยที่3ซึ่งเป็นมารดาของตนเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1562อันเป็นผลให้โจทก์ที่2ไม่มีอำนาจฟ้องเฉพาะจำเลยที่3แต่ในระหว่างพิจารณาจำเลยที่3ถึงแก่กรรมโจทก์ที่2ได้ขอถอนฟ้องจำเลยที่3ศาลชั้นต้นอนุญาตและสั่งจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่3แล้วจำเลยที่3จึงมิได้เป็นคู่ความในคดีอีกต่อไปและเมื่อจำเลยอื่นไม่ใช่บุพการีของโจทก์ที่2ฟ้องโจทก์ที่2สำหรับจำเลยอื่นหาตกเป็นโมฆะหรือต้องห้ามตามกฎหมายไม่่่ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค2พิพากษายืนให้จำเลยแบ่งที่ดินพิพาทอันเป็นกรรมสิทธิ์รวมการที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยที่1ที่2และที่4ใบจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินพิพาทต่อเจ้าพนักงานที่ดินหากไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนามานั้นจึงเป็นการไม่ถูกต้องเพราะไม่เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1364ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้องโดยแบ่งกรรมสิทธิ์รวมตามมาตรา1364

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองและจำเลยทั้งสี่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินมีโฉนด โจทก์ที่ 1 ถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินมีโฉนด โจทก์ที่ 1 ถือกรรมสิทธิ์ 2 ส่วน โจทก์ที่ 2 และจำเลยทั้งสี่ถือกรรมสิทธิ์คนละ 1 ส่วน ผู้ถือกรรมสิทธิ์ทุกคนตกลงให้โจทก์ทั้งสองร่วมกันครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินทางด้านทิศตะวันตกโดยให้โจทก์ที่ 1 ถือกรรมสิทธิ์เนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ 26.02 ตารางวาโจทก์ที่ 2 ถือกรรมสิทธิ์เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ 13.01 ตารางวารวมเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ 39.03 ตารางวา ส่วนจำเลยทั้งสี่ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินทางด้านทิศตะวันออก เนื้อที่ประมาณ 4 ไร่6.86 ตารางวา โจทก์ทั้งสองตกลงจะขายที่ดินเฉพาะส่วนของตนให้แก่บุคคลภายนอกจึงบอกให้จำเลยทั้งสี่ไปทำนิติกรรมแบ่งแยกที่ดินเพื่อโจทก์ทั้งสองจะได้โอนขายที่ดินให้แก่บุคคลภายนอกต่อไป แต่จำเลยทั้งสี่ปฏิเสธ

ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ไปดำเนินการทำนิติกรรมแบ่งแยกที่ดินต่อเจ้าพนักงานที่ดินภายใน 7 วัน นับแต่วันมีคำพิพากษา หากจำเลยทั้งสี่ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสี่จำเลยที่ 1 ให้การว่า โจทก์ที่ 1 ถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาทเป็นเนื้อที่ 1 ไร่ 13 ตารางวา โจทก์ที่ 2 ถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาทเป็นเนื้อที่ 2 งาน 6.50 ตารางวา ที่ดินพิพาทไม่มีการแบ่งแยกการครอบครองเป็นส่วนสัด ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ให้การว่า โจทก์ที่ 1 ถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาทเป็นเนื้อที่ 1 ไร่ 13 ตารางวา โจทก์ที่ 2 ถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาทเป็นเนื้อที่ 2 งาน 6.50 ตารางวา ที่ดินพิพาทไม่มีการแบ่งแยกการครอบครองเป็นส่วนสัด และจำเลยทั้งสี่ร่วมกันครอบครองที่ดินพิพาท ขอให้ยกฟ้องระหว่างการพิจารณา จำเลยที่ 3 ถึงแก่ความตาย

โจทก์ทั้งสองขอถอนฟ้องจำเลยที่ 3

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตและให้จำเลยคดีเฉพาะจำเลยที่ 3 ออกจากสารบบความศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4ไปดำเนินการจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 703 ตำบลสันปูเลยอำเภอดอนสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ต่อเจ้าพนักงานที่ดิน หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา โดยให้โจทก์ทั้งสองได้รับกรรมสิทธิ์รวมเป็นเนื้อที่ 3 ไร่ 39 ตารางวา ถ้าคู่ความตกลงแบ่งกันไม่ได้ให้นำที่ดินขายโดยประมูลราคาระหว่างคู่ความหรือขายทอดตลาดนำเงินแบ่งกันตามส่วนจำเลย ที่ 1 ที่ 2 และ ที่ 4 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ ภาค 2 พิพากษายืนจำเลย ที่ 1 ที่ 2 และ ที่ 4 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ฎีกาว่า

จำเลยที่ 3 เป็นมารดาของโจทก์ที่ 2 เป็นอุทลม คำฟ้องส่วนของโจทก์ที่ 2ตกเป็นโมฆะศาลชอบที่จะพิจารณายกฟ้องโจทก์ที่ 2 ได้นั้น เห็นว่าฎีกาจำเลยที่ 1 ที่ 2 และ ที่ 4 ข้อนี้ จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4มิได้ยกขึ้นต่อสู้ในคำให้การ แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยให้ การที่โจทก์ที่ 2 ฟ้องจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นมารดาของตนเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1562 อันเป็นผลให้โจทก์ที่ 2ไม่มีอำนาจฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 3 แต่ในระหว่างพิจารณาจำเลยที่ 3ถึงแก่กรรม โจทก์ที่่ 2 ได้ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 3

ศาลชั้นต้นอนุญาตและสั่งจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 3 แล้ว จำเลยที่ 3 จึงมิได้เป็นคู่ความในคดีอีกต่อไป และเมื่อจำเลยอื่นไม่ใช่บุพการีของโจทก์ที่ 2ฟ้องโจทก์ที่ 2 สำหรับจำเลยอื่่นหาตกเป็นโมฆะหรือต้องห้ามตามกฎหมายไม่่ข้อที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยและศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนมานั้นเป็นเรื่องการแบ่งกรรมสิทธิ์รวม ดังนี้ การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ไปจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินพิพาทต่อเจ้าพนักงานที่ดินหากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนามานั้นจึงเป็นการไม่ถูกต้อง เพราะไม่เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1364 ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง โดยการแบ่งกรรมสิทธิ์รวมนั้นให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1364 ตามที่ศาลล่างทั้งสองได้กำหนดไว้ด้วยแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอในส่วนที่ว่า หากจำเลยที่ 1ที่ 2 และที่ 4 ไม่ไปแบ่งแยกที่ดินพิพาทต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการเจตนานั้นเสีย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมภพ โชติกวณิชย์ · สมพงษ์ สนธิเณร · ไพโรจน์ คำอ่อน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้