Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5164/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยแก้ฎีกาและปฏิเสธว่าพยานหลักฐานของโจทก์ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นคนร้ายรายนี้ คำแก้ฎีกาจึงเป็นประเด็นที่ต้องวินิจฉัย การที่จำเลยที่ 2 ได้ขับรถยนต์กระบะบรรทุกคนนั่งมาประมาณ 20 คน ออกจากวัด ถ. มาจอดรถที่หน้าป้ายเชิญชวนของวัด ร. จำเลยที่ 1 นั่งรถยนต์กระบะอีกคันหนึ่งตามหลังมาแล้วขับรถอ้อมมาจอดฝั่งตรงข้าม จำเลยที่ 1 ยกมือเป็นสัญญาณ คนบนรถยนต์กระบะของจำเลยที่ 2 จึงได้ลงจากรถเข้าไปล้มป้ายของวัด ร. และกระทีบจนหลอดไฟแตก แล้วยกป้ายดังกล่าวขึ้นรถยนต์กระบะของจำเลยที่ 2 ขึ้นรถขับกลับไปเข้าวัด ถ. แสดงว่าเจตนาจำเลยทั้งสองแต่แรกต้องการทำลายให้แผ่นป้ายนั้นไร้ประโยชน์ และสาเหตุที่จำเลยทั้งสองร่วมกับพวกทำลายแผ่นป้ายดังกล่าวก็เนื่องมาจากความไม่พอใจวัด ร. ที่โฆษณาชักชวนให้ชาวบ้านไปเที่ยวงานที่วัด ร. การที่จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันเอาไปซึ่งแผ่นป้ายดังกล่าวกระทำต่อเนื่องกับการทำลายแผ่นป้ายนั้นในวาระเดียวกันเกี่ยวพันกันโดยไม่ขาดตอน จึงไม่ใช่เป็นการกระทำโดยมุ่งจะแสวงหาประโยชน์จากทรัพย์สินดังกล่าวโดยแท้จริง ที่จะเอาแผ่นป้ายดังกล่าวไปเป็นของจำเลยทั้งสอง หากแต่เป็นการแสดงอำนาจบาตรใหญ่ หรือทำไปด้วยความคึกคะนองของพวกจำเลย จึงมิใช่เกิดจากเจตนาทุจริต ไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกับพวกอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ได้ร่วมกันทำลาย ทำให้เสื่อมค่า ทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์สินของวัดรางม่วงที่มีพระอธิการเจียนจกฺกธมฺโม เป็นเจ้าอาวาสผู้เสียหาย โดยจำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันปลดป้ายบอกระยะและทิศทางไปยังวัดรางม่วงซึ่งได้จัดงานผูกพัทธสีมาลงจากที่ติดตั้ง แล้วกระชากสายไฟฟ้าและกระทืบหลอดไฟฟ้าที่ติดอยู่ที่ป้ายจนเสียหายใช้การไม่ได้ คิดเป็นค่าเสียหายของป้ายและหลอดไฟฟ้าเป็นเงิน 2,000 บาท แล้วจำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันลักเอาป้ายดังกล่าว 1 ป้าย ราคา 800 บาทไปโดยใช้รถยนต์เป็นยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดและพาทรัพย์นั้นไป พนักงานสอบสวนได้ยึดรถยนต์หมายเลขทะเบียน บ-6050ราชบุรี ซึ่งเป็นของจำเลยที่ 2 ที่ได้ใช้เป็นยานพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำผิดไว้เป็นของกลาง

ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 335, 336 ทวิ, 358ริบรถยนต์ของกลางและให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาป้ายเป็นเงิน 800 บาทแก่ผู้เสียหายจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น ผู้เสียหายขอถอนคำร้องทุกข์ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์เป็นความผิดต่อส่วนตัว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(1)(7) วรรคสาม ประกอบมาตรา 336 ทวิ, 83 จำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือนริบรถยนต์ของกลางและให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาป้ายเป็นเงิน 800 บาทแก่ผู้เสียหายจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า วัดรางม่วงมีพระอธิการเจียนจกฺกธมฺโม เป็นเจ้าอาวาส ส่วนวัดถ้ำสิงโตทอง มีจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าอาวาส วัดทั้งสองอยู่คนละฝั่งถนนห่างกันประมาณ 100 เมตร ในวันเกิดเหตุวัดรางม่วงจัดงานฝังลูกนิมิตรส่วนวัดถ้ำสิงโตทองจัดงานปิดทอง โดยทั้งสองวัดต่างชักชวนให้ประชาชนไปเที่ยวงานและทำบุญ

วัดรางม่วงทำป้ายไม้เขียนชักชวนให้ไปงานว่า "ไปอีกนิดถึงวัดรางม่วง" และรอบป้ายติดไฟนีออน 8 หลอด โดยติดตั้งป้ายดังกล่าวทางทิศตะวันออกของทางเข้าวัดถ้ำสิงโตทอง ในวันเกิดเหตุมีคนร้ายหลายคนมารื้อป้ายของวัดรางม่วง และทำหลอดไฟแตกหมดแล้วเอาป้ายไปมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองกระทำผิดฐานลักทรัพย์ตามฟ้องหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า ป้ายดังกล่าวเป็นของวัดรางม่วง จำเลยทั้งสองเอาป้ายไปโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่นำคืนให้จนบัดนี้ ทั้งจำเลยทั้งสองไม่นำสืบว่าเจตนาเอาแผ่นป้ายไปเพียงเพื่อไม่ให้ประชาชนรู้ว่าวัดรางม่วงอยู่ที่ใดไม่มีเจตนาทุจริต จำเลยทั้งสองจึงต้องมีความผิดฐานลักทรัพย์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าจำต้องวินิจฉัยเสียก่อนว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันกับพวกเป็นคนร้ายที่ร่วมกันมารื้อทำลายและเอาแผ่นป้ายของวัดรางม่วงไปหรือไม่เนื่องจากจำเลยทั้งสองได้แก้ฎีกาและปฏิเสธว่าพยานหลักฐานของโจทก์ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองเป็นคนร้ายรายนี้ คำแก้ฎีกา จึงเป็นประเด็นที่ต้องวินิจฉัยเช่นกัน และศาลฎีกาเห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักรับฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองกับพวกได้ร่วมกันมารื้อทำลายแผ่นป้ายดังฟ้อง พยานหลักฐานของจำเลยไม่อาจรับฟังหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ แม้ศาลชั้นต้นจะมิได้ไปเดินเผชิญสืบตามคำขอของจำเลยทั้งสองก็ไม่ทำให้การวินิจฉัยเปลี่ยนแปลงไปสำหรับปัญหาตามฎีกาของโจทก์ที่ว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดฐานลักทรัพย์หรือไม่นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยที่ 2 ได้ขับรถยนต์กระบะบรรทุกคนนั่งมาประมาณ 20 คน ออกจากวัดถ้ำสิงโตทองมาจอดรอที่หน้าป้ายเชิญชวนของวัดรางม่วง แล้วจำเลยที่ 1 นั่งรถยนต์กระบะอีกคันหนึ่งตามหลังมาแล้วขับรถอ้อมมาจอดฝั่งตรงข้าม จำเลยที่ 1 ยกมือเป็นสัญญาณ คนบนรถยนต์กระบะของจำเลยที่ 2 จึงได้ลงจากรถเข้าไปล้มป้ายของวัดรางม่วงและกระทืบจนหลอดไฟแตกแล้วยกป้ายขึ้นรถยนต์กระบะของจำเลยที่ 2 แล้วขับรถเข้าไปวัดถ้ำสิงโตทองนั้นแสดงว่าเจตนาจำเลยทั้งสองแต่แรกต้องการทำลายให้แผ่นป้ายนั้นไร้ประโยชน์ สาเหตุที่ทำลายแผ่นป้ายดังกล่าวก็เนื่องมาจากความไม่พอใจวัดรางม่วงที่โฆษณาชักชวนให้ชาวบ้านไปเที่ยวงานที่วัดรางม่วงเนื่องจากไฟฟ้าวัดถ้ำสิงโตทองดับถึง 2 ครั้ง

การเอาไปซึ่งแผ่นป้ายดังกล่าวกระทำต่อเนื่องกับการทำลายแผ่นป้ายนั้น ในวาระเดียวกันเกี่ยวพันกันโดยไม่ขาดตอน จึงมิใช่เป็นการกระทำโดยมุ่งจะแสวงหาประโยชน์จากทรัพย์สินดังกล่าวโดยแท้จริง มิใช่ว่าจำเลยทั้งสองเจตนาจะเอาแผ่นป้ายดังกล่าวเป็นของตนหากแต่เป็นการแสดงอำนาจบาตรใหญ่หรือทำไปด้วยความคึกคะนองของพวกจำเลย จึงมิใช่เกิดจากเจตนาทุจริตพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประพันธ์ ทรัพย์แสง · กนก พรรณรักษา · ดลจรัส รัตนโศภิต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้