เนื้อความคำพิพากษา
คดีได้ความว่า ห้องแถวของจำเลยพังทับตึกของโจทก์ เสียหายโจทก์จึงฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยห้องแถวนี้ เดิมเป็นของนายอมร ได้ให้นายจางยุ่งจุงเช่าอยู่ค่าเช่าเดือนละ 6 บาท ฝาผนังด้านที่พังนี้ ชำรุดมานานแล้วเจ้าของบ้านจะซ่อมแต่นายจางยุ่งจึงไม่ยอมออก จึงซ่อมไม่ได้ ต่อมาจำเลยได้ซื้อห้องแถวนี้ไว้จากเจ้าของเดิมแล้วขอให้นายจางยุ่งจุงออก นายจางยุ่งจุงไม่ยอมไป จำเลยจึงได้ไปร้องต่ออำเภอ ๆ เปรียบเทียบแต่นายจางยุ่งจุงไม่ยอมออกจากห้อง อำเภอไม่สามารถจัดการได้ เพราะมีพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯลฯ คุ้มครองผู้เช่านายจางยุ่งจุงได้บอกอำเภอว่า ถ้าเกิดการเสียหายจะยอมรับใช้เอง อำเภอจึงทำบันทึกคำรับรองนี้ไว้ นายจางยุ่งจุงจึงคงอยู่ในห้องนี้ต่อมา โดยมิได้จัดการป้องกันที่จะไม่ให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่นประการใด
ฝาผนังห้องชำรุดอยู่ จึงได้พังลงมา ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยผู้เป็นเจ้าของห้องแถวไม่ต้องรับผิดตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 434 พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยเป็นเจ้าของอาคารที่ชำรุดทรุดโทรมได้ปล่อยปละละเลยไม่บำบัดปัดป้อง เป็นเหตุให้ผนังห้องพังทับอาคารทรัพย์สินของโจทก์เสียหาย ได้ชื่อว่าจำเลยก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของโจทก์ด้วยความประมาท จำเลยต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ฐานละเมิดตาม มาตรา 420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จึงพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ฯลฯจำเลยฎีกาศาลฎีกา เห็นว่า ตามข้อเท็จจริงที่กล่าวแล้ว จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของไม่จำต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น ดังที่บัญญัติไว้ใน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 434จึง
ผลคำพิพากษา
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์