Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5156/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

หนี้อันเกิดแต่มูลละเมิด ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดมาตั้งแต่เวลาที่ทำละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 206 เจ้าหนี้หาจำต้องเตือนหรือทวงถามก่อนไม่ เจ้าของรถผู้ถูกกระทำละเมิดย่อมเป็นเจ้าหนี้ ชอบที่จะฟ้องผู้ขับรถที่ทำละเมิดนั้นได้เลยโดยไม่ต้องทวงถามให้ใช้ค่าเสียหายก่อน ผู้รับประกันภัยซึ่งได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันภัยไปแล้วชอบที่จะเข้ารับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยผู้เป็นเจ้าหนี้ได้ และชอบที่จะใช้สิทธิทั้งหลายบรรดาที่เจ้าหนี้มีอยู่โดยมูลหนี้รวมทั้งประกันแห่งหนี้นั้นได้ในนามตนเองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 226 และ 880 การที่ ก. ผู้เอาประกันภัยทำความตกลงกับจำเลยผู้ขับรถชนให้นำรถยนต์เข้าซ่อมที่อู่ของ ส.แต่ก.ได้ให้ส. ซ่อมส่วนที่เสียหายอย่างอื่นที่มีอยู่ก่อนเกิดเหตุด้วยทำให้ระยะเวลาในการซ่อมเนิ่นนานออกไปอันทำให้โจทก์ผู้รับประกันภัยต้องเข้ามาดำเนินการซ่อมต่ออีกครั้งหนึ่งก็ดี และการที่ ก. ตกลงกับจำเลยให้นำรถยนต์เข้าซ่อมดังกล่าวเป็นการผิดข้อตกลงกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งโจทก์มีสิทธิบอกปัดไม่ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ ก. ก็ได้แต่โจทก์กลับยอมตนเข้าชดใช้ค่าเสียหายโดยเสี่ยงภัยเอาเอง อันเป็นเหตุให้โจทก์ไม่มีสิทธิเข้ารับช่วงสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายเอาจากจำเลยได้ก็ดีนั้น หาใช่ข้อต่อสู้ในเรื่องแปลงหนี้ใหม่โดยเปลี่ยนตัวลูกหนี้ใหม่ปัญหาดังกล่าวจำเลยไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นทั้งไม่เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้จำเลยจะยกปัญหานี้ขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหานี้ให้ก็ไม่ถือว่าเป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ฎีกาของจำเลยจึงต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า นายก้าน ทองคำ ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 5 ฉ - 6131 กรุงเทพมหานคร ซึ่งโจทก์รับประกันภัยไว้จากนายก้าน ไปตามถนนรามอินทราขณะจอดรถรอสัญญาณไฟจราจรที่สี่แยกมีนบุรี จำเลยขับรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 6 ฌ - 5629 กรุงเทพมหานคร แล่นตามหลังรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยไว้ดังกล่าวด้วยความประมาทคือขับด้วยความเร็วสูงเกินจะบังคับได้เป็นเหตุให้รถยนต์ที่จำเลยขับชนท้ายรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยไว้ และรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยไว้พุ่งไปชนท้ายรถยนต์อีกคันหนึ่งซึ่งจอดอยู่ข้างหน้า การชนดังกล่าวทำให้รถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยไว้ได้รับความเสียหายทั้งส่วนหน้าและส่วนท้ายรถหลังเกิดเหตุจำเลยตกลงนำรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยไว้ไปให้อู่ซ่อม แต่ไม่ดำเนินการอย่างจริงจังและไม่ปฏิบัติตามที่ตกลงกัน

โจทก์จึงนำรถยนต์ไปจ้างอู่ซ่อมรถให้ซ่อมแซมตามข้อกำหนดในสัญญาประกันภัย โดยจ่ายค่าแรงและค่าอะไหล่รวมเป็นเงิน 100,581 บาท และรับช่วงสิทธิมาฟ้องเรียกเงินดังกล่าวจากจำเลยพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 8 มกราคม 2539 ซึ่งเป็นวันที่โจทก์จ่ายเงินไป ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 104,562 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ7.5 ต่อปี ในต้นเงิน 100,581 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีสิทธิเข้ารับช่วงสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยเพราะนายก้าน ทองคำ กับจำเลยตกลงกันให้นำรถยนต์เข้าซ่อมโดยผิดเงื่อนไขตามกรมธรรม์ประกันภัย ค่าเสียหายสูงเกินส่วนและไม่ควรเกิน 45,000 บาท นายก้านจำเลย และเจ้าของอู่เคยตกลงค่าแรงซ่อมเป็นเงิน 33,000 บาท

ค่าอะไหล่12,000 บาท จำเลยจ่ายค่าแรงให้เจ้าของอู่ไปแล้วจำนวน 17,000 บาท ซื้ออะไหล่ให้เจ้าของอู่ไปเกือบครบถ้วนแล้วเป็นเงิน 6,500 บาท การซ่อมล่าช้าเพราะนายก้านเพิ่มงานเปลี่ยนไฟท้ายจากแบบเล็กเป็นแบบใหญ่และให้ปะผุรถทั้งคัน ซึ่งเป็นเรื่องที่นายก้านกับเจ้าของอู่ต้องว่ากล่าวกันเอาเอง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะไม่เคยบอกกล่าวให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 75,565 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องคือวันที่ 1 สิงหาคม 2539 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาปัญหาข้อกฎหมาย การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายศาลฎีกาจำต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ซึ่งศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงมาว่า ตามวันเวลาสถานที่เกิดเหตุ จำเลยกระทำละเมิดขับรถยนต์บรรทุกด้วยความประมาทเลินเล่อชนท้ายรถยนต์เก๋งของนายก้านทองคำ ที่โจทก์รับประกันภัยไว้ได้รับความเสียหาย โจทก์ได้เสียเงินซ่อมแซมรถยนต์ของนายก้านไปแล้วเป็นเงิน 75,565 บาท โจทก์จึงรับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันมาฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลย คดีมีปัญหาข้อกฎหมายตามที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่ได้ทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ก่อน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยนั้น เห็นว่าหนี้รายนี้เป็นหนี้อันเกิดแต่มูลละเมิด ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดมาตั้งแต่เวลาที่ทำละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 206 เจ้าหนี้หาจำเป็นต้องเตือนหรือทวงถามก่อนไม่

เจ้าของรถผู้ถูกทำละเมิดย่อมเป็นเจ้าหนี้ และชอบที่จะฟ้องผู้ขับรถที่ทำละเมิดนั้นได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องทวงถามให้ใช้ค่าเสียหายเสียก่อนผู้รับประกันภัยซึ่งได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันภัยไปแล้วชอบที่จะเข้ารับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยผู้เป็นเจ้าหนี้ได้ และชอบที่จะใช้สิทธิทั้งหลายบรรดาที่เจ้าหนี้มีอยู่โดยมูลหนี้ รวมทั้งประกันแห่งหนี้นั้นได้ในนามตนเองประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 226 และ 880 กรณีนี้โจทก์จึงฟ้องจำเลยได้ทันทีโดยหาจำต้องบอกกล่าวหรือทวงถามก่อนไม่ส่วนที่จำเลยฎีกาข้อต่อมาว่า การที่นายก้านเจ้าของรถผู้เอาประกันภัยตกลงยินยอมให้จำเลยนำรถเข้าซ่อมที่อู่ของนายสมพงษ์เป็นการแปลงหนี้ใหม่โดยเปลี่ยนตัวลูกหนี้จากจำเลยเป็นนายสมพงษ์

หนี้มูลละเมิดเดิมที่จำเลยเป็นลูกหนี้เป็นอันระงับไปแล้วจำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชอบต่อโจทก์นั้น เห็นว่า จำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ในเรื่องแปลงหนี้ใหม่ไว้แต่อย่างใด ที่จำเลยให้การว่า ภายหลังเกิดเหตุ นายก้านผู้เอาประกันภัยได้ทำความตกลงกับจำเลยให้นำรถยนต์เข้าซ่อมที่อู่ของนายสมพงษ์ แต่นายก้านได้ทำข้อตกลงกับนายสมพงษ์ให้ซ่อมส่วนที่เสียหายอย่างอื่นที่มีอยู่ก่อนเกิดเหตุด้วย ทำให้ระยะเวลาในการซ่อมเนิ่นนานออกไป ไม่เป็นที่พอใจของนายก้าน จนทำให้โจทก์ต้องเข้ามาดำเนินการซ่อมต่ออีกครั้งหนึ่งก็ดี และการที่นายก้านทำความตกลงกับจำเลยให้นำรถยนต์เข้าซ่อมดังกล่าวเป็นการผิดข้อตกลงกรมธรรม์ประกันภัย ข้อ 1.5 ข้อย่อยที่ 1.5.1 และ 1.5.2 ซึ่งโจทก์มีสิทธิบอกปัดไม่ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่นายก้านก็ได้แต่โจทก์กลับยอมตนเข้าชดใช้ค่าเสียหายโดยเสี่ยงภัยเอาเอง

โจทก์จึงไม่มีสิทธิเข้ารับช่วงสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายเอาจากจำเลยได้ก็ดี หาใช่ข้อต่อสู้ในเรื่องแปลงหนี้ใหม่โดยเปลี่ยนตัวลูกหนี้ไม่ ถือว่าปัญหาดังกล่าวจำเลยไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นทั้งไม่เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะยกปัญหานี้ขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหานี้ให้ก็ไม่ถือว่าเป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ฎีกาของจำเลยข้อนี้จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประชา ประสงค์จรรยา · สมชัย สายเชื้อ · อรพินท์ เศรษฐมานิต
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้