Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5150/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยโอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 17419ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐมบางส่วน เนื้อที่ 300 ตารางวา ในราคาตารางวาละ 350 บาทตามรูปแผนที่ท้ายฟ้องให้แก่โจทก์แม้เจ้าพนักงานจะออกใบแทนโฉนดดังกล่าวระบุว่าตำบลสระน้ำจัน แต่รูปแผนที่ยังเหมือนเดิมทุกประการแสดงว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินตามคำพิพากษาดังกล่าว การที่เจ้าพนักงานเขียนตำบลในใบแทนโฉนดที่ดินเปลี่ยนไป อาจเกิดขึ้นโดยคลาดเคลื่อนก็มิใช่ข้อสาระสำคัญ เพราะเจ้าพนักงานสามารถจดทะเบียนให้ได้ เนื่องจากหมายเลขโฉนดตรงกัน สำหรับจำนวนเนื้อที่ 300ตารางวา ตามรูปแผนที่ท้ายฟ้อง แม้คำพิพากษาจะมิได้กำหนดความกว้างและความยาวเอาไว้ แต่ก็ปรากฏชัดอยู่ในแผนที่พิพาทที่โจทก์จำเลยนำชี้แนวเขตซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 299 ตารางวา ที่ดินพิพาทจึงมีเนื้อที่ใกล้เคียงกับที่คู่ความพิพาทกันตามคำพิพากษาดังกล่าวและรูปแผนที่ท้ายฟ้องมากที่สุด คำพิพากษาดังกล่าวจึงอยู่ในวิสัยจะบังคับคดีได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาฎีกาที่พิพากษาให้จำเลยโอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 17419 ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม บางส่วนเนื้อที่ 300 ตารางวา ในราคาตารางวาละ 350 บาท ตามรูปแผนที่ท้ายฟ้องให้แก่โจทก์จำเลยยื่นคำแถลงว่า จำเลยไม่สามารถปฏิบัติตามคำบังคับโดยสุจริตได้ เพราะที่ดินโฉนดดังกล่าวไม่ใช่เป็นของจำเลย จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินในตำบลสนามจันทร์ และคำพิพากษาให้จำเลยโอนขายที่ดินตามรูปแผนที่ท้ายฟ้องจำนวน 300 ตารางวานั้น หากวัดกะระยะความกว้างยาวตามรูปแผนที่ท้ายฟ้อง จะได้รูปแผนที่ตามที่จำเลยแนบท้ายคำแถลง ซึ่งจะได้เนื้อที่ประมาณ92 ตารางวาเท่านั้น หากโจทก์ยอมรับ จำเลยก็ยินดีโอนขายให้การบังคับให้จำเลยโอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 17419 ตำบลพระปฐมเจดีย์เนื้อที่ 300 ตารางวา เป็นการพ้นวิสัยที่จำเลยจะปฏิบัติได้โจทก์แถลงรับว่า มีปัญหาในการบังคับคดีตามคำพิพากษาฎีกากล่าวคือ

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยโอนขายที่ดิน 2 โฉนดให้โจทก์แต่ศาลฎีกาพิพากษาให้โอนขายเฉพาะโฉนดเลขที่ 17419 เพียงโฉนดเดียว หากบังคับตามรูปแผนที่ท้ายฟ้องแล้วจะได้เนื้อที่ไม่ครบ300 ตารางวา ตามคำพิพากษาฎีกา และจะไม่ตรงตามรูปแผนที่ท้ายฟ้อง ดังปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 21 ธันวาคม 2530ศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ขายที่ดินตามรูปแผนที่พิพาทในโฉนดเลขที่ 17419 ตำบลสนามจันทร์อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ในเส้นสีแดงดำ เนื้อที่รอบ ๆ บ้านโจทก์จำนวน 299 ตารางวา ให้แก่โจทก์ในราคาตารางวาละ350 บาท ให้จำเลยปฏิบัติตามคำบังคับภายใน 30 วันจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ว่า จำเลยสามารถปฏิบัติตามคำบังคับซึ่งออกตามคำพิพากษาฎีกาที่ 2864/2530ได้หรือไม่เห็นว่า ตามคำพิพากษาฎีกาดังกล่าว ให้จำเลยโอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 17419 ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐมจังหวัดนครปฐม บางส่วนเนื้อที่ 300 ตารางวา ในราคาตารางวาละ350 บาท ตามรูปแผนที่ท้ายฟ้อง ในชั้นบังคับคดีจำเลยอ้างว่าที่ดินของจำเลยขึ้นอยู่กับตำบลสนามจันทร์ เป็นที่ดินคนละตำบลกันเป็นการพ้นวิสัยที่จำเลยจะปฏิบัติตามคำพิพากษาได้ ปรากฏว่าที่ดินที่จำเลยต้องโอนขายให้แก่โจทก์คือที่ดินโฉนดเลขที่ 17419 ซึ่งโจทก์จำเลยนำชี้ทำแผนที่พิพาทระบุว่าที่ดินพิพาทอยู่ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม และภาพถ่ายโฉนดที่ดินฉบับสำนักงานที่ดินก็ระบุว่า

โฉนดที่ดินเลขที่ 17419ตำบลพระปฐมเจดีย์ (สระน้ำจัน) อำเภอเมืองนครปฐม (พระปฐมเจดีย์)จังหวัดนครปฐม (นครชัยศรี) เมื่อเจ้าพนักงานออกใบแทนโฉนดที่ดินเลขที่ 17419 กลับระบุว่าตำบลสระน้ำจัน ตามคำแถลงของจำเลยลงวันที่ 27 ตุลาคม 2530 แต่รูปแผนที่ก็ยังเหมือนเดิมทุกประการ แสดงว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินตามคำพิพากษาฎีกาดังกล่าว การที่เจ้าพนักงานเขียนตำบลในใบแทนโฉนดที่ดินเปลี่ยนไปอาจเกิดขึ้นโดยคลาดเคลื่อนก็มิใช่ข้อสาระสำคัญ เพราะนายไพศาล กาญจนประพันธ์พยานโจทก์ชั้นไต่สวนได้เบิกความว่า พยานเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครปฐม ที่ดินในเขตเทศบาลเมืองนครปฐม บางส่วนขึ้นกับตำบลสนามจันทร์บางส่วนขึ้นกับตำบลพระปฐมเจดีย์

โฉนดที่ดินเดิมที่เป็นตำบลสนามจันทร์และต่อมาเปลี่ยนเป็นตำบลพระปฐมเจดีย์แม้ว่าตำบลในโฉนดที่ดินไม่ตรงกับคำพิพากษาเจ้าหน้าที่ก็สามารถจดทะเบียนให้ได้เพราะเลขโฉนดตรงกัน ดังนั้น ข้ออ้างของจำเลยที่ว่าที่ดินพิพาทเป็นคนละตำบลกันย่อมฟังไม่ขึ้น สำหรับจำนวนเนื้อที300 ตารางวา ตามรูปแผนที่ท้ายฟ้องซึ่งระบุไว้ในคำพิพากษาฎีกาดังกล่าวแม้จะมิได้กำหนดความกว้าง ความยาวไว้ก็ปรากฏชัดอยู่ในแผนที่พิพาทที่โจทก์จำเลยนำชี้อยู่แล้ว เมื่อศาลชั้นต้นออกไปเผชิญสืบดูที่ดินพิพาท คู่ความทั้งสองฝ่ายได้นำชี้แนวเขตที่ดินโฉนดเลขที่ 17419 เป็นรูปงอโค้งรอบบ้านโจทก์ มีเนื้อที่ประมาณ 299ตารางวา ตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 12 กรกฎาคม2531 ที่ดินพิพาทจึงมีเนื้อที่ใกล้เคียงกับที่คู่ความพิพาทกันตามคำพิพากษาฎีกา

ดังกล่าว และรูปแผนที่ท้ายฟ้องมากที่สุด คำพิพากษาฎีกาดังกล่าวจึงอยู่ในวิสัยที่บังคับคดีได้ จำเลยก็ต้องปฏิบัติตามคำบังคับที่ออกไปโดยศาลชั้นต้น มีผลให้จำเลยต้องไปจดทะเบียนโอนขายกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 17419 ตามคำพิพากษาฎีกาศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เจริญ นิลเอสงฆ์ · ก้าน อันนานนท์ · อัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2564/2567

กระบวนวิธีการบังคับคดีในขั้นตอนต่าง ๆ นั้น หากเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีซึ่งต้องเสียหายเพราะเหตุดังกล่าวเห็นว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1785/2566

การร้องขอให้บังคับคดีซึ่งต้องกระทำภายใน 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง เป็นระยะเวลาที่กำหนดไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 271 (เดิม) ศาลมีอำนาจที่จะขยายหรือย่นระยะเวลาได้โดยคู่ความไม่จำต้องร้องขอ เมื่อมีพฤ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1467/2566

ในชั้นเดิมที่ศาลฎีกาพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาซึ่งเป็นศาลชั้นที่สุดโดยตรง เพื่ออธิบายว่ากรณีจะต้องบังคับตามรูปแผนที่ตามเอกสารหมาย จ.3 และ จ.20 หรือต้องบังคับให้มีเน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4523/2565

แม้การบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 กำหนดให้ต้องบังคับเอาแก่ทรัพย์จำนองก่อน หากไม่ครบจำนวนหนี้จึงจะบังคับเอาแก่ทรัพย์สินอื่นได้ก็ตาม แต่ทรัพย์จำนองมีราคาประเมินไม่เพียงพอที่จะชำระหนี้ตามคำพิพาก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2040/2563

หนี้ตามคำพิพากษาเป็นหนี้เงิน เมื่อจำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำบังคับ เป็นกรณีที่ต้องตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดหรืออายัดทรัพย์สินของจำเลยออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ เมื่อพิจารณาตาม ป.วิ.พ. มาต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้