Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5148/2559

พ.ศ. 2559 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ป.รัษฎากร บัญญัติให้เงินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงานสามารถเลือกเสียภาษีโดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณกับเงินได้อื่น ซึ่งประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 45) ได้แบ่งประเภทเงินได้ดังกล่าวออกเป็น 4 ประเภท สำหรับข้อ 1 (ค) มีข้อความกำหนดไว้เพียงว่าให้หมายถึงเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานเท่านั้น เมื่อโจทก์ถูกเลิกจ้างเพราะเหตุครบเกษียณอายุ และได้รับเงินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเมื่อออกจากงานรวม 3,118,040 บาท โดยหนังสือแจ้งการจ่ายเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานและเงินบำเหน็จของบริษัทฯ แยกเป็นเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน 1,792,000 บาท และเงินบำเหน็จ 1,326,040 บาท เงิน 1,792,000 บาท เป็นการจ่ายตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัทฯ กรณีพนักงานที่ทำงานติดต่อกันครบ 10 ปี และนายจ้างคำนวณจ่ายให้แก่โจทก์จากเงินเดือนอัตราสุดท้ายเป็นระยะเวลา 300 วัน ซึ่งวิธีการจ่ายเงินดังกล่าวเป็นไปตามมาตรา 118 (5) แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 อีกทั้งเป็นเงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่โจทก์เมื่อเกษียณอายุอันเป็นการเลิกจ้างโดยลูกจ้างมิได้กระทำความผิดตามความหมายของกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ถือได้ว่าเข้าลักษณะเป็นเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานแล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของเจ้าพนักงานประเมินตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.12) เลขที่ ภ.ง.ด. 12-02012340-25520921-001-00308 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์เลขที่ สภ.2/อธ.2/1/25/2553 ของจำเลย และบังคับให้จำเลยคืนเงิน 159,167.34 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 30,707.86 บาท และ 117,355.48 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เลขที่ ภ.ง.ด. 12-02012340-25520921-001-00308 ลงวันที่ 21 กันยายน 2552 ของจำเลยที่ให้โจทก์เสียภาษีและเงินเพิ่ม (เงินเพิ่มคำนวณถึงวันที่ 30 กันยายน 2552) รวมเป็นเงิน 30,291 บาท และคำวินิจฉัยอุทธรณ์เลขที่ สภ.2/อธ.2/1/25/2553 ลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2553 ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลย ให้จำเลยชำระเงิน 30,707.86 บาท และ 117,355.48 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินแต่ละจำนวนดังกล่าว นับแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2552 จนถึงวันที่มีหนังสือแจ้งคำสั่งคืนเงินค่าภาษีอากรแก่โจทก์ ดอกเบี้ยของแต่ละต้นเงินคำนวณถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 18 ตุลาคม 2553) ไม่เกิน 2,303 บาท และ 8,801 บาท ตามลำดับ ทั้งนี้ดอกเบี้ยของเงินภาษีอากรแต่ละจำนวนที่ได้รับ คำนวณแล้วต้องไม่เกินเงินภาษีอากรที่ได้รับคืนจำนวน 30,707.86 บาท และ 117,355.48 บาท กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 4,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันในชั้นนี้ฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นพนักงานของบริษัทนานดีอินเตอร์เทรด จำกัด ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2539 โดยบริษัทดังกล่าวมีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกำหนดให้ลูกจ้างเกษียณอายุเมื่อมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหมวดที่ 11 ข้อ 31.7 เมื่อปี 2551 โจทก์มีอายุครบ 60 ปี บริษัทจึงเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุเกษียณอายุ รวมระยะเวลาทำงาน 12 ปี 4 เดือน มีเงินเดือนเดือนสุดท้าย 179,200 บาท โจทก์ได้รับเงินชดเชยจากการเลิกจ้างตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัท 2 จำนวน ได้แก่ เงินชดเชย 1,792,000 บาท และเงินบำเหน็จ 1,326,040 บาท

รวมเป็นเงิน 3,118,040 บาท โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.91) ประจำปีภาษี 2551 ผ่านทางอินเตอร์เน็ต โดยใช้สิทธินำเงินได้จำนวน 3,118,040 บาท แยกคำนวณภาษีจากเงินได้อื่นตามมาตรา 48 (5) แห่งประมวลรัษฎากร และแสดงการคำนวณภาษีตามใบแนบระบุเงินได้ 1,792,000 บาท เป็นเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานตามข้อ ก.3 และนำเงินจำนวนดังกล่าวไปเป็นฐานเพื่อคำนวณหักค่าใช้จ่ายทั้งจำนวน ส่วนเงินจำนวน 1,326,040 บาท ระบุเป็นเงินที่จ่ายให้ครั้งเดียวที่มีการคำนวณแตกต่างไปจากวิธีการคำนวณบำเหน็จตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญราชการ ตามข้อ ก.5 ซึ่งมีจำนวนไม่เกินกว่าเงินเดือนเดือนสุดท้ายคูณด้วยปีที่ทำงาน โจทก์จึงนำเงินจำนวนดังกล่าวไปเป็นฐานเพื่อคำนวณหักค่าใช้จ่ายทั้งจำนวนเช่นกัน ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 45) ข้อ 3 ดังนั้น

จำนวนเงินได้ที่โจทก์ใช้เป็นฐานเพื่อคำนวณหาค่าใช้จ่ายคือ 3,118,040 บาท เมื่อคำนวณภาษีแล้วมีเงินภาษีที่โจทก์ชำระเกินไปและขอคืนจำนวน 117,355.48 บาท เจ้าพนักงานประเมินภาษีของจำเลยเห็นว่า โจทก์คำนวณใบแนบออกจากงานไม่ถูกต้องเนื่องจากเงินชดเชย 1,792,000 บาท ไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะนำมาคำนวณเป็นเงินได้ข้อ ก.3 แต่ถือเป็นเงินได้ตามข้อ ก.5 ของใบแนบ เมื่อคำนวณภาษีใหม่จึงไม่มีเงินภาษีที่โจทก์ชำระเกินแต่มีภาษีที่ต้องชำระเพิ่มเติม 27,790.52 บาท เจ้าพนักงานจำเลยมีหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.12) ให้โจทก์ชำระภาษีเพิ่มเติมพร้อมเงินเพิ่มเป็นเงิน 30,291 บาท โจทก์ชำระเงินภาษีที่ต้องชำระเพิ่มเติมพร้อมเงินเพิ่มให้แก่จำเลยแล้ว ตามใบเสร็จรับเงิน

โจทก์อุทธรณ์คัดค้านการประเมินขอให้ยกเลิกการประเมินและคืนเงินภาษีที่ชำระไว้เกิน คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ยกอุทธรณ์โจทก์โดยเห็นว่า การที่โจทก์ถูกให้ออกจากงานเพราะเหตุเกษียณอายุเป็นการเลิกจ้างตามกฎหมายแรงงาน เงินชดเชย 1,792,000 บาท ที่โจทก์ได้รับกรณีเกษียณอายุเป็นเงินชดเชยที่ได้รับจากการเลิกจ้างตามกฎหมายแรงงาน แต่เงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานที่กฎหมายให้สิทธิเลือกเสียภาษีโดยไม่ต้องนำไปคำนวณรวมกับเงินได้อื่นตามประมวลรัษฎากร มาตรา 48 (5) ประกอบประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 45) เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขของเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) และ (2) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งนายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงาน ตามมาตรา 48 (5) และมาตรา 50 (1)

แห่งประมวลรัษฎากร และนำมาคำนวณในใบแนบข้อ ก.3 ได้จะต้องเป็นเงินชดเชยกรณีถูกเลิกจ้างโดยลูกจ้างไม่มีความผิด ไม่ใช่กรณีเกษียณอายุหรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง เงินชดเชยที่โจทก์ได้รับดังกล่าวไม่ถือเป็นเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานตามใบแนบ ข้อ ก.3 และไม่ถือเป็นเงินได้ตามข้อ 1 (ค) ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 45) แต่ถือเป็นเงินได้พึงประเมินที่จ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงานที่มีวิธีการคำนวณแตกต่างไปจากวิธีการคำนวณบำเหน็จตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญราชการตามใบแนบข้อ ก.5 และถือเป็นเงินได้พึงประเมินตาม ข้อ 1 (ง) ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 45) และต้องนำเงินได้ดังกล่าวมาเป็นฐานเพื่อคำนวณหักค่าใช้จ่ายได้เพียงไม่เกินกว่าเงินเดือนเดือนสุดท้ายคูณด้วยปีที่ทำงาน

บวกด้วยร้อยละ 10 ของเงินเดือนถัวเฉลี่ยนั้น กรณีโจทก์คือ 2,150,400 บาท การที่เจ้าพนักงานประเมินให้เงินได้พึงประเมินที่โจทก์ได้รับครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงานรวม 3,118,040 บาท ถือเป็นเงินได้ตามข้อ 1 (ง) และนำไปเป็นฐานเพื่อคำนวณหักค่าใช้จ่ายได้เพียงไม่เกิน 2,150,400 บาท จึงชอบแล้ว โจทก์ไม่เห็นด้วยจึงมาฟ้องเป็นคดีนี้

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า การประเมินของเจ้าพนักงานและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เกี่ยวกับเงินจำนวน 1,792,000 บาทที่โจทก์ได้รับจากบริษัทนานดีอินเตอร์เทรด จำกัด เนื่องจากเกษียณอายุชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากร เห็นว่า ประมวลรัษฎากรบัญญัติให้ผู้มีเงินได้ซึ่งเป็นเงินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงานสามารถเลือกเสียภาษีโดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณกับเงินได้อื่น ซึ่งประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 45) ได้แบ่งประเภทเงินได้ดังกล่าวออกเป็น 4 ประเภท สำหรับข้อ 1 (ค) มีข้อความกำหนดไว้เพียงว่าให้หมายถึงเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานเท่านั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า

โจทก์ถูกเลิกจ้างเพราะเหตุครบเกษียณอายุตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัทนานดีอินเตอร์เทรด จำกัด ข้อ 31.7 และได้รับเงินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเมื่อออกจากงานรวมทั้งสิ้น 3,118,040 บาท ตามหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย3 โดยหนังสือแจ้งการจ่ายเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานและเงินบำเหน็จของบริษัทนานดีอินเตอร์เทรด จำกัด ระบุว่า เงินได้ดังกล่าวแยกเป็นเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน 1,792,000 บาท และเงินบำเหน็จ 1,326,040 บาท เงินจำนวน 1,792,000 บาท เป็นการจ่ายตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัท ข้อที่ 32.2.5 กรณีพนักงานที่ทำงานติดต่อกันครบ 10 ปี ขึ้นไป และนายจ้างคำนวณจ่ายให้แก่โจทก์จากอัตราเงินเดือนสุดท้ายเป็นระยะเวลา 300 วัน ซึ่งวิธีการจ่ายเงินดังกล่าวเป็นไปตามมาตรา 118 (5)

แห่งพระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 อีกทั้งเงินจำนวน 1,792,000 บาท ที่โจทก์ได้รับเป็นเงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่โจทก์เมื่อเกษียณอายุอันเป็นการเลิกจ้างโดยลูกจ้างมิได้กระทำความผิดตามความหมายของมาตรา 118 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานพ.ศ.2541 ดังนี้จึงถือได้ว่าเงินจำนวน 1,792,000 บาท เข้าลักษณะเป็นเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 45) ข้อ 1 (ค) แล้วการที่โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาพร้อมใบแนบ โดยนำเงินได้จำนวนดังกล่าวทั้งจำนวนมาลงรายการในข้อ ก. 3 และนำมาคำนวณค่าใช้จ่ายตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 45) จึงชอบด้วยมาตรา 48 (5)

แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 45) ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาว่าการประเมินของเจ้าพนักงานจำเลยและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่ชอบและให้จำเลยคืนเงินภาษีพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์มานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นิพันธ์ ช่วยสกุล · ไสลเกษ วัฒนพันธุ์ · ปกรณ์ วงศาโรจน์
ศาลล่าง
ศาลภาษีอากรกลาง - นายสุรัฐพล ฤทธิ์รักษา
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ภษ.80/2554
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ163/2553
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ85/2554
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกภาษีอากร
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้